คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด เจพีมอร์แกน เตือนวิกฤตจะกินเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2028 ขณะที่ดีลอยท์มองว่าอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029 ราคา DRAM พุ่งขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 ถึงสิ้นปี 2026 ส่งผลให้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมีราคาแพงขึ้น องค์กรธุรกิจเร่งซื้อฮาร์ดแวร์ล่วงหน้าก่อนราคาแพงขึ้นอีก ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปเจอปัญหาราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นและอาจไม่ลดลง What did Morgan Stanley, JPMorgan, and other major industry sources warn in August 2026 about the global memory chip shortage ("chipflation" AI-generated editorial visual for the August 2026 chipflation warnings from Morgan Stanley and JPMorgan. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Morgan Stanley, JPMorgan, and other major industry sources warn in August 2026 about the global memory chip shortage ("chipflation". Article summary: Here is a comprehensive synthesis of the August 2026 warnings from Morgan Stanley, JPMorgan, and other major sources regarding the global memory chip shortage ("chipflation").. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons
openai.com ในเดือนสิงหาคม 2026 คลื่นคำเตือนที่สอดประสานกันจากมอร์แกน สแตนลีย์, เจพีมอร์แกน และแหล่งข้อมูลสำคัญในอุตสาหกรรม ทำให้เห็นภาพชัดเจน: การขาดแคลนชิปความจำทั่วโลก หรือที่เรียกกันว่า 'Chipflation' นั้นไม่ใช่วัฏจักรขาขึ้น-ขาลงแบบทั่วไป แต่มันคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุปทาน-อุปสงค์ ที่กินเวลาหลายปีและถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการ AI ที่ไม่รู้จักพอ ราคา DRAM ที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ปี 2024 และการที่องค์กรธุรกิจต่างเร่งจับจองฮาร์ดแวร์ก่อนที่ราคาจะขึ้นอีก บทความนี้จะเจาะลึกถึงการคาดการณ์ระยะเวลาของวิกฤต ผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อ มุมมองเฉพาะของแต่ละบริษัทจากนักวิเคราะห์และผู้บริหาร ขนาดของเงินทุนสนับสนุนระดับประเทศจากเกาหลีใต้ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่วอลล์สตรีทคาดว่าจะคงอยู่ไปจนถึงปี 2027 และเกินกว่านั้น
ระยะเวลาที่คาดการณ์: การปรับฐานหลายปีที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกัน
ข้อความที่สอดคล้องกันมากที่สุดจากนักวิเคราะห์ในเดือนสิงหาคม 2026 คือ การขาดแคลนหน่วยความจำจะไม่คลี่คลายลงในเร็ววัน มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุสถานการณ์นี้ว่าเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน-อุปสงค์ที่ยั่งยืน' โดยคาดว่าการขาดแคลนจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028 โดยสถานการณ์จะยิ่งรุนแรงขึ้นในปี 2027 และ 2028 นักวิเคราะห์ ชอว์น คิม คำนวณผลกระทบ: ความต้องการหน่วยความจำสำหรับพีซีอาจขาดแคลนถึง 15% (คิดเป็นพีซีประมาณ 58 ล้านเครื่อง) และสมาร์ทโฟนอาจขาดแคลนถึง 12% (ประมาณ 134 ล้านเครื่อง) ในปี 2027
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ไทม์ไลน์ 'Chipflation': วิกฤตชิปความจำรอบใหม่ที่ยืดเยื้อถึงปี 2028" คืออะไร มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด เจพีมอร์แกน เตือนวิกฤตจะกินเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2028 ขณะที่ดีลอยท์มองว่าอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ราคา DRAM พุ่งขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 ถึงสิ้นปี 2026 ส่งผลให้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมีราคาแพงขึ้น
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด เจพีมอร์แกน เตือนวิกฤตจะกินเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2028 ขณะที่ดีลอยท์มองว่าอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029 ราคา DRAM พุ่งขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 ถึงสิ้นปี 2026 ส่งผลให้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมีราคาแพงขึ้น องค์กรธุรกิจเร่งซื้อฮาร์ดแวร์ล่วงหน้าก่อนราคาแพงขึ้นอีก ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปเจอปัญหาราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นและอาจไม่ลดลง What did Morgan Stanley, JPMorgan, and other major industry sources warn in August 2026 about the global memory chip shortage ("chipflation" AI-generated editorial visual for the August 2026 chipflation warnings from Morgan Stanley and JPMorgan. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Morgan Stanley, JPMorgan, and other major industry sources warn in August 2026 about the global memory chip shortage ("chipflation". Article summary: Here is a comprehensive synthesis of the August 2026 warnings from Morgan Stanley, JPMorgan, and other major sources regarding the global memory chip shortage ("chipflation").. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons
openai.com ในเดือนสิงหาคม 2026 คลื่นคำเตือนที่สอดประสานกันจากมอร์แกน สแตนลีย์, เจพีมอร์แกน และแหล่งข้อมูลสำคัญในอุตสาหกรรม ทำให้เห็นภาพชัดเจน: การขาดแคลนชิปความจำทั่วโลก หรือที่เรียกกันว่า 'Chipflation' นั้นไม่ใช่วัฏจักรขาขึ้น-ขาลงแบบทั่วไป แต่มันคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุปทาน-อุปสงค์ ที่กินเวลาหลายปีและถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการ AI ที่ไม่รู้จักพอ ราคา DRAM ที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ปี 2024 และการที่องค์กรธุรกิจต่างเร่งจับจองฮาร์ดแวร์ก่อนที่ราคาจะขึ้นอีก บทความนี้จะเจาะลึกถึงการคาดการณ์ระยะเวลาของวิกฤต ผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อ มุมมองเฉพาะของแต่ละบริษัทจากนักวิเคราะห์และผู้บริหาร ขนาดของเงินทุนสนับสนุนระดับประเทศจากเกาหลีใต้ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่วอลล์สตรีทคาดว่าจะคงอยู่ไปจนถึงปี 2027 และเกินกว่านั้น
ระยะเวลาที่คาดการณ์: การปรับฐานหลายปีที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกัน
ข้อความที่สอดคล้องกันมากที่สุดจากนักวิเคราะห์ในเดือนสิงหาคม 2026 คือ การขาดแคลนหน่วยความจำจะไม่คลี่คลายลงในเร็ววัน มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุสถานการณ์นี้ว่าเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน-อุปสงค์ที่ยั่งยืน' โดยคาดว่าการขาดแคลนจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028 โดยสถานการณ์จะยิ่งรุนแรงขึ้นในปี 2027 และ 2028 นักวิเคราะห์ ชอว์น คิม คำนวณผลกระทบ: ความต้องการหน่วยความจำสำหรับพีซีอาจขาดแคลนถึง 15% (คิดเป็นพีซีประมาณ 58 ล้านเครื่อง) และสมาร์ทโฟนอาจขาดแคลนถึง 12% (ประมาณ 134 ล้านเครื่อง) ในปี 2027
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ไทม์ไลน์ 'Chipflation': วิกฤตชิปความจำรอบใหม่ที่ยืดเยื้อถึงปี 2028" คืออะไร มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขาดแคลนชิปความจำยืดเยื้อถึงปี 2028 โดยเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน อุปสงค์ที่ยั่งยืน' ไม่ใช่วัฏจักรปกติของตลาด เจพีมอร์แกน เตือนวิกฤตจะกินเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2028 ขณะที่ดีลอยท์มองว่าอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ราคา DRAM พุ่งขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 ถึงสิ้นปี 2026 ส่งผลให้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมีราคาแพงขึ้น
ดีลอยท์ เสนอระยะเวลาที่ยาวนานยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการขาดแคลนอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029 โดยอ้างถึงยอดขายชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุด การใช้จ่ายด้านทุนที่พุ่งสูงขึ้น และการกำหนดราคาที่สูงชัน ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนงบประมาณของศูนย์ข้อมูล องค์กรธุรกิจ และผู้บริโภค บริษัทวิจัยอุตสาหกรรม IDC ผลักดันจุดเปลี่ยนของตลาดหน่วยความจำไปเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2028 อย่างเร็วที่สุด โดยคาดว่าการขาดแคลนอุปทาน DRAM จะขยายตัวเป็นประมาณ 13% ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2027
ผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อ: องค์กรเร่งเครื่อง ผู้บริโภคถูกบีบ การขาดแคลนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่มันกำลังเปลี่ยนวิธีการที่องค์กรและผู้บริโภคซื้อฮาร์ดแวร์ไปอย่างสิ้นเชิง
ห่วงโซ่อุปทานแบบจัดสรร (Allocation-based supply chains) กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าการจัดสรรในห่วงโซ่อุปทาน (แทนที่จะเป็นการกำหนดราคาแบบเฉพาะหน้า) จะครอบงำตลาด ส่งผลให้ผู้ซื้อที่ไม่ใช่ AI ซึ่งเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ของตลาดผู้บริโภคและอุตสาหกรรม ต้องเผชิญกับอุปทานที่จำกัด ต้นทุนที่สูงขึ้น และการเข้าถึงอุปทานที่ลดลง
มุมมองเฉพาะของแต่ละบริษัท
ผู้ผลิตหน่วยความจำ/ที่จัดเก็บข้อมูล (ผู้ชนะ)
ไมครอน — หุ้นพุ่งขึ้น 6% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม แตะระดับประมาณ 880 ดอลลาร์ โดยรายได้พุ่งทะยานกว่า 345% เมื่อเทียบเป็นรายปี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของไมครอนเตือนว่า อุปทานในปี 2027 จะตึงตัวยิ่งกว่าระดับปัจจุบัน วอลล์สตรีทปรับเพิ่มราคาเป้าหมายท่ามกลางความเฟื่องฟูของหน่วยความจำ AI
ซานดิสก์ — หุ้นพุ่งขึ้น 8% แตะ 1,393 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม และพุ่งอีก 8% ในวันที่ 12 สิงหาคม หลังเทมาเส็กประกาศการลงทุนโดยตรง แม้จะมีการปรับตัวขึ้น 469% นับตั้งแต่ต้นปี แต่แนวโน้มของซานดิสก์ก็พลาดฉันทามติในบางครั้ง ทำให้เกิดการปรับฐานเล็กน้อย
ซัมซุง — CFO ของซัมซุงกล่าวว่าการขาดแคลนน่าจะ รุนแรงขึ้นจนถึงปี 2027 และคงอยู่อย่างน้อยถึงปี 2028 ซัมซุงเริ่มส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนให้กับลูกค้า ซัมซุงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนชิประดับชาติมูลค่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์
SK Hynix — หุ้นปรับตัวขึ้น 4–8% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม บริษัทประกาศ แผนการลงทุน 38,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตในเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
เวสเทิร์น ดิจิทัล — หุ้นเพิ่มขึ้น 4% ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หลังเทมาเส็กเข้ามาลงทุน แต่ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน โดยร่วงลงถึง 16% ในช่วงหนึ่งหลังจากแนวโน้มพลาดเป้า
ฮาร์ดแวร์องค์กร/โครงสร้างพื้นฐาน (ผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น)
ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ — มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า HPE เป็นหนึ่งในสี่หุ้นฮาร์ดแวร์ที่พร้อมจะได้รับประโยชน์ เนื่องจาก Chipflation ผลักดันให้องค์กรใช้จ่ายเร็วขึ้น เพราะบริษัทต่างเร่งซื้อแทนที่จะชะลอ
เพียว สตอเรจ — อยู่ในแนวโน้มเชิงบวกของมอร์แกน สแตนลีย์ด้านฮาร์ดแวร์ไอที โดยอยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับประโยชน์จากการที่องค์กรซื้อโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้นในภายหลัง
ทีดี ซินเน็กซ์ — ในฐานะผู้จัดจำหน่ายไอทีรายใหญ่ ทีดี ซินเน็กซ์ ถูกอ้างถึงโดยมอร์แกน สแตนลีย์ ว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากวงจรการจัดซื้อที่เร่งตัวขึ้น โดยองค์กรธุรกิจซื้อผ่านช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้ได้รับการจัดสรร
เลอโนโว — การหดตัวของตลาดพีซีส่งผลกระทบโดยตรงต่อเลอโนโว เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นบีบอัตรากำไรและผลักดันราคาอุปกรณ์ปลายทางให้สูงขึ้น ส่งผลให้วงจรการอัปเกรดพีซีของผู้บริโภคและองค์กรชะลอตัว
ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (อยู่ภายใต้แรงกดดัน)
แอปเปิล — เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากต้นทุนส่วนประกอบหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นใน iPhone และ Mac ข้อจำกัดด้านอุปทานของชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์ส่งผลกระทบต่อการผลิตอุปกรณ์พรีเมียม
เสียวหมี่, ออปโป, วีโว่ — ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจีนกำลังใช้ แนวทางที่ระมัดระวัง โดยลดสินค้าคงคลังของชิปเซ็ต ท่ามกลางการขาดแคลน ตามรายงานของบลูมเบิร์ก การขาดแคลนหน่วยความจำทั่วทั้งอุตสาหกรรม 'มีแนวโน้มที่จะกำหนดขนาดโดยรวมของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือตลอดปีงบประมาณ' OEM เหล่านี้เผชิญกับปริมาณที่หดตัว เนื่องจากราคาที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดมวลชนลดลง
เงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้: การตอบสนองระดับชาติ ในเดือนสิงหาคม 2026 เกาหลีใต้ได้ประกาศโครงการริเริ่มด้านเงินทุนหลายโครงการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งผลิตชิปหน่วยความจำส่วนใหญ่ของโลก:
กองทุนเซมิคอนดักเตอร์ใหม่มูลค่า 5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มุ่งเน้นไปที่วัสดุชิป ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และบริษัทไร้โรงงาน (fabless) ประกาศเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม โดยหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบประธานาธิบดี คัง ฮุน-ซิก
เงินทุนเพื่อการค้าเพิ่มเติมอีก 5 ล้านล้านวอน สำหรับซัพพลายเออร์ชิปที่เน้นการส่งออก
โครงการความร่วมมือด้านชิปมูลค่า 1 ล้านล้านวอน สำหรับความร่วมมือในอุตสาหกรรม
พระราชบัญญัติพิเศษเซมิคอนดักเตอร์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดยเกาหลีใต้บันทึก การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 9.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสิบวันแรกของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว กฎหมายนี้รวมถึงกลไกการระดมทุนเฉพาะจำนวน 2 ล้านล้านวอน (แม้จะล่าช้าในการดำเนินการ)
มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นนอกเหนือจากการประกาศ ยุทธศาสตร์การลงทุนชิปมูลค่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งครอบคลุมซัมซุง SK Hynix และรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งเป็นการลงทุนชิประดับชาติครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยประกาศ
SK Hynix ประกาศ การลงทุน 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตในประเทศแยกต่างหากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงถึงปี 2027 การขาดแคลนหน่วยความจำเป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนโดย AI เป็นหลัก และวอลล์สตรีทมองว่าไม่เห็นทีท่าว่าการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะลดลง:
ศูนย์ข้อมูลคาดว่าจะกิน ชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์มากกว่า 70% ที่ผลิตในปี 2026 ตามข้อมูลของ TrendForce
เจพีมอร์แกน ระบุว่าการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ของ Hyperscaler กำลังดูดซับ 'ส่วนแบ่งที่ไม่สมส่วน' ของกำลังการผลิตหน่วยความจำทั่วโลก ทำให้เกิดการขาดแคลนเชิงโครงสร้างที่จะต้องใช้เวลาหลายปีในการคลี่คลาย
มอร์แกน สแตนลีย์ อธิบายความต้องการที่ขับเคลื่อนโดย AI ว่าเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน-อุปสงค์ที่ยั่งยืน' เนื่องจากบริษัทคลาวด์และ AI รายใหญ่จับจองอุปทานผ่านสัญญาระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากวัฏจักรขาขึ้น-ขาลงในอดีต
การรวมกันของการเติบโตของค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนของ Hyperscaler การซื้อฮาร์ดแวร์ไอทีล่วงหน้าขององค์กร และเงินเฟ้อราคาหน่วยความจำ (DRAM เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% จากระดับปี 2024) หมายความว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 2027 และเกินกว่านั้น โดยไม่มีวี่แววของการผ่อนคลายจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อศูนย์ข้อมูล
finance.yahoo.com Memory chip crunch could last 2 more years, JPMorgan says ดีลอยท์ เสนอระยะเวลาที่ยาวนานยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการขาดแคลนอาจไม่คลี่คลายจนถึงปี 2029 โดยอ้างถึงยอดขายชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุด การใช้จ่ายด้านทุนที่พุ่งสูงขึ้น และการกำหนดราคาที่สูงชัน ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนงบประมาณของศูนย์ข้อมูล องค์กรธุรกิจ และผู้บริโภค บริษัทวิจัยอุตสาหกรรม IDC ผลักดันจุดเปลี่ยนของตลาดหน่วยความจำไปเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2028 อย่างเร็วที่สุด โดยคาดว่าการขาดแคลนอุปทาน DRAM จะขยายตัวเป็นประมาณ 13% ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2027
ผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อ: องค์กรเร่งเครื่อง ผู้บริโภคถูกบีบ การขาดแคลนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่มันกำลังเปลี่ยนวิธีการที่องค์กรและผู้บริโภคซื้อฮาร์ดแวร์ไปอย่างสิ้นเชิง
ห่วงโซ่อุปทานแบบจัดสรร (Allocation-based supply chains) กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าการจัดสรรในห่วงโซ่อุปทาน (แทนที่จะเป็นการกำหนดราคาแบบเฉพาะหน้า) จะครอบงำตลาด ส่งผลให้ผู้ซื้อที่ไม่ใช่ AI ซึ่งเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ของตลาดผู้บริโภคและอุตสาหกรรม ต้องเผชิญกับอุปทานที่จำกัด ต้นทุนที่สูงขึ้น และการเข้าถึงอุปทานที่ลดลง
มุมมองเฉพาะของแต่ละบริษัท
ผู้ผลิตหน่วยความจำ/ที่จัดเก็บข้อมูล (ผู้ชนะ)
ไมครอน — หุ้นพุ่งขึ้น 6% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม แตะระดับประมาณ 880 ดอลลาร์ โดยรายได้พุ่งทะยานกว่า 345% เมื่อเทียบเป็นรายปี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของไมครอนเตือนว่า อุปทานในปี 2027 จะตึงตัวยิ่งกว่าระดับปัจจุบัน วอลล์สตรีทปรับเพิ่มราคาเป้าหมายท่ามกลางความเฟื่องฟูของหน่วยความจำ AI
ซานดิสก์ — หุ้นพุ่งขึ้น 8% แตะ 1,393 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม และพุ่งอีก 8% ในวันที่ 12 สิงหาคม หลังเทมาเส็กประกาศการลงทุนโดยตรง แม้จะมีการปรับตัวขึ้น 469% นับตั้งแต่ต้นปี แต่แนวโน้มของซานดิสก์ก็พลาดฉันทามติในบางครั้ง ทำให้เกิดการปรับฐานเล็กน้อย
ซัมซุง — CFO ของซัมซุงกล่าวว่าการขาดแคลนน่าจะ รุนแรงขึ้นจนถึงปี 2027 และคงอยู่อย่างน้อยถึงปี 2028 ซัมซุงเริ่มส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนให้กับลูกค้า ซัมซุงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนชิประดับชาติมูลค่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์
SK Hynix — หุ้นปรับตัวขึ้น 4–8% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม บริษัทประกาศ แผนการลงทุน 38,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตในเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
เวสเทิร์น ดิจิทัล — หุ้นเพิ่มขึ้น 4% ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หลังเทมาเส็กเข้ามาลงทุน แต่ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน โดยร่วงลงถึง 16% ในช่วงหนึ่งหลังจากแนวโน้มพลาดเป้า
ฮาร์ดแวร์องค์กร/โครงสร้างพื้นฐาน (ผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น)
ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ — มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า HPE เป็นหนึ่งในสี่หุ้นฮาร์ดแวร์ที่พร้อมจะได้รับประโยชน์ เนื่องจาก Chipflation ผลักดันให้องค์กรใช้จ่ายเร็วขึ้น เพราะบริษัทต่างเร่งซื้อแทนที่จะชะลอ
เพียว สตอเรจ — อยู่ในแนวโน้มเชิงบวกของมอร์แกน สแตนลีย์ด้านฮาร์ดแวร์ไอที โดยอยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับประโยชน์จากการที่องค์กรซื้อโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้นในภายหลัง
ทีดี ซินเน็กซ์ — ในฐานะผู้จัดจำหน่ายไอทีรายใหญ่ ทีดี ซินเน็กซ์ ถูกอ้างถึงโดยมอร์แกน สแตนลีย์ ว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากวงจรการจัดซื้อที่เร่งตัวขึ้น โดยองค์กรธุรกิจซื้อผ่านช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้ได้รับการจัดสรร
เลอโนโว — การหดตัวของตลาดพีซีส่งผลกระทบโดยตรงต่อเลอโนโว เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นบีบอัตรากำไรและผลักดันราคาอุปกรณ์ปลายทางให้สูงขึ้น ส่งผลให้วงจรการอัปเกรดพีซีของผู้บริโภคและองค์กรชะลอตัว
ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (อยู่ภายใต้แรงกดดัน)
แอปเปิล — เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากต้นทุนส่วนประกอบหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นใน iPhone และ Mac ข้อจำกัดด้านอุปทานของชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์ส่งผลกระทบต่อการผลิตอุปกรณ์พรีเมียม
เสียวหมี่, ออปโป, วีโว่ — ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจีนกำลังใช้ แนวทางที่ระมัดระวัง โดยลดสินค้าคงคลังของชิปเซ็ต ท่ามกลางการขาดแคลน ตามรายงานของบลูมเบิร์ก การขาดแคลนหน่วยความจำทั่วทั้งอุตสาหกรรม 'มีแนวโน้มที่จะกำหนดขนาดโดยรวมของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือตลอดปีงบประมาณ' OEM เหล่านี้เผชิญกับปริมาณที่หดตัว เนื่องจากราคาที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดมวลชนลดลง
เงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้: การตอบสนองระดับชาติ ในเดือนสิงหาคม 2026 เกาหลีใต้ได้ประกาศโครงการริเริ่มด้านเงินทุนหลายโครงการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งผลิตชิปหน่วยความจำส่วนใหญ่ของโลก:
กองทุนเซมิคอนดักเตอร์ใหม่มูลค่า 5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มุ่งเน้นไปที่วัสดุชิป ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และบริษัทไร้โรงงาน (fabless) ประกาศเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม โดยหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบประธานาธิบดี คัง ฮุน-ซิก
เงินทุนเพื่อการค้าเพิ่มเติมอีก 5 ล้านล้านวอน สำหรับซัพพลายเออร์ชิปที่เน้นการส่งออก
โครงการความร่วมมือด้านชิปมูลค่า 1 ล้านล้านวอน สำหรับความร่วมมือในอุตสาหกรรม
พระราชบัญญัติพิเศษเซมิคอนดักเตอร์ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม โดยเกาหลีใต้บันทึก การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 9.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสิบวันแรกของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว กฎหมายนี้รวมถึงกลไกการระดมทุนเฉพาะจำนวน 2 ล้านล้านวอน (แม้จะล่าช้าในการดำเนินการ)
มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นนอกเหนือจากการประกาศ ยุทธศาสตร์การลงทุนชิปมูลค่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งครอบคลุมซัมซุง SK Hynix และรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งเป็นการลงทุนชิประดับชาติครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยประกาศ
SK Hynix ประกาศ การลงทุน 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตในประเทศแยกต่างหากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงถึงปี 2027 การขาดแคลนหน่วยความจำเป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนโดย AI เป็นหลัก และวอลล์สตรีทมองว่าไม่เห็นทีท่าว่าการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะลดลง:
ศูนย์ข้อมูลคาดว่าจะกิน ชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์มากกว่า 70% ที่ผลิตในปี 2026 ตามข้อมูลของ TrendForce
เจพีมอร์แกน ระบุว่าการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ของ Hyperscaler กำลังดูดซับ 'ส่วนแบ่งที่ไม่สมส่วน' ของกำลังการผลิตหน่วยความจำทั่วโลก ทำให้เกิดการขาดแคลนเชิงโครงสร้างที่จะต้องใช้เวลาหลายปีในการคลี่คลาย
มอร์แกน สแตนลีย์ อธิบายความต้องการที่ขับเคลื่อนโดย AI ว่าเป็น 'การปรับสมดุลอุปทาน-อุปสงค์ที่ยั่งยืน' เนื่องจากบริษัทคลาวด์และ AI รายใหญ่จับจองอุปทานผ่านสัญญาระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากวัฏจักรขาขึ้น-ขาลงในอดีต
การรวมกันของการเติบโตของค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนของ Hyperscaler การซื้อฮาร์ดแวร์ไอทีล่วงหน้าขององค์กร และเงินเฟ้อราคาหน่วยความจำ (DRAM เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% จากระดับปี 2024) หมายความว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 2027 และเกินกว่านั้น โดยไม่มีวี่แววของการผ่อนคลายจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อศูนย์ข้อมูล
finance.yahoo.com Memory chip crunch could last 2 more years, JPMorgan says