CosmoCube ถูกบรรยายว่ามีขนาดประมาณกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก บริษัท Surrey Satellite Technology Limited (SSTL) เป็นผู้รับเหมาหลักในการศึกษา Phase 0 ระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งได้รับทุนจากสำนักงานอวกาศสหราชอาณาจักร (UK Space Agency) โดยเน้นที่การออกแบบภารกิจและความเป็นไปได้
แพลตฟอร์มดังกล่าวใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักรในการพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็กที่คุ้มต้นทุน
ดาวเทียมจะโคจรในวงโคจรต่ำรอบดวงจันทร์ (Low Lunar Orbit - LLO) โดยจะเก็บข้อมูลเมื่อเคลื่อนที่ผ่านด้านไกลของดวงจันทร์เท่านั้น ตำแหน่งนี้จะช่วยป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโลก ไม่ว่าจะเป็นคลื่นวิทยุ FM, ดาวเทียม และสัญญาณรบกวนอื่น ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ในแต่ละรอบโคจรซึ่งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง จะมีเวลาประมาณ 40 นาทีสำหรับการสังเกตการณ์ที่ได้รับการป้องกัน
ช่วงความถี่ที่ใช้สังเกตการณ์ในเอกสารวิชาการระบุว่าอยู่ที่ 10–100 MHz โดยเป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์จะเน้นที่ช่วงความถี่ต่ำของคลื่นนี้
ภารกิจที่วางแผนไว้เป็นเวลา 2 ปี จะรวบรวมข้อมูลคลื่นวิทยุความถี่ต่ำแบบสะสมรวมประมาณ 1,000 ชั่วโมง ด้วยการสร้างระยะเวลาสังเกตการณ์สะสมในแต่ละรอบโคจร เครื่องมือนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจจับสัญญาณจาก Dark Ages ที่แผ่วเบาอย่างยิ่ง ซึ่งถูกกลบด้วยสัญญาณพื้นหน้าที่สว่างกว่าจากดาราจักร (เช่น การแผ่รังสีซินโครตรอน)
CosmoCube ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับโครงการนำร่อง 'mini-Fast' ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency - ESA) ซึ่งมีกรอบวงจรค่าใช้จ่ายของ ESA อยู่ที่ต่ำกว่า 50 ล้านยูโร และกรอบเวลาตั้งแต่การคัดเลือกจนถึงการปล่อยตัวน้อยกว่า 5 ปี กรอบเวลาการปล่อยตัวตามแผนคือภายใน 4 ถึง 5 ปีนับจากการคัดเลือก
แนวทางที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำนี้ตั้งใจจะสร้างผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ทรงคุณค่าด้วยงบประมาณที่จำกัด
ทีม CosmoCube ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มุ่งสู่ด้านไกลของดวงจันทร์เพื่อศึกษา Dark Ages คู่แข่งที่ใกล้ตัวที่สุดคือ LuSEE-Night (Lunar Surface Electromagnetics Experiment – Night) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องความร่วมมือระหว่าง NASA และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (U.S. Department of Energy) LuSEE-Night มีกำหนดลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์เร็วที่สุดในปี 2025–2026 โดยมีเป้าหมายในการวัดสัญญาณ 21 ซม. จาก Dark Ages เป็นครั้งแรกจากพื้นผิวดวงจันทร์ แนวคิดที่ใหญ่กว่า เช่น ระบบ阵列 FARSIDE และ FarView ก็อยู่ในขั้นตอนการออกแบบเบื้องต้นเช่นกัน แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่ามากก็ตาม
อินเดียและประเทศอื่น ๆ ก็ได้ประกาศแผนการทางวิทยาศาสตร์บนด้านไกลของดวงจันทร์เช่นกัน แม้ว่าชื่อภารกิจเฉพาะจะไม่ได้รับการระบุรายละเอียดในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่
ทีม CosmoCube ตั้งข้อสังเกตว่าการเป็นคนแรกที่ตรวจจับสัญญาณจาก Dark Ages นั้นมีเกียรติทางวิทยาศาสตร์สูง ซึ่งเพิ่มความเร่งด่วนในการดำเนินการจากแนวคิดไปสู่การบิน
หลักฐานที่มีอยู่เกี่ยวกับ CosmoCube ส่วนใหญ่มาจากบทความข่าว (The Guardian, PopSci, phys.org) บทความจากนิตยสารของห้องปฏิบัติการคาเวนดิช มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเอกสารวิชาการเกี่ยวกับการออกแบบสเปกโตรมิเตอร์ เอกสารก่อนการประเมิน Phase A อย่างเป็นทางการจาก ESA หรือเคมบริดจ์ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ชื่อแพลตฟอร์มดาวเทียม "SSTL-21" และรายละเอียดแถบความถี่ที่แน่นอนได้รับการรายงานในแหล่งข่าวบางแห่ง แต่ไม่ได้รับการยืนยันในเอกสารวิชาการดิบที่ดึงมา ภาพรวมการแข่งขันนอกเหนือจาก LuSEE-Night ถูกกล่าวถึงในแง่ทั่วไปเท่านั้น
การตรวจจับสัญญาณ 21 ซม. จากยุค Dark Ages ของจักรวาลจะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในจักรวาลวิทยา มันจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเข้าไปโดยตรงในยุคที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้ของประวัติศาสตร์เอกภพ ทดสอบแบบจำลองการก่อตัวของโครงสร้างในยุคแรกเริ่มและคุณสมบัติของสสารมืด CosmoCube โดยการพิสูจน์ว่าดาวเทียมขนาดเล็กและราคาไม่แพงสามารถทำการวัดนี้จากวงโคจรของดวงจันทร์ได้ จะสามารถเปิดหน้าต่างใหม่สู่จักรวาลยุคแรกเริ่มและสร้างแบบจำลองสำหรับดาราศาสตร์วิทยุในอวกาศในอนาคต