เจ้าหน้าที่ลิทัวเนียได้แสดงข้อกังวลที่เชื่อมโยงกันสองประการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้และสถานการณ์ในวงกว้าง:
รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย นายโรเบอร์ตัส เกานัส (6 ส.ค.): หน่วยข่าวกรองลิทัวเนียเชื่อว่ารัสเซียกำลังพิจารณาใช้โดรนสัญชาติยูเครนที่ยึดได้ในการโจมตีแบบ 'ธงเท็จ' ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกลุ่มประเทศบอลติก เพื่อทำให้ดูเหมือนว่ายูเครนเป็นผู้รับผิดชอบ เกานัสกล่าวอย่างเปิดเผยว่า: "เรากำลังพูดถึงปฏิบัติการธงเท็จ โดยใช้โดรนยูเครนปลอม" เจ้าหน้าที่ข่าวกรองลิทัวเนียประเมินว่ามอสโกกำลังพิจารณาการเคลื่อนไหวนี้ เนื่องจากเชื่ออย่างผิดๆ ว่ากลุ่มประเทศบอลติกอนุญาตให้ยูเครนใช้น่านฟ้าของตนในการโจมตีด้วยโดรนต่อรัสเซีย
นายกรัฐมนตรีลิทัวเนีย นายมินเดากาส ซินเควิซิอุส (14 ส.ค.): ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์ยิงโดรนตกในลัตเวีย ซินเควิซิอุสกล่าวว่าไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่โดรนที่ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าลัตเวียเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ 'ธงเท็จ' และเน้นว่าซากโดรนจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาที่มา
การตอบสนองด้านความมั่นคงในภูมิภาค: โปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนียต่างเพิ่มความมั่นคงรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม โดยดำเนินการตามข่าวกรองที่ว่ารัสเซียอาจจัดฉากโจมตี 'ธงเท็จ' ด้วยโดรนเพื่อทดสอบการตอบสนองของนาโต
เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับรูปแบบที่ต่อเนื่องและทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2026:
1. การบุกรุกน่านฟ้าของนาโตในทะเลบอลติกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ระหว่างวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2026 พบวัตถุระเบิดใกล้ซากโดรนที่ต้องสงสัยว่าเป็นของยูเครน ซึ่งตกลงในลิทัวเนียใกล้ชายแดนลัตเวียและเบลารุส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เครื่องบินรบนาโดยิงโดรนยูเครนตกเหนือน่านฟ้าเอสโตเนีย ยูเครนกล่าวว่ารัสเซียจงใจบังคับให้โดรนข้ามพรมแดนโดยใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ลิทัวเนียออก 'คำเตือนอันตรายทางอากาศ' แก่ชาววิลนีอุสให้หาที่หลบภัย และระงับการจราจรทางอากาศที่สนามบินของเมืองหลวง หลังมีโดรนบินเข้าสู่น่านฟ้า
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ลัตเวียและลิทัวเนียตรวจพบโดรนในน่านฟ้าของตนในวันเดียวกัน ส่งผลให้มีการส่งเครื่องบินรบนาโตขึ้นสกัดกั้น
ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2026 โดรนของยูเครนที่โจมตีท่าเรือน้ำมันของรัสเซียในทะเลบอลติกได้บินหลงเข้าไปในน่านฟ้าของฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งมักเป็นเพราะการรบกวนสัญญาณ GPS ของรัสเซียทำให้มันเสียทิศทาง ตามที่ฝั่งเคียฟกล่าว
2. การใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียเพื่อเปลี่ยนเส้นทางโดรน ยูเครนและเจ้าหน้าที่บอลติกระบุว่ารัสเซียกำลังใช้ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์อย่างแข็งขันเพื่อรบกวนการนำทางของโดรนยูเครน และเปลี่ยนเส้นทางให้ข้ามพรมแดนนาโต เพื่อสร้างสถานการณ์ยั่วยุโดยเจตนา ลัตเวียระบุโดยตรงว่าเหตุการณ์บุกรุกเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมเกิดจากกลวิธีเดียวกันนี้
รัฐมนตรีต่างประเทศเอสโตเนีย นายมาร์กุส ซาห์คนา กล่าวต่อสาธารณะว่า: "รัสเซียกำลังนำโดรนเหล่านี้เข้าสู่ดินแดนของนาโต"
3. ข่าวกรองเกี่ยวกับการวางแผน 'ธงเท็จ' ของรัสเซีย หน่วยข่าวกรองลิทัวเนีย (6 ส.ค.) ประเมินว่ารัสเซียกำลังชั่งน้ำหนักอย่างจริงจังที่จะใช้โดรนยูเครนที่ยึดได้ในการปฏิบัติการ 'ธงเท็จ' เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มประเทศบอลติก โปแลนด์และกลุ่มประเทศบอลติกกำลังเสริมความมั่นคงรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า และจุดเชื่อมต่อก๊าซ เนื่องจาก 'ความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่ามอสโกจะจัดฉากการโจมตีแบบธงเท็จ'
รัสเซียได้แยกออกมาเตือนว่าอาจตอบโต้กลุ่มประเทศบอลติกที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยยูเครนโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซีย
4. การตอบสนองของนาโตที่ทวีความรุนแรงขึ้น นาโตได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้นหลายครั้งเพื่อตอบสนองต่อการบุกรุกเหล่านี้ — รวมถึงการยิงตกเหนือน่านฟ้าเอสโตเนียในเดือนพฤษภาคมและลัตเวียในเดือนสิงหาคม — และพันธมิตรเริ่มกังวลมากขึ้นว่าสงครามในยูเครนกำลังลุกลามข้ามพรมแดนทางอากาศของนาโตโดยตรง สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War) ประเมินว่าการที่โดรนรัสเซียบุกรุกน่านฟ้านาโตบ่งชี้ถึงนโยบายของรัสเซียที่ยอมรับความเสี่ยงที่โดรนจะเข้าไปในดินแดนของนาโต ซึ่งเป็นผลกระทบที่ยอมรับได้จากการโจมตียูเครน
การยิงโดรนตกเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมเป็นครั้งล่าสุดในคลื่นการบุกรุกของโดรนเหนือน่านฟ้าของกลุ่มประเทศบอลติกที่ดำเนินมายาวนานหลายเดือน โดยหลายลำมีต้นทางจากยูเครนแต่ถูกเปลี่ยนเส้นทางโดยการรบกวนสัญญาณของรัสเซีย เจ้าหน้าที่ลิทัวเนียได้ออกมาเตือนต่อสาธารณะว่ารัสเซียอาจใช้ประโยชน์จากรูปแบบนี้ — โดยใช้โดรนยูเครนที่ยึดได้ในการโจมตี 'ธงเท็จ' ที่ถูกจัดฉากขึ้น เพื่อลากนาโตเข้าสู่การเผชิญหน้าโดยตรง หรือเพื่อทำลายความสามัคคีของพันธมิตร การกู้ซากและการวิเคราะห์จากเหตุการณ์ในลัตเวียอาจเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่เป็นรูปธรรมเพื่อยืนยันหรือหักล้างข้อกังวลเหล่านั้น