27 เม.ย. 2026 NDRC สั่ง Meta เพิกถอนดีลซื้อ Manus มูลค่า 2 พันล้านเหรียญฯ เป็นครั้งแรกที่กลไก FISR ถูกใช้เพื่อย้อนดีลที่ปิดไปแล้ว กระบวนการแยกตัวเสร็จสิ้นกลาง ส.ค.
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Meta's $2.5 billion acquisition of the Chinese-founded AI agent startup Manus come to be blocked by China's NDRC on national securit. Article summary: Let me search for information on this complex cross-border AI deal situation. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026 คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยปรากฏต่อสาธารณะมาก่อน: สั่งให้ยักษ์ใหญ่เทคฯ ต่างชาติคืนบริษัทที่ซื้อไปแล้ว เป้าหมายคือ Manus สตาร์ทอัพสาย 'agentic AI' ที่ก่อตั้งโดยคนจีนแต่ย้ายฐานไปสิงคโปร์ ซึ่งมีความสามารถในการดำเนินงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ผู้ซื้อคือ Meta ราคาประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และบรรทัดฐานที่เกิดขึ้นกำลังเปลี่ยนวิธีที่นักลงทุนทั่วโลกและบริษัทเทคฯ อเมริกันมองดีล AI ข้ามพรมแดน
Meta เข้าซื้อ Manus ในเดือนธันวาคม 2025 ด้วยมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สตาร์ทอัพนี้ก่อตั้งโดยวิศวกรชาวจีน คือ เสี่ยว หง (CEO) และ จี อี้เฉา (หัวหน้านักวิทยาศาสตร์) ซึ่งย้ายฐานการดำเนินงานไปสิงคโปร์ก่อนที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กจะซื้อ
การตรวจสอบของจีนเริ่มขึ้นแทบจะในทันที เดือนมกราคม 2026 กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดการสอบสวนว่าการขายนี้ละเมิดกฎระเบียบการลงทุนหรือไม่ NDRC เริ่มการตรวจสอบของตนเองภายใต้กลไกการตรวจสอบความมั่นคงในการลงทุนจากต่างประเทศ (FISR) ซึ่งเป็นกรอบการกำกับดูแลที่เริ่มใช้ในปี 2021 และไม่เคยถูกใช้ต่อสาธารณะเพื่อสกัดกั้นดีลที่ปิดไปแล้วมาก่อน
สถานการณ์บานปลายอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคม 2026 ผู้ร่วมก่อตั้งเสี่ยว หง และจี อี้เฉา ถูกเรียกประชุมที่ปักกิ่งกับเจ้าหน้าที่ NDRC หลังจากถูกสอบปากคำเกี่ยวกับการละเมิดกฎการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พวกเขาถูกห้ามออกจากจีน ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่อธิบายว่าการสื่อสารนี้เป็นแบบให้คำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่งกักขัง แต่ผลในทางปฏิบัติชัดเจน: ผู้บริหารสองคนที่อาศัยในสิงคโปร์ไม่สามารถกลับบ้านได้ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลตัดสินชะตากรรมบริษัทของพวกเขา
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026 สำนักงานกลไกการทำงานเพื่อการตรวจสอบความมั่นคงในการลงทุนจากต่างประเทศของ NDRC ได้ออกคำตัดสิน ในแถลงการณ์สั้น ๆ ระบุว่าจะ "ห้ามการลงทุนจากต่างประเทศใน Manus ตามกฎหมายและข้อบังคับ และกำหนดให้คู่สัญญาถอนธุรกรรมการซื้อกิจการ" ไม่มีคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า NDRC มีอำนาจกว้างขวางในการสกัดกั้นการเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพที่พัฒนา "เทคโนโลยี前沿" โดยบริษัทต่างชาติ
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันต่อสาธารณะว่ากลไก FISR ของจีนถูกใช้เพื่อย้อนดีลข้ามพรมแดนที่ปิดไปแล้ว ก่อนคดี Manus FISR เป็นเครื่องมือกำกับดูแลที่แทบไม่เคยถูกทดสอบมาก่อน คำตัดสินนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าปักกิ่งถือว่าเทคโนโลยี agentic AI เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ
Meta ตกลงปฏิบัติตามคำสั่งและเริ่มแยกการดำเนินงานออกจาก Manus กระบวนการใช้เวลาประมาณสี่เดือน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 Manus ประกาศว่าจะกลับมาดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระอีกครั้ง
ในการแยกตัว Manus ระบุว่าจะลบข้อมูลผู้ใช้บางส่วนที่สร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่ Meta เข้าซื้อสตาร์ทอัพ ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2026
"นี่เป็นส่วนหนึ่งของการแยกตัวจาก Meta เราต้องดำเนินการขั้นตอนนี้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในบางส่วนของโลก" Manus กล่าวในแถลงการณ์ถึงผู้ใช้ ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอป Manus และทางอีเมล และได้รับระยะเวลาในการสำรองข้อมูลก่อนการลบ
รายงานระบุว่าการแยกตัวทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ภายในกลางเดือนสิงหาคม 2026 โดยการห้ามเดินทางของผู้ร่วมก่อตั้งถูกยกเลิกเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา
ขณะที่ดีลของ Meta คลี่คลาย ยักษ์ใหญ่เทคฯ จีนที่คุ้นเคยก็เคลื่อนไหว ภายในเดือนกรกฎาคม 2026 เทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นนักลงทุนรายแรกของ Manus อยู่แล้ว เข้าสู่การเจรจาเพื่อนำกลุ่มร่วมทุนซื้อสตาร์ทอัพคืนจาก Meta ดีลมีโครงสร้างในมูลค่าเดียวกับที่ Meta จ่ายไป: ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เทนเซนต์ ร่วมกับนักลงทุนดั้งเดิมของ Manus รวมถึง ZhenFund และ HSG (เดิมคือ Sequoia Capital China) วางแผนซื้อบริษัทคืน บริษัทร่วมทุนสหรัฐฯ อย่าง Benchmark ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Manus ก่อนดีล Meta ไม่ได้เข้าร่วมในการซื้อคืน หลายแหล่งข่าวยืนยันภายในเดือนสิงหาคม 2026 ว่าเทนเซนต์กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ภายนอกรายใหญ่สุดของ Manus ทำให้ผู้บุกเบิก AI agent กลับสู่ความเป็นเจ้าของของจีน
คดี Manus สร้างบรรทัดฐานสำคัญหลายประการที่นักลงทุน บริษัทเทคฯ และที่ปรึกษากฎหมายกำลังศึกษาอย่างใกล้ชิด:
ประการแรก: FISR สามารถใช้ย้อนหลังได้ เป็นครั้งแรกที่มีการเรียกใช้กลไกการตรวจสอบความมั่นคงของชาติจีนต่อสาธารณะเพื่อเพิกถอนการซื้อกิจการจากต่างประเทศที่เสร็จสิ้นแล้ว สิ่งนี้สร้างความเสี่ยงย้อนหลังสำหรับดีลเทคฯ ข้ามพรมแดนที่มีความเชื่อมโยงกับจีน แม้แต่ดีลที่ปิดและควบรวมไปแล้ว
ประการที่สอง: การจดทะเบียนในต่างประเทศไม่ใช่เกราะป้องกัน แม้ว่า Manus จะย้ายไปสิงคโปร์ จีนยังคงยืนยันเขตอำนาจเหนือผู้ก่อตั้งและเทคโนโลยีของบริษัท คำสั่ง NDRC ทำให้ชัดเจนว่าการจดทะเบียนนอกประเทศไม่สามารถปกป้องดีลจากอำนาจของปักกิ่ง เมื่อเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถมีต้นกำเนิดในจีน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่นักวิจารณ์เรียกว่า 'Singapore washing'
ประการที่สาม: การห้ามเดินทางเป็นเครื่องมือบังคับใช้ใหม่ การใช้ข้อจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศกับผู้ก่อตั้งเป็นเครื่องมือกำกับดูแล โดยการกักตัวเสี่ยว หง และจี อี้เฉาในจีนระหว่างการตรวจสอบ เพิ่มมิติการบังคับที่รุนแรงซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในการซื้อกิจการเทคฯ ข้ามพรมแดน
ประการที่สี่: AI ระดับ前沿เป็นภาคส่วนที่ชัดเจน การสกัดกั้นทำให้ชัดเจนว่าเทคโนโลยี frontier AI และ agentic AI ได้รับการปฏิบัติเป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ของชาติที่ไม่สามารถซื้อได้โดยผู้ซื้อต่างชาติ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ไม่ว่าสตาร์ทอัพจะจดทะเบียนที่ใดก็ตาม
ประการที่ห้า: ผลลัพธ์ที่ต้องการคือความเป็นเจ้าของของจีน การดำเนินการของ NDRC นำทรัพย์สินกลับคืนสู่มือจีนผ่านเทนเซนต์ ตอกย้ำนโยบายของปักกิ่งในการรักษา AI ที่ล้ำสมัยภายใต้การควบคุมของประเทศ นักลงทุนทั่วโลกและบริษัทเทคฯ สหรัฐฯ เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่สูงขึ้นมากเมื่อกำหนดเป้าหมายสตาร์ทอัพ AI ที่มีรากฐานทางเทคโนโลยี วิศวกร หรือความสัมพันธ์กับผู้ก่อตั้งชาวจีน
เรื่องราวของ Manus อยู่ตรงกลางของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ มันไม่ใช่การดำเนินการต่อต้านการผูกขาดหรือมาตรการควบคุมการส่งออก มันคือการตรวจสอบความมั่นคงของชาติที่ใช้เพื่อย้อนการซื้อกิจการที่เสร็จสิ้นและบูรณาการไปแล้ว
ดังที่บทวิเคราะห์ทางกฎหมายชิ้นหนึ่งกล่าวไว้ว่า: 'ปักกิ่งเพิ่งเอื้อมมือเข้าไปในชุดเครื่องมือกำกับดูแลของตนแล้วดึงอาวุธที่ไม่เคยใช้ต่อสาธารณะมาก่อนออกมา ซึ่งเป็นกลไกการตรวจสอบความมั่นคงของชาติที่คลุมเครือ' ข้อความถึงตลาดโลกนั้นชัดเจนไม่มีอะไรเคลือบแคลง: เมื่อเทคโนโลยี AI ระดับ前沿ที่มีต้นกำเนิดจากจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดีลอาจไม่เสร็จสิ้นอย่างแท้จริงจนกว่าปักกิ่งจะบอกว่ามันเสร็จ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
27 เม.ย. 2026 NDRC สั่ง Meta เพิกถอนดีลซื้อ Manus มูลค่า 2 พันล้านเหรียญฯ เป็นครั้งแรกที่กลไก FISR ถูกใช้เพื่อย้อนดีลที่ปิดไปแล้ว
27 เม.ย. 2026 NDRC สั่ง Meta เพิกถอนดีลซื้อ Manus มูลค่า 2 พันล้านเหรียญฯ เป็นครั้งแรกที่กลไก FISR ถูกใช้เพื่อย้อนดีลที่ปิดไปแล้ว กระบวนการแยกตัวเสร็จสิ้นกลาง ส.ค. 2026 Manus กลับมาเดินธุรกิจอิสระอีกครั้ง ส่วนเทนเซนต์ (Tencent) เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ภายนอกรายใหญ่สุด ในมูลค่าเท่าเดิม