SMIC รับอานิสงส์โดยตรงจากภาวะขาดแคลนกำลังการผลิต 'ชิปโหนดโตเต็มที่' (mature node) ที่เกิดจาก AI บูม โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 พุ่งมากกว่าสามเท่าแตะ 479.2 ล้านดอลลาร์ ทำรายได้สถิติใหม่ทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์ หลังขึ้นราค... บริษัทกำลังขยายกำลังการผลิตที่โรงงานเดิม เนื่องจากยอดเริ่มผลิตเวเฟอร์ (wafer starts) 'สูงเกินคาด...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) responding to surging AI-related demand for mature-node chips, and what. Article summary: SMIC is responding to surging AI-related mature-node demand with price hikes, capacity expansion, and a shift toward higher-value specialty chips, driven primarily by power-management ICs (especially BCD chips), MCUs, an. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
กระแส AI ที่ร้อนแรงไม่ได้สร้างกำไรเฉพาะกับผู้ผลิตชิปขั้นสูงสุดอย่าง GPU เท่านั้น แต่ยังสร้างคลื่นลมระยะยาวหลายปีให้กับ Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ผู้ผลิตชิปตามสัญญารายใหญ่ที่สุดของจีน ในตลาด 'ชิปโหนดโตเต็มที่' (mature-node) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซิร์ฟเวอร์ AI และศูนย์ข้อมูล โดยดีมานด์นี้คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงปี 2027 อย่างน้อย
** aggressive ขึ้นราคา.** SMIC ขึ้นราคาชิปโหนดโตเต็มที่บางรุ่นมากกว่า 10% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ราคาขายเฉลี่ย (ASP) เพิ่มขึ้น 5–6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และจะขึ้นราคาต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยแนวโน้มขาขึ้นนี้คาดว่าจะยืดเยื้อไปถึงปี 2570 เนื่องจากกำลังผลิตยังคงตึงตัว
ขยายกำลังการผลิตที่โรงงานเดิม. Zhao Haijun ซีอีโอร่วมของ SMIC เปิดเผยว่ายอดเริ่มผลิตเวเฟอร์ (wafer starts) 'สูงเกินคาดการณ์' อย่างมาก และ SMIC กำลังประเมินการเพิ่มเครื่องจักรในโรงงานเดิมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตชิปโหนดโตเต็มที่ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ปี 2569/2570/2571 จะเติบโต 22%/14%/12% จากการใช้กำลังผลิตที่สูงขึ้นและราคาขายเฉลี่ยที่ดีขึ้น
รับประโยชน์จาก 'ปรากฏการณ์ดูดซับจาก AI' (AI siphon effect). เมื่อฟาบระดับโลกชั้นนำอย่าง TSMC และ Samsung หันไปให้ความสำคัญกับชิปเร่งความเร็ว AI และ HBM ระดับพรีเมียม ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนกำลังการผลิตชิปโหนดโตเต็มที่ ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติหันมาสั่งผลิตที่ SMIC ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 SMIC ส่งมอบเวเฟอร์ 2.9 ล้านชิ้น (เทียบเท่า 8 นิ้ว) เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อนหน้า
คาดว่าส่วนแบ่งของฟาบจีนในกำลังการผลิตชิปรุ่นเก่า (legacy-node) ในช่วง 22nm ถึง 40nm จะเพิ่มเป็น 37% ในปี 2569 และ 41% ในปี 2570 จาก 32% ในปี 2568
ผลประกอบการทางการเงินพุ่งกระฉูด. กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 479.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยรายได้ทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
ชิปทุกประเภทไม่ได้รับผลดีจากยุค AI เท่ากัน สินค้ากลุ่ม 'โหนดโตเต็มที่' ต่อไปนี้คือเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ SMIC:
ชิปจัดการพลังงาน BCD (Bipolar-CMOS-DMOS). นี่คือกลุ่มสินค้าที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ชิป BCD มีความจำเป็นต่อการจัดการพลังงานในเซิร์ฟเวอร์ AI และศูนย์ข้อมูล ซีอีโอร่วมของ SMIC ระบุว่าคำสั่งซื้อในกลุ่มนี้ได้รับการยืนยันล่วงหน้าไปจนถึงสิ้นปี 2570 แพลตฟอร์มนี้รองรับการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและจำเป็นต่อศูนย์ข้อมูลที่ต้องการไฟฟ้ามหาศาล
วงจรรวมจัดการพลังงาน (Power-Management ICs - PMICs). ชิปโหนดโตเต็มที่กลุ่มกว้างที่ใช้ควบคุมพลังงานในเซิร์ฟเวอร์ AI เซิร์ฟเวอร์ทั่วไป และอุปกรณ์ AI edge TrendForce ระบุว่าดีมานด์จากเซิร์ฟเวอร์ AI ดันให้อัตราการใช้กำลังผลิตของฟาบขนาด 8 นิ้วสำหรับชิปที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน (power-related ICs) ไปที่ 85–90% จาก 75–80% ในปี 2568 สินค้าอย่าง PMICs และพาวเวอร์ดิสครีต (power discrete devices) ยังคงพึ่งพากระบวนการผลิตขนาด 8 นิ้วเป็นหลัก
MCU (ไมโครคอนโทรลเลอร์) และชิปแอนะล็อก (Analog chips). Zhao ซีอีโอร่วม ได้อธิบายถึง 5 เส้นทางที่ความต้องการ AI ไหลเข้าสู่โรงงานของ SMIC โดยแพลตฟอร์ม MCU และแอนะล็อกเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด เส้นทางเหล่านี้ถือเป็นกลไกสาเหตุระดับรอง โดยที่ความต้องการ AI ดึงดูดคำสั่งซื้อทางอ้อมมายังโรงงานของ SMIC
ชิปลอจิกและชิปเสริมอื่นๆ. SMIC ยังเห็นดีมานด์ที่แข็งแกร่งสำหรับชิป 'ที่ล้อมรอบ GPU' ซึ่งไม่โดดเด่นนักในเชิงเทคโนโลยี ได้แก่ ชิปลอจิก วงจรขับเคลื่อนจอแสดงผล (display drivers) และชิปส่วนประกอบสนับสนุนอื่นๆ ที่ใช้ในเมนบอร์ดเซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์ AI edge ดังที่ Zhao กล่าวไว้ ชิปเหล่านี้คือ 'ชิปที่ทำให้ชิ้นส่วนแพงๆ ทำงานได้'
กระแส AI ไม่ได้เกี่ยวกับแค่ชิป GPU ขั้นสูงเท่านั้น แต่กำลังสร้างแรงส่งระยะยาวหลายปีให้กับชิปจัดการพลังงานและชิปพิเศษที่ใช้โหนดโตเต็มที่ (28nm ขึ้นไป) ของ SMIC ซึ่งมีอำนาจในการตั้งราคาและแผนขยายกำลังผลิตที่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 อย่างน้อย 'ปรากฏการณ์ดูดซับ' (siphon effect) ซึ่งกำลังการผลิตของฟาบโลกลดลงจากโหนดโตเต็มที่เพื่อหันไปผลิตชิปเร่ง AI ระดับพรีเมียม ทำให้เกิดภาวะตึงตัวเชิงโครงสร้างที่ SMIC อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ สามารถใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มทั้งปริมาณและราคาได้ในปีต่อๆ ไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
SMIC รับอานิสงส์โดยตรงจากภาวะขาดแคลนกำลังการผลิต 'ชิปโหนดโตเต็มที่' (mature node) ที่เกิดจาก AI บูม โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 พุ่งมากกว่าสามเท่าแตะ 479.2 ล้านดอลลาร์ ทำรายได้สถิติใหม่ทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์ หลังขึ้นราค...
SMIC รับอานิสงส์โดยตรงจากภาวะขาดแคลนกำลังการผลิต 'ชิปโหนดโตเต็มที่' (mature node) ที่เกิดจาก AI บูม โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 พุ่งมากกว่าสามเท่าแตะ 479.2 ล้านดอลลาร์ ทำรายได้สถิติใหม่ทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์ หลังขึ้นราค... บริษัทกำลังขยายกำลังการผลิตที่โรงงานเดิม เนื่องจากยอดเริ่มผลิตเวเฟอร์ (wafer starts) 'สูงเกินคาดหมาย' ขณะที่ฟาบระดับโลกชั้นนำอย่าง TSMC และ Samsung หันไปทุ่มกำลังผลิตให้ชิป AI ระดับพรีเมียม ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากลูกค้า...