สงครามอิหร่านทำให้กำลังผลิตอะลูมิเนียมในตะวันออกกลางหายไปปีละ 2 ล้านตัน สต็อกในตลาด LME ลดลงเหลือ 250,000 ตันในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 36 ปี ราคาอะลูมิเนียมพุ่งขึ้นแตะ 3,787.50 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนมิถุนายน ก่อนจะย่อตัวลง แต่ตลาดยังคงตึงตัวจากสต็อกที่ใกล้หมดและอุปทานใหม่จากจีนและอินโดนีเซียไม่สามาร...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused London Metal Exchange aluminium stocks to fall to a 36-year low of 250,000 tonnes in 2026, and what does this reveal about suppl. Article summary: The Iran war turned a previously well-supplied aluminium market inside out in six months. Gulf production collapsed by 2 million tonnes/year, LME stocks were drained to a 36-year low, the remaining deliverable metal is ~. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 สต็อกอะลูมิเนียมในตลาด London Metal Exchange (LME) ลดลงเหลือประมาณ 250,000 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 สาเหตุหลักคือสงครามอิหร่านที่ทำให้กำลังผลิตในอ่าวเปอร์เซียหายไปประมาณปีละ 2 ล้านตัน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และส่งผลให้ผู้บริโภคต้องเร่งดึงอะลูมิเนียมออกจากคลังสินค้าของตลาด
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความช็อกในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นบทเรียนสำคัญว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพียงจุดเดียวสามารถเปิดโปงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญที่โลกตะวันตกพึ่งพาสำหรับการผลิต การป้องกันประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
วิกฤตอุปทานเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศที่สร้างความเสียหายให้กับโรงถลุงอะลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งในตะวันออกกลาง ซึ่งดำเนินการโดย Aluminium Bahrain (Alba) และ Emirates Global Aluminium (EGA) คนงานได้รับบาดเจ็บ โรงงานได้รับความเสียหาย และทั้งสองแห่งต้องลดกำลังการผลิต
ในเวลาเดียวกัน ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งประมาณ 10% ของการผลิตอะลูมิเนียมทั่วโลก ถูกปิดเกือบทั้งหมด ส่งผลให้การส่งออกจากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียไปยังยุโรป สหรัฐฯ และเอเชียหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังปิดกั้นการนำเข้าวัตถุดิบอย่างบอกไซต์และอะลูมินาที่โรงถลุงในอ่าวเปอร์เซียต้องพึ่งพา
ตามข้อมูลของ International Aluminium Institute กำลังการผลิตอะลูมิเนียมขั้นต้นในอ่าวเปอร์เซียลดลงในอัตรารายปี 2 ล้านตันระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ค.ศ. 2026 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3% ของกำลังการผลิตทั่วโลกที่หายไปภายในไม่กี่เดือน
เมื่ออะลูมิเนียมในตลาดจริงหายไป ผู้ผลิต พ่อค้า และผู้บริโภคจึงหันไปที่ LME ในฐานะแหล่งสุดท้าย สต็อกอะลูมิเนียมที่พร้อมส่งมอบ (on-warrant stocks) ลดลงครึ่งหนึ่งจากประมาณ 440,000 ตันในเดือนมกราคม เหลือประมาณ 250,000 ตันในกลางเดือนสิงหาคม
ความช็อกด้านอุปทานส่งผลให้สัญญาอะลูมิเนียม 3 เดือนของ LME พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 3,787.50 ดอลลาร์ต่อตันในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2026 นักวิเคราะห์บางรายในตอนนั้นคาดการณ์ว่าราคาอาจทะลุ 4,000 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม ภายในปลายเดือนกรกฎาคม ราคาได้ย่อตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 3,170 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนที่สงครามจะทวีความรุนแรง การฟื้นตัวบางส่วนนี้บ่งชี้ว่าตลาดได้รวมปัจจัยการทำลายอุปสงค์จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความเชื่อที่ว่ากำลังผลิตในอ่าวเปอร์เซียจะกลับมาในที่สุด แต่ความตึงตัวยังคงรุนแรง โดยมีสต็อกใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และอุปทานใหม่จากจีนและอินโดนีเซียไม่สามารถชดเชยการลดลงได้
สิ่งที่เหลืออยู่ในระบบ LME มีความเข้มข้นอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างสำหรับตลาดที่ควรจะลึกและมีสภาพคล่อง
การกระจุกตัวนี้ไม่ได้เกิดจากปริมาณอะลูมิเนียมรัสเซียที่เพิ่มขึ้น แต่เกิดจากทุกแหล่งอื่นถูกถอนออกอย่างแข็งขัน ดังที่บทวิเคราะห์หนึ่งกล่าวไว้ นี่คือ "การกระจุกตัวแบบพาสซีฟ" ซึ่งทำให้ตลาดอยู่ในสถานะที่อันตรายอย่างยิ่ง
วิกฤตอะลูมิเนียมเป็นสัญญาณเตือนที่ขยายวงกว้างเกินกว่าโลหะชนิดเดียว
การพึ่งพาการนำเข้าของโลกตะวันตก: ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเคยส่งอะลูมิเนียมขั้นต้นและอะลูมินาบริสุทธิ์สูงหลายล้านตันให้กับยุโรปและสหรัฐฯ การสูญเสียอย่างกะทันหันเผยให้เห็นว่ากำลังการผลิตส่วนเกินนอกจีนมีอยู่น้อยเพียงใด สหภาพยุโรปจัดให้อะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบที่สำคัญและเป็นยุทธศาสตร์ภายใต้พระราชบัญญัติวัตถุดิบที่สำคัญ (Critical Raw Materials Act)
อะลูมิเนียมเกรดทหาร: จุดอ่อนที่สุด: การจำลองสงครามของเพนตากอนในช่วงกลางปี ค.ศ. 2025 ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้น ได้จำลองสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งใหญ่ และสรุปว่าห่วงโซ่อุปทานอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ "อาจจะไม่ดีพอ" จุดอ่อนเฉพาะคืออะลูมิเนียมบริสุทธิ์สูง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผ่านการกลั่นขั้นสูงที่จำเป็นสำหรับเครื่องบินรบและยานเกราะ สหรัฐฯ พึ่งพาการนำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สำหรับโลหะชนิดนี้ประมาณ 90%
การปิดจุดคอขวดแบบลูกโซ่: การปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ขัดขวางเฉพาะอะลูมิเนียมสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังขัดขวางการนำเข้าวัตถุดิบบอกไซต์และอะลูมินาที่โรงถลุงนำเข้า ทำให้เกิดการถดถอยของการผลิตที่เสริมกำลังตัวเอง จุดคอขวดทางทะเลเพียงจุดเดียวคุกคามห่วงโซ่คุณค่าของแร่สำคัญทั้งหมด
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง: ภาคการก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และพลังงานสีเขียว เช่น โครงสร้างโซลาร์เซลล์ แผงตัวถังรถยนต์ไฟฟ้า และกล่องแบตเตอรี่ ต่างเผชิญกับราคาที่พุ่งสูงขึ้นและการขาดแคลนวัสดุจากวิกฤตนี้ บริษัทที่ปรึกษา Wood Mackenzie ประมาณการว่าตลาดโลกอาจเผชิญกับการขาดแคลนอุปทานสูงถึง 4 ล้านตันในปี ค.ศ. 2026
สงครามอิหร่านทำให้ตลาดอะลูมิเนียมที่เคยมีอุปทานเพียงพอพลิกกลับด้านภายในหกเดือน กำลังผลิตในอ่าวเปอร์เซียลดลงปีละ 2 ล้านตัน สต็อก LME ถูกดูดจนเหลือระดับต่ำสุดในรอบ 36 ปี อะลูมิเนียมที่เหลืออยู่ในตลาดคิดเป็น 93% จากรัสเซียและถือครองโดยนิติบุคคลเดียว ราคาพุ่งขึ้น 30% ก่อนจะทรงตัวในสมดุลที่เปราะบาง นอกจากนี้ การจำลองสงครามของเพนตากอนก่อนเกิดเหตุได้ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนนี้แล้ว
เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญทุกรายการที่พึ่งพาผู้ผลิตกลุ่มแคบๆ จุดคอขวดเพียงจุดเดียว และสต็อกในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่บางเฉียบ คำถามไม่ใช่ว่าภัยพิบัติครั้งต่อไปจะมาถึงเมื่อใด แต่คือโลหะชนิดใดที่จะเป็นเป้าหมายต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สงครามอิหร่านทำให้กำลังผลิตอะลูมิเนียมในตะวันออกกลางหายไปปีละ 2 ล้านตัน สต็อกในตลาด LME ลดลงเหลือ 250,000 ตันในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 36 ปี
สงครามอิหร่านทำให้กำลังผลิตอะลูมิเนียมในตะวันออกกลางหายไปปีละ 2 ล้านตัน สต็อกในตลาด LME ลดลงเหลือ 250,000 ตันในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 36 ปี ราคาอะลูมิเนียมพุ่งขึ้นแตะ 3,787.50 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนมิถุนายน ก่อนจะย่อตัวลง แต่ตลาดยังคงตึงตัวจากสต็อกที่ใกล้หมดและอุปทานใหม่จากจีนและอินโดนีเซียไม่สามารถชดเชยได้
แบบจำลองสงครามของเพนตากอนก่อนเกิดเหตุชี้ว่าอะลูมิเนียมบริสุทธิ์สูงสำหรับเครื่องบินรบเป็นจุดอ่อนสำคัญของสหรัฐฯ สะท้อนว่าวิกฤตอะลูมิเนียมเป็นกรณีศึกษาในวงกว้างสำหรับแร่สำคัญอื่นๆ