นักลงทุนสถาบันที่น่าสนใจคือ British Business Bank ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลอังกฤษ ได้ร่วมลงทุน 65 ล้านยูโร (55.6 ล้านปอนด์) ในกองทุน Fund VI กองทุน Fund VI จะมุ่งลงทุนในบริษัทเทคโนโลยียุโรปตั้งแต่ Series B จนถึงก่อนการเสนอขายหุ้น IPO โดยเน้นที่ข้อมูล (Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), โครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ (Software Infrastructure), ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity), ฟินเทค (Fintech) และเทคโนโลยี่สำหรับผู้บริโภค (Consumer Tech)
ความสามารถของไฮแลนด์ ยูโรปในการระดมกองทุนสถิติใหม่ในช่วงที่ถูกเรียกว่าวิกฤตสภาพคล่องของ VC นั้น มีรากฐานมาจากเหตุการณ์สำคัญในพอร์ตการลงทุน 4 เหตุการณ์ :
นอกเหนือจากการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นแล้ว ไฮแลนด์ยังคงเดินหน้าในการจัดสรรเงินทุน:
ควบคู่ไปกับการประกาศกองทุน Fund VI ไฮแลนด์ ยูโรปได้เลื่อนตำแหน่ง Helena Richardson และ Jacob Bernstein ขึ้นเป็นหุ้นส่วน (Partner) โดยทั้งคู่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นนักลงทุนอาวุโสที่มีส่วนร่วมสำคัญต่อผลการลงทุนล่าสุดของบริษัท
ในตลาดที่บริษัทร่วมทุนหลายแห่งประสบปัญหาในการคืนเงินทุนให้นักลงทุน ความสามารถของไฮแลนด์ ยูโรปในการปิดกองทุนสถิติใหม่ด้วยการเปลี่ยนมูลค่าของพอร์ตการลงทุนให้เป็นเงินสดกระจายแก่ผู้ลงทุนมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์นั้นโดดเด่นอย่างมาก กลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ (Product-led) ในระยะเติบโต ทั้งในภาคซอฟต์แวร์และผู้บริโภค ได้สร้างทางออกทางการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขายกิจการ (Nexthink, Huel), การควบรวม (EGYM/Playlist) และการเข้าตลาดหุ้น (Bending Spoons) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้กองทุน Fund VI เป็นไปได้