คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าในจีนลดการใช้น้ำมันได้ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน ขณะที่ IEA คาดว่าปี 2026 ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 จะเป็... Wood Mackenzie เผยสถานการณ์ 'Electric Shock' คาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 และอาจนำไปสู่การปิดโรงกลั่นน้ำมันถึง 40 แห่ง แต่เตือนว่าอุปทานแร่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์... How is the U.S.-led war in Iran reshaping the global auto market and accelerating electric vehicle adoption, as reflected in the IEA's findi The Strait of Hormuz crisis has become an unexpected accelerant for global EV adoption, reshaping energy markets and consumer behavior. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the U.S.-led war in Iran reshaping the global auto market and accelerating electric vehicle adoption, as reflected in the IEA's findi. Article summary: Let me search for the latest data on these specific claims and trendsLet me also search for the remaining gaps on U.S. consumer EV savings, mineral constraints, and charging infrastructure.. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, c
openai.com สงครามที่สหรัฐฯ นำโดยการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้จุดชนวนวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันหายไปประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสูงสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก และกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
จีนเดินหน้าแทนที่น้ำมันเร็วกว่าที่คาดการณ์
รายงาน Global EV Outlook 2026 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า กองรถ EV ทั่วโลกช่วยลดการเผาน้ำมันได้ประมาณ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2030 ในจีนโดยเฉพาะ ธนาคารเพื่อการลงทุน Jefferies รายงานว่ารถ EV ลดการใช้น้ำมันได้ถึง หรือเพิ่มขึ้น 42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบที่คาดการณ์ของจีน ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตามที่มีการรายงาน ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของจีนในฐานะส่วนแบ่งการลดการใช้น้ำมันทั่วโลก
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สงครามอิหร่านจุดพลุ EV ทั่วโลก: ยอดขายรถไฟฟ้าพุ่ง ราคาน้ำมันดันตลาดเปลี่ยนผ่านเร็วกว่าคาด" คืออะไร สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าในจีนลดการใช้น้ำมันได้ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน ขณะที่ IEA คาดว่าปี 2026 ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 จะเป็...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Wood Mackenzie เผยสถานการณ์ 'Electric Shock' คาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 และอาจนำไปสู่การปิดโรงกลั่นน้ำมันถึง 40 แห่ง แต่เตือนว่าอุปทานแร่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์...
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าในจีนลดการใช้น้ำมันได้ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน ขณะที่ IEA คาดว่าปี 2026 ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 จะเป็... Wood Mackenzie เผยสถานการณ์ 'Electric Shock' คาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 และอาจนำไปสู่การปิดโรงกลั่นน้ำมันถึง 40 แห่ง แต่เตือนว่าอุปทานแร่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์... How is the U.S.-led war in Iran reshaping the global auto market and accelerating electric vehicle adoption, as reflected in the IEA's findi The Strait of Hormuz crisis has become an unexpected accelerant for global EV adoption, reshaping energy markets and consumer behavior. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the U.S.-led war in Iran reshaping the global auto market and accelerating electric vehicle adoption, as reflected in the IEA's findi. Article summary: Let me search for the latest data on these specific claims and trendsLet me also search for the remaining gaps on U.S. consumer EV savings, mineral constraints, and charging infrastructure.. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, c
openai.com สงครามที่สหรัฐฯ นำโดยการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้จุดชนวนวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันหายไปประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสูงสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก และกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
จีนเดินหน้าแทนที่น้ำมันเร็วกว่าที่คาดการณ์
รายงาน Global EV Outlook 2026 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า กองรถ EV ทั่วโลกช่วยลดการเผาน้ำมันได้ประมาณ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2030 ในจีนโดยเฉพาะ ธนาคารเพื่อการลงทุน Jefferies รายงานว่ารถ EV ลดการใช้น้ำมันได้ถึง หรือเพิ่มขึ้น 42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบที่คาดการณ์ของจีน ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตามที่มีการรายงาน ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของจีนในฐานะส่วนแบ่งการลดการใช้น้ำมันทั่วโลก
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สงครามอิหร่านจุดพลุ EV ทั่วโลก: ยอดขายรถไฟฟ้าพุ่ง ราคาน้ำมันดันตลาดเปลี่ยนผ่านเร็วกว่าคาด" คืออะไร สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? สงครามสหรัฐฯ อิสราเอลในอิหร่าน เริ่ม 28 ก.พ. 2026 ทำให้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันพุ่งทั่วโลก ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าในจีนลดการใช้น้ำมันได้ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 6% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน ขณะที่ IEA คาดว่าปี 2026 ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 จะเป็...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Wood Mackenzie เผยสถานการณ์ 'Electric Shock' คาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 และอาจนำไปสู่การปิดโรงกลั่นน้ำมันถึง 40 แห่ง แต่เตือนว่าอุปทานแร่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์...
1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อตลาดรถยนต์โลก ผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคปรากฏชัดและวัดผลได้ทันที:
ยอดขาย EV ในยุโรปพุ่งสูง ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน โดยความต้องการทั้งรถ EV ใหม่และมือสองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยเตอร์สรายงาน การจดทะเบียนรถ BEV (แบตเตอรี่ไฟฟ้า) ในยุโรปเพิ่มขึ้น 51.4% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว
ยอดขาย EV เพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2026 ในออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานของ IEA ในบางตลาด เช่น โคลอมเบีย ยอดขายพุ่งถึง 4 เท่า
IEA คาดว่า เกือบหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2026 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Goldman Sachs รายงานว่าส่วนแบ่งการตลาดของ EV สูงถึง 26.1% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การส่งออกรถ EV ของจีนกำลังเฟื่องฟู เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์จีนส่งผลผลิตส่วนเกินไปยังตลาดต่างประเทศที่ราคาน้ำมันสูงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ EV การส่งออกรถ EV ของจีนเพิ่มขึ้น 120% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
PwC's Autofacts ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถยนต์นั่งทั่วโลกลง 800,000–900,000 คันสำหรับปี 2026 เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน แต่ระบุว่าสงครามอาจ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ในตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก
ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ EV ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ในปี 2026 หลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า แม้เครดิตภาษีของรัฐบาลกลางมูลค่า 7,500 ดอลลาร์จะหมดอายุในเดือนกันยายน 2025 แต่ EV ยังคงมีต้นทุนการเป็นเจ้าของที่ถูกกว่าในระยะยาวในสหรัฐฯ:
EV ส่วนใหญ่ให้ ประหยัดตลอดอายุการใช้งาน 6,000–10,000 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันที่เทียบเคียงได้ โดย BEV ประหยัดค่าเชื้อเพลิงประมาณ 60%
ในระยะเวลา 5 ปี ที่ขับปีละ 15,000 ไมล์ รถ EV ระดับกลางมีค่าใช้จ่ายรวม น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 3,000–6,000 ดอลลาร์
สำหรับระยะเวลาการเป็นเจ้าของ 7 ปี ประหยัดได้ตั้งแต่ มากกว่า 2,000 ดอลลาร์สำหรับรถซีดานขนาดเล็ก ไปจนถึงมากกว่า 8,000 ดอลลาร์สำหรับ SUV ขนาดกลาง
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจากสงครามทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสำหรับผู้ซื้อใหม่สั้นลง
สถานการณ์ 'Electric Shock' ของ Wood Mackenzie Wood Mackenzie เผยแพร่รายงาน Horizons เรื่อง "Electric Shock" เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 โดยระบุถึง สามแรงผลักดัน ที่อาจทำให้การนำ EV มาใช้สูงกว่ากรณีฐาน ได้แก่ ภาวะช็อกจากอุปทานน้ำมันจากสงครามรัสเซียและอิหร่าน ราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นผลักดันพฤติกรรมผู้บริโภค และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เร็วกว่าที่คาด
ภายใต้สถานการณ์ Electric Shock:
ความต้องการน้ำมันทั่วโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 หรือต่ำกว่า ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันจากกรณีฐาน ที่ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สิ่งนี้จะนำไปสู่การ ปิดโรงกลั่นน้ำมันประมาณ 40 แห่งทั่วโลก
ในสถานการณ์วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่รุนแรงที่สุด ราคาน้ำมันเบรนท์อาจเข้าใกล้ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในสิ้นปี 2026
การหยุดชะงักที่ยืดเยื้ออาจลดความต้องการน้ำมันโลก 20% และความต้องการก๊าซ 10% ภายในปี 2050 ในขณะที่ความมั่นคงด้านพลังงานผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ถ่านหิน และนิวเคลียร์
อุปสรรคที่เหลืออยู่ โดยสรุป สงครามอิหร่านได้เปลี่ยนเส้นโค้งการนำ EV มาใช้ที่เคยราบรื่นให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จีนกำลังเร่งลดการใช้น้ำมันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เศรษฐศาสตร์ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างมากตามราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และสถานการณ์ 'Electric Shock' ของ Wood Mackenzie คาดการณ์ถึงจุดสูงสุดของความต้องการน้ำมันที่ต่ำกว่าแนวโน้มตลาดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงกระนั้น อุปทานแร่ธาตุสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจจำกัดความเร็วของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
ที่มา: บทความนี้รวบรวมและเรียบเรียงจากข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), Wood Mackenzie, Jefferies, PwC, Reuters, Goldman Sachs และแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมอื่นๆ -
theedgemalaysia.com Trio of economic forces could boost electric vehicles, WoodMac says 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อตลาดรถยนต์โลก ผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคปรากฏชัดและวัดผลได้ทันที:
ยอดขาย EV ในยุโรปพุ่งสูง ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน โดยความต้องการทั้งรถ EV ใหม่และมือสองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยเตอร์สรายงาน การจดทะเบียนรถ BEV (แบตเตอรี่ไฟฟ้า) ในยุโรปเพิ่มขึ้น 51.4% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว
ยอดขาย EV เพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2026 ในออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานของ IEA ในบางตลาด เช่น โคลอมเบีย ยอดขายพุ่งถึง 4 เท่า
IEA คาดว่า เกือบหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2026 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Goldman Sachs รายงานว่าส่วนแบ่งการตลาดของ EV สูงถึง 26.1% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การส่งออกรถ EV ของจีนกำลังเฟื่องฟู เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์จีนส่งผลผลิตส่วนเกินไปยังตลาดต่างประเทศที่ราคาน้ำมันสูงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ EV การส่งออกรถ EV ของจีนเพิ่มขึ้น 120% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
PwC's Autofacts ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถยนต์นั่งทั่วโลกลง 800,000–900,000 คันสำหรับปี 2026 เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน แต่ระบุว่าสงครามอาจ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ในตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก
ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ EV ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ในปี 2026 หลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า แม้เครดิตภาษีของรัฐบาลกลางมูลค่า 7,500 ดอลลาร์จะหมดอายุในเดือนกันยายน 2025 แต่ EV ยังคงมีต้นทุนการเป็นเจ้าของที่ถูกกว่าในระยะยาวในสหรัฐฯ:
EV ส่วนใหญ่ให้ ประหยัดตลอดอายุการใช้งาน 6,000–10,000 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันที่เทียบเคียงได้ โดย BEV ประหยัดค่าเชื้อเพลิงประมาณ 60%
ในระยะเวลา 5 ปี ที่ขับปีละ 15,000 ไมล์ รถ EV ระดับกลางมีค่าใช้จ่ายรวม น้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 3,000–6,000 ดอลลาร์
สำหรับระยะเวลาการเป็นเจ้าของ 7 ปี ประหยัดได้ตั้งแต่ มากกว่า 2,000 ดอลลาร์สำหรับรถซีดานขนาดเล็ก ไปจนถึงมากกว่า 8,000 ดอลลาร์สำหรับ SUV ขนาดกลาง
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจากสงครามทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสำหรับผู้ซื้อใหม่สั้นลง
สถานการณ์ 'Electric Shock' ของ Wood Mackenzie Wood Mackenzie เผยแพร่รายงาน Horizons เรื่อง "Electric Shock" เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 โดยระบุถึง สามแรงผลักดัน ที่อาจทำให้การนำ EV มาใช้สูงกว่ากรณีฐาน ได้แก่ ภาวะช็อกจากอุปทานน้ำมันจากสงครามรัสเซียและอิหร่าน ราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นผลักดันพฤติกรรมผู้บริโภค และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เร็วกว่าที่คาด
ภายใต้สถานการณ์ Electric Shock:
ความต้องการน้ำมันทั่วโลกอาจลดลงเหลือ 99 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2040 หรือต่ำกว่า ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันจากกรณีฐาน ที่ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สิ่งนี้จะนำไปสู่การ ปิดโรงกลั่นน้ำมันประมาณ 40 แห่งทั่วโลก
ในสถานการณ์วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่รุนแรงที่สุด ราคาน้ำมันเบรนท์อาจเข้าใกล้ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในสิ้นปี 2026
การหยุดชะงักที่ยืดเยื้ออาจลดความต้องการน้ำมันโลก 20% และความต้องการก๊าซ 10% ภายในปี 2050 ในขณะที่ความมั่นคงด้านพลังงานผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ถ่านหิน และนิวเคลียร์
อุปสรรคที่เหลืออยู่ โดยสรุป สงครามอิหร่านได้เปลี่ยนเส้นโค้งการนำ EV มาใช้ที่เคยราบรื่นให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จีนกำลังเร่งลดการใช้น้ำมันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เศรษฐศาสตร์ของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างมากตามราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และสถานการณ์ 'Electric Shock' ของ Wood Mackenzie คาดการณ์ถึงจุดสูงสุดของความต้องการน้ำมันที่ต่ำกว่าแนวโน้มตลาดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงกระนั้น อุปทานแร่ธาตุสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจจำกัดความเร็วของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
ที่มา: บทความนี้รวบรวมและเรียบเรียงจากข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), Wood Mackenzie, Jefferies, PwC, Reuters, Goldman Sachs และแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมอื่นๆ -
theedgemalaysia.com Trio of economic forces could boost electric vehicles, WoodMac says