คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการขาดดุลการค้าเยอรมนี สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกลดลงรุนแรง โดยจีนเริ่มควบคุมการส่งออกกับบริษัท EU 14 แห่งในปลายเดือนกรกฎาคม 2569 What is the reported rationale, methodology, initial findings, and expert assessment of Germany's current effort to map Chinese dependencies Germany is mapping Chinese dependencies on European technology as a potential leverage tool amid escalating EU-China trade tensions. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the reported rationale, methodology, initial findings, and expert assessment of Germany's current effort to map Chinese dependencies. Article summary: Since late July 2026, the German government under Chancellor Friedrich Merz has been quietly but systematically mapping Chinese economic vulnerabilities — identifying choke points where China still depends on German and . Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
openai.com นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ได้ดำเนินการอย่างเงียบๆ แต่เป็นระบบเพื่อจำแนกจุดอ่อนทางเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะจุดคอขวด (choke points) ที่จีนยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีของเยอรมนีและยุโรป เพื่อสร้างคลังแสงในการต่อรองหากเกิดสงครามการค้าระหว่าง EU และจีนขึ้นจริง ความพยายามนี้มีสาเหตุจากความสัมพันธ์ทางการค้าที่ถดถอยลงอย่างรุนแรง ความกังวลเรื่องการสูญเสียฐานอุตสาหกรรม และการตระหนักว่าปักกิ่งกำลังใช้อำนาจเหนือห่วงโซ่อุปทานของตนเป็นอาวุธ
เหตุผลเบื้องหลัง: ทำไมเบอร์ลินต้องลงมือเดี๋ยวนี้
แรงกดดันหลายประการที่มาบรรจบกันผลักดันให้เบอร์ลินเปลี่ยนท่าทีจากการเจรจาประนีประนอม มาเป็นการวางแผนเชิงรุก
ขาดดุลการค้าสถิติสูงสุด: การขาดดุลการค้าของเยอรมนีกับจีนพุ่งแตะ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกไปจีนลดลงกว่า 12% เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทำให้จีนกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 9 ของเยอรมนีเท่านั้น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เยอรมนีลับๆ แผนที่จุดอ่อนของจีน: EU เตรียมเครื่องมือต่อรองในสงครามการค้า" คืออะไร นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการขาดดุลการค้าเยอรมนี สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกลดลงรุนแรง โดยจีนเริ่มควบคุมการส่งออกกับบริษัท EU 14 แห่งในปลายเดือนกรกฎาคม 2569
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการขาดดุลการค้าเยอรมนี สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกลดลงรุนแรง โดยจีนเริ่มควบคุมการส่งออกกับบริษัท EU 14 แห่งในปลายเดือนกรกฎาคม 2569 What is the reported rationale, methodology, initial findings, and expert assessment of Germany's current effort to map Chinese dependencies Germany is mapping Chinese dependencies on European technology as a potential leverage tool amid escalating EU-China trade tensions. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the reported rationale, methodology, initial findings, and expert assessment of Germany's current effort to map Chinese dependencies. Article summary: Since late July 2026, the German government under Chancellor Friedrich Merz has been quietly but systematically mapping Chinese economic vulnerabilities — identifying choke points where China still depends on German and . Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
openai.com นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ได้ดำเนินการอย่างเงียบๆ แต่เป็นระบบเพื่อจำแนกจุดอ่อนทางเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะจุดคอขวด (choke points) ที่จีนยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีของเยอรมนีและยุโรป เพื่อสร้างคลังแสงในการต่อรองหากเกิดสงครามการค้าระหว่าง EU และจีนขึ้นจริง ความพยายามนี้มีสาเหตุจากความสัมพันธ์ทางการค้าที่ถดถอยลงอย่างรุนแรง ความกังวลเรื่องการสูญเสียฐานอุตสาหกรรม และการตระหนักว่าปักกิ่งกำลังใช้อำนาจเหนือห่วงโซ่อุปทานของตนเป็นอาวุธ
เหตุผลเบื้องหลัง: ทำไมเบอร์ลินต้องลงมือเดี๋ยวนี้
แรงกดดันหลายประการที่มาบรรจบกันผลักดันให้เบอร์ลินเปลี่ยนท่าทีจากการเจรจาประนีประนอม มาเป็นการวางแผนเชิงรุก
ขาดดุลการค้าสถิติสูงสุด: การขาดดุลการค้าของเยอรมนีกับจีนพุ่งแตะ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกไปจีนลดลงกว่า 12% เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทำให้จีนกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 9 ของเยอรมนีเท่านั้น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เยอรมนีลับๆ แผนที่จุดอ่อนของจีน: EU เตรียมเครื่องมือต่อรองในสงครามการค้า" คืออะไร นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 รัฐบาลเยอรมนีภายใต้นายกฯ ฟรีดริช เมิร์ซ ดำเนินการลับๆ เพื่อชี้จุดอ่อนของจีนในอุปกรณ์ผลิตชิป เครื่องจักรกลแม่นยำ และบริการทางเทคนิค สร้างอำนาจต่อรองหากเกิดสงครามการค้า EU จีน การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการขาดดุลการค้าเยอรมนี สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.7 หมื่นล้านยูโรในปี 2568 และการส่งออกลดลงรุนแรง โดยจีนเริ่มควบคุมการส่งออกกับบริษัท EU 14 แห่งในปลายเดือนกรกฎาคม 2569
จีนเพิ่มมาตรการควบคุมส่งออก: ในปลายเดือนกรกฎาคม 2569 จีนประกาศควบคุมการส่งออกกับบริษัทใน EU จำนวน 14 แห่ง และเพิ่มการควบคุมแร่หายากและวัสดุแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เบอร์ลินตระหนักว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ การสูญเสียฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิม: ผู้ผลิตรถยนต์ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอากาศยานของเยอรมนีถูกบีบให้ออกจากตลาดจีนในขณะที่บริษัทจีนลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากยุโรป ความไม่สมดุลในการพึ่งพากัน: เยอรมนีต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% สำหรับแร่หายาก และนำเข้าแม่เหล็กถาวร 90% จากจีน ทำให้เกิดจุดอ่อนที่รุนแรงซึ่งการทำแผนที่นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุล
วิธีการทำงาน: การประเมินแบบไม่เปิดเผย การทำแผนที่นี้ไม่ใช่กระบวนการทางกฎหมายสาธารณะ เจ้าหน้าที่เยอรมันทำงานอย่างไม่เป็นทางการ โดยวิเคราะห์การไหลเวียนการค้า ห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลบริษัท และการพึ่งพาเทคโนโลยีข้ามพรมแดน เพื่อระบุจุดอ่อนของจีน
เป้าหมายคือ "เทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ และความสามารถทางอุตสาหกรรมที่ยุโรปสามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง" โดยเฉพาะภาคส่วนที่เศรษฐกิจจีนยังพึ่งพาสินค้านำเข้าจากเยอรมนีและยุโรป
ที่สำคัญ เบอร์ลินยังไม่ได้ประกาศมาตรการจำกัดหรือนโยบายอย่างเป็นทางการใดๆ จากการทำแผนที่นี้ ถือเป็นเพียงการเตรียมการรวบรวมข่าวกรองและการวางแผนรับมือ ไม่ใช่การเริ่มต้นความขัดแย้งทางการค้า
ข้อค้นพบเบื้องต้น: เยอรมนียังมีอำนาจต่อรองตรงไหน นักวิเคราะห์และรายงานชี้ไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมแคบๆ ที่เยอรมนียังคงเป็นจุดคอขวดที่แท้จริง:
อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์: บริษัทเยอรมันและเนเธอร์แลนด์จัดหาเครื่องมือผลิตชิปที่สำคัญ ซึ่งจีนยังคงพึ่งพาอยู่มาก ถือเป็น "การพึ่งพาเชิงกลยุทธ์ที่สูงมาก" สำหรับจีน
เครื่องมือกลและเครื่องจักรอุตสาหกรรมแม่นยำ: เครื่องมือกลและอุปกรณ์การผลิตขั้นสูงที่ผลิตในเยอรมนี เป็นสิ่งที่จีนยากจะผลิตทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
เลเซอร์อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์พิเศษ และบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์: นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ โรงงานจีนจำนวนมากยังพึ่งพาบริษัทเยอรมันในด้านการบำรุงรักษา อัปเกรด และซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมระดับสูง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ยากจะทดแทน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: อำนาจต่อรองมีจริง แต่จำกัดและชั่วคราว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า แม้เยอรมนีจะพบจุดคอขวดที่แท้จริงในอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และเครื่องจักรแม่นยำ แต่อำนาจต่อรองดังกล่าวมีทั้ง "จำกัดและชั่วคราว" เนื่องจากจีนกำลังดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมของตนเองอย่างแข็งขันเพื่อลดการพึ่งพาเหล่านี้
ความพยายาม "สายเกินไป": นักวิเคราะห์ยุโรปมองว่า การหาอำนาจต่อรองนี้เป็นสิ่งที่ควรทำมานานแล้ว โดยปักกิ่งใช้เวลาหลายปีในการสะสมจุดคอขวดในยุโรป ในขณะที่เบอร์ลินยังคงเพิกเฉย รายงานของศูนย์ปฏิรูปยุโรป (CER) อธิบายสถานการณ์นี้ว่า "China shock 2.0" และเตือนถึงต้นทุนจากความประมาทของเยอรมนี
ความเสี่ยงในการยกระดับ: หนังสือพิมพ์ Global Times ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน ตอบสนองต่อรายงานนี้ด้วยการเตือนว่าเยอรมนีควร "ร่วมกันปกป้องห่วงโซ่อุปทานโลก" แทนที่จะใช้อาวุธเหล่านี้ ส่งสัญญาณว่าปักกิ่งมองว่าการจัดทำแผนที่นี้เป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร
ความไม่สมดุลเชิงกลยุทธ์ยังคงอยู่: EU ยังคงพึ่งพาการนำเข้า 100% สำหรับแร่หายาก โดยจีนเป็นแหล่งนำเข้าแร่หายากโดยตรงของเยอรมนีถึง 62% ในปี 2567 และสูงถึง 97% หากนับเฉพาะการนำเข้านอก EU ข้อจำกัดการส่งออกของจีนในปี 2568-2569 ทำให้ราคาพุ่งสูงและโรงงานในเยอรมนีต้องหยุดการผลิต
บริบทที่กว้างขึ้น: ท่าทีใหม่ของเยอรมนีต่อจีน การจัดทำแผนที่ในปัจจุบันนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการประเมินความสัมพันธ์กับจีนที่ยาวนานขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน 2568 สภานิติบัญญัติของเยอรมนีได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อทบทวนแนวทางการค้ากับจีน เร่งรัดนโยบาย "ลดความเสี่ยง" (de-risking) หลังจากที่ปักกิ่งใช้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากก่อนหน้านี้ สถาบันเศรษฐกิจเยอรมัน (IW) พบว่า ณ ปี 2567 การพึ่งพาการนำเข้าที่สำคัญจากจีนของเยอรมนียังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่มีการใช้ยุทธศาสตร์จีนปี 2566
ณ ต้นปี 2569 เยอรมนีได้เตือนพันธมิตร G7 ว่าเศรษฐกิจตะวันตก "กำลังหมดเวลา" ในการลดการพึ่งพาจีนสำหรับแร่ธาตุสำคัญ โดยรัฐมนตรีคลังลาร์ส คลิงไบล์ (Lars Klingbeil) เรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการสร้างห่วงโซ่อุปทานทางเลือกสำหรับแร่หายากที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบป้องกันประเทศ
บทสรุป การจัดทำแผนที่จุดอ่อนของจีนอย่างเงียบๆ ของเยอรมนี แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในท่าทีของเบอร์ลิน จากการพึ่งพาการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ มาเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า แต่บัญชีที่ออกมาค่อนข้างไม่สมดุล แม้เบอร์ลินจะพบจุดคอขวดที่แท้จริงในอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และเครื่องจักรแม่นยำ แต่การพึ่งพาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้นกลับไปอยู่ที่จีน สำหรับทุกจุดที่เยอรมนีควบคุมในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง จีนมีจุดควบคุมหลายจุดในวัตถุดิบ ยา และกระบวนการปลายน้ำ การทำแผนที่นี้อาจทำให้เบอร์ลินมีแผนปฏิบัติการ แต่ก็ยังไม่ใช่แผนที่จะนำไปสู่ชัยชนะ
euinsider.eu Germany Quietly Maps China's Weak Spots as the EU Braces for a ... จีนเพิ่มมาตรการควบคุมส่งออก: ในปลายเดือนกรกฎาคม 2569 จีนประกาศควบคุมการส่งออกกับบริษัทใน EU จำนวน 14 แห่ง และเพิ่มการควบคุมแร่หายากและวัสดุแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เบอร์ลินตระหนักว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ การสูญเสียฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิม: ผู้ผลิตรถยนต์ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอากาศยานของเยอรมนีถูกบีบให้ออกจากตลาดจีนในขณะที่บริษัทจีนลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากยุโรป ความไม่สมดุลในการพึ่งพากัน: เยอรมนีต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% สำหรับแร่หายาก และนำเข้าแม่เหล็กถาวร 90% จากจีน ทำให้เกิดจุดอ่อนที่รุนแรงซึ่งการทำแผนที่นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุล
วิธีการทำงาน: การประเมินแบบไม่เปิดเผย การทำแผนที่นี้ไม่ใช่กระบวนการทางกฎหมายสาธารณะ เจ้าหน้าที่เยอรมันทำงานอย่างไม่เป็นทางการ โดยวิเคราะห์การไหลเวียนการค้า ห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลบริษัท และการพึ่งพาเทคโนโลยีข้ามพรมแดน เพื่อระบุจุดอ่อนของจีน
เป้าหมายคือ "เทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ และความสามารถทางอุตสาหกรรมที่ยุโรปสามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง" โดยเฉพาะภาคส่วนที่เศรษฐกิจจีนยังพึ่งพาสินค้านำเข้าจากเยอรมนีและยุโรป
ที่สำคัญ เบอร์ลินยังไม่ได้ประกาศมาตรการจำกัดหรือนโยบายอย่างเป็นทางการใดๆ จากการทำแผนที่นี้ ถือเป็นเพียงการเตรียมการรวบรวมข่าวกรองและการวางแผนรับมือ ไม่ใช่การเริ่มต้นความขัดแย้งทางการค้า
ข้อค้นพบเบื้องต้น: เยอรมนียังมีอำนาจต่อรองตรงไหน นักวิเคราะห์และรายงานชี้ไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมแคบๆ ที่เยอรมนียังคงเป็นจุดคอขวดที่แท้จริง:
อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์: บริษัทเยอรมันและเนเธอร์แลนด์จัดหาเครื่องมือผลิตชิปที่สำคัญ ซึ่งจีนยังคงพึ่งพาอยู่มาก ถือเป็น "การพึ่งพาเชิงกลยุทธ์ที่สูงมาก" สำหรับจีน
เครื่องมือกลและเครื่องจักรอุตสาหกรรมแม่นยำ: เครื่องมือกลและอุปกรณ์การผลิตขั้นสูงที่ผลิตในเยอรมนี เป็นสิ่งที่จีนยากจะผลิตทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
เลเซอร์อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์พิเศษ และบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์: นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ โรงงานจีนจำนวนมากยังพึ่งพาบริษัทเยอรมันในด้านการบำรุงรักษา อัปเกรด และซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมระดับสูง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ยากจะทดแทน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: อำนาจต่อรองมีจริง แต่จำกัดและชั่วคราว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า แม้เยอรมนีจะพบจุดคอขวดที่แท้จริงในอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และเครื่องจักรแม่นยำ แต่อำนาจต่อรองดังกล่าวมีทั้ง "จำกัดและชั่วคราว" เนื่องจากจีนกำลังดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมของตนเองอย่างแข็งขันเพื่อลดการพึ่งพาเหล่านี้
ความพยายาม "สายเกินไป": นักวิเคราะห์ยุโรปมองว่า การหาอำนาจต่อรองนี้เป็นสิ่งที่ควรทำมานานแล้ว โดยปักกิ่งใช้เวลาหลายปีในการสะสมจุดคอขวดในยุโรป ในขณะที่เบอร์ลินยังคงเพิกเฉย รายงานของศูนย์ปฏิรูปยุโรป (CER) อธิบายสถานการณ์นี้ว่า "China shock 2.0" และเตือนถึงต้นทุนจากความประมาทของเยอรมนี
ความเสี่ยงในการยกระดับ: หนังสือพิมพ์ Global Times ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน ตอบสนองต่อรายงานนี้ด้วยการเตือนว่าเยอรมนีควร "ร่วมกันปกป้องห่วงโซ่อุปทานโลก" แทนที่จะใช้อาวุธเหล่านี้ ส่งสัญญาณว่าปักกิ่งมองว่าการจัดทำแผนที่นี้เป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร
ความไม่สมดุลเชิงกลยุทธ์ยังคงอยู่: EU ยังคงพึ่งพาการนำเข้า 100% สำหรับแร่หายาก โดยจีนเป็นแหล่งนำเข้าแร่หายากโดยตรงของเยอรมนีถึง 62% ในปี 2567 และสูงถึง 97% หากนับเฉพาะการนำเข้านอก EU ข้อจำกัดการส่งออกของจีนในปี 2568-2569 ทำให้ราคาพุ่งสูงและโรงงานในเยอรมนีต้องหยุดการผลิต
บริบทที่กว้างขึ้น: ท่าทีใหม่ของเยอรมนีต่อจีน การจัดทำแผนที่ในปัจจุบันนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการประเมินความสัมพันธ์กับจีนที่ยาวนานขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน 2568 สภานิติบัญญัติของเยอรมนีได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อทบทวนแนวทางการค้ากับจีน เร่งรัดนโยบาย "ลดความเสี่ยง" (de-risking) หลังจากที่ปักกิ่งใช้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากก่อนหน้านี้ สถาบันเศรษฐกิจเยอรมัน (IW) พบว่า ณ ปี 2567 การพึ่งพาการนำเข้าที่สำคัญจากจีนของเยอรมนียังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่มีการใช้ยุทธศาสตร์จีนปี 2566
ณ ต้นปี 2569 เยอรมนีได้เตือนพันธมิตร G7 ว่าเศรษฐกิจตะวันตก "กำลังหมดเวลา" ในการลดการพึ่งพาจีนสำหรับแร่ธาตุสำคัญ โดยรัฐมนตรีคลังลาร์ส คลิงไบล์ (Lars Klingbeil) เรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการสร้างห่วงโซ่อุปทานทางเลือกสำหรับแร่หายากที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบป้องกันประเทศ
บทสรุป การจัดทำแผนที่จุดอ่อนของจีนอย่างเงียบๆ ของเยอรมนี แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในท่าทีของเบอร์ลิน จากการพึ่งพาการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ มาเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า แต่บัญชีที่ออกมาค่อนข้างไม่สมดุล แม้เบอร์ลินจะพบจุดคอขวดที่แท้จริงในอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และเครื่องจักรแม่นยำ แต่การพึ่งพาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้นกลับไปอยู่ที่จีน สำหรับทุกจุดที่เยอรมนีควบคุมในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง จีนมีจุดควบคุมหลายจุดในวัตถุดิบ ยา และกระบวนการปลายน้ำ การทำแผนที่นี้อาจทำให้เบอร์ลินมีแผนปฏิบัติการ แต่ก็ยังไม่ใช่แผนที่จะนำไปสู่ชัยชนะ
euinsider.eu Germany Quietly Maps China's Weak Spots as the EU Braces for a ...