ความเห็นแบบไร้เงื่อนไขหมายความว่า งบการเงินของ Tether แสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดอย่างถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญทั้งหมด ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปของสหรัฐฯ (U.S. GAAP)
ผลการตรวจสอบพบว่า สินทรัพย์สำรองของ Tether สูงกว่าหนี้สินที่เกิดจากเหรียญ USDT ที่หมุนเวียนอยู่ถึง 6.814 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 245,000 ล้านบาท) ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าบริษัทมีเงินสำรองเพียงพอและมากกว่าที่ต้องใช้ในการรองรับเหรียญ USDT ทั้งหมด
นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนอาจสับสน:
ลักษณะของการตรวจสอบ: รายงานรายไตรมาสที่ผ่านมาโดย BDO Italia เป็นแค่ 'การรับรอง' (attestation) ซึ่งใช้ขั้นตอนที่ตกลงร่วมกัน (agreed-upon procedures) เพื่อตรวจสอบข้อมูลเฉพาะ เช่น จำนวนและประเภทของสินทรัพย์สำรอง ณ วันใดวันหนึ่งเท่านั้น แต่การตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบ (Full Audit) นั้นครอบคลุมมากกว่ามาก
ขอบเขตที่กว้างกว่า: ผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบธุรกรรม ระบบ การประเมินมูลค่า คู่สัญญา หลักฐานการเป็นเจ้าของ และหลักฐานทั้งหมดที่สนับสนุนงบการเงินทั้งชุด ซึ่งแตกต่างจากการรับรองแบบจุดต่อจุด
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา: Tether เริ่มเปิดเผยรายงานการรับรองเงินสำรองรายไตรมาสหลังจากตกลงยอมความกับ สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก (NYAG) ในปี 2021 ซึ่งกล่าวหาว่า Bitfinex (บริษัทในเครือ) ใช้เงินสำรองของ Tether เพื่อปกปิดการขาดทุน 850 ล้านดอลลาร์ โดย Tether ต้องจ่ายค่าปรับ 18.5 ล้านดอลลาร์ และต้องรายงานความโปร่งใสเป็นประจำ นักวิจารณ์หลายคนมองว่าการรับรองรายไตรมาสไม่เพียงพอและไม่สามารถตอบคำถามเรื่องสุขภาพทางการเงินโดยรวมได้
KPMG ไม่ได้แค่ดูตัวเลขสรุป แต่ลงมือปฏิบัติจริง:
KPMG ดำเนินการตรวจสอบตามมาตรฐานของ AICPA (American Institute of Certified Public Accountants) ซึ่งเป็นมาตรฐานวิชาชีพของสหรัฐฯ สำหรับการตรวจสอบบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน
กฎหมาย GENIUS Act ปี 2025 (S. 1582 / S. 394) เป็นกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ที่มีมูลค่าหมุนเวียนเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ ต้องเปิดเผย งบการเงินประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบ ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตรวจสอบโดยสำนักงานบัญชีที่จดทะเบียน
ด้วยมูลค่าตลาดของ USDT ที่เกิน 180,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Tether อยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ การที่บริษัทสามารถตรวจสอบบัญชีโดย Big Four ได้สำเร็จ จึงเป็นสัญญาณว่า Tether พร้อมที่จะขยายธุรกิจในสหรัฐฯ ภายใต้กรอบของ GENIUS Act
เปาโล อาร์โดอิโน (Paolo Ardoino) ซีอีโอ กล่าวว่านี่คือ "ช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรม Stablecoin" เขากล่าวว่า "เป็นเวลาหลายปีที่นักวิจารณ์บางคนบอกว่า Tether ไม่สามารถผ่านการตรวจสอบบัญชีได้... เราพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคิดผิดอีกครั้ง การตรวจสอบบัญชีของเราเสร็จสมบูรณ์ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม" เขาย้ำว่า KPMG ไม่ได้แค่ทบทวนตัวเลข แต่ทำการตรวจสอบอย่าง "เต็มรูปแบบและละเอียดถี่ถ้วน" และได้ผลลัพธ์เป็น "การตรวจสอบที่สะอาด" เขายังพูดถึงผู้ใช้กว่า 650 ล้านคน ในตลาดเกิดใหม่ที่พึ่งพา USDT ในชีวิตประจำวัน
ไซมอน แม็ควิลเลียมส์ (Simon McWilliams) ซีเอฟโอ กล่าวว่าเป็น "ช่วงเวลาสำคัญสำหรับ Tether และอุตสาหกรรมที่เรารับใช้" เขากล่าวว่า "เราได้นำงบการเงินของเราไปให้ Big Four ตรวจสอบ... นี่คือทีมการเงินของเราที่ก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดและเป็นผู้นำ" เขายืนยันว่างบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแสดงเงินสำรองที่เกินหนี้สินถึง 6.814 พันล้านดอลลาร์ "ยืนยันคุณภาพของรายงานการรับรองที่เปิดเผยต่อสาธารณะ"
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และสำนักข่าวอื่นๆ รายงานว่า Tether ไม่ได้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบฉบับเต็มต่อสาธารณะ บริษัทให้เพียงข่าวสรุปและผลลัพธ์เบื้องต้นเท่านั้น โฆษกของ KPMG สหรัฐฯ ยืนยันว่ามีการให้ความเห็นแบบไร้เงื่อนไข แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมโดยอ้าง 'ความลับของลูกค้า' (client confidentiality)
การตัดสินใจนี้สร้างความกังขาให้กับบางฝ่าย แม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นก้าวสำคัญ แต่การไม่เปิดเผยรายงานฉบับเต็มก็ยังจำกัดความโปร่งใส ทำให้นักลงทุนภายนอกไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ด้วยตนเอง
ความเห็นแบบไร้เงื่อนไขหมายความว่า งบการเงินของ Tether แสดงฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดอย่างถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญทั้งหมด ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปของสหรัฐฯ (U.S. GAAP)
ผลการตรวจสอบพบว่า สินทรัพย์สำรองของ Tether สูงกว่าหนี้สินที่เกิดจากเหรียญ USDT ที่หมุนเวียนอยู่ถึง 6.814 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 245,000 ล้านบาท) ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าบริษัทมีเงินสำรองเพียงพอและมากกว่าที่ต้องใช้ในการรองรับเหรียญ USDT ทั้งหมด
นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนอาจสับสน:
ลักษณะของการตรวจสอบ: รายงานรายไตรมาสที่ผ่านมาโดย BDO Italia เป็นแค่ 'การรับรอง' (attestation) ซึ่งใช้ขั้นตอนที่ตกลงร่วมกัน (agreed-upon procedures) เพื่อตรวจสอบข้อมูลเฉพาะ เช่น จำนวนและประเภทของสินทรัพย์สำรอง ณ วันใดวันหนึ่งเท่านั้น แต่การตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบ (Full Audit) นั้นครอบคลุมมากกว่ามาก
ขอบเขตที่กว้างกว่า: ผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบธุรกรรม ระบบ การประเมินมูลค่า คู่สัญญา หลักฐานการเป็นเจ้าของ และหลักฐานทั้งหมดที่สนับสนุนงบการเงินทั้งชุด ซึ่งแตกต่างจากการรับรองแบบจุดต่อจุด
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา: Tether เริ่มเปิดเผยรายงานการรับรองเงินสำรองรายไตรมาสหลังจากตกลงยอมความกับ สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก (NYAG) ในปี 2021 ซึ่งกล่าวหาว่า Bitfinex (บริษัทในเครือ) ใช้เงินสำรองของ Tether เพื่อปกปิดการขาดทุน 850 ล้านดอลลาร์ โดย Tether ต้องจ่ายค่าปรับ 18.5 ล้านดอลลาร์ และต้องรายงานความโปร่งใสเป็นประจำ นักวิจารณ์หลายคนมองว่าการรับรองรายไตรมาสไม่เพียงพอและไม่สามารถตอบคำถามเรื่องสุขภาพทางการเงินโดยรวมได้
KPMG ไม่ได้แค่ดูตัวเลขสรุป แต่ลงมือปฏิบัติจริง:
KPMG ดำเนินการตรวจสอบตามมาตรฐานของ AICPA (American Institute of Certified Public Accountants) ซึ่งเป็นมาตรฐานวิชาชีพของสหรัฐฯ สำหรับการตรวจสอบบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน
กฎหมาย GENIUS Act ปี 2025 (S. 1582 / S. 394) เป็นกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ที่มีมูลค่าหมุนเวียนเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ ต้องเปิดเผย งบการเงินประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบ ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตรวจสอบโดยสำนักงานบัญชีที่จดทะเบียน
ด้วยมูลค่าตลาดของ USDT ที่เกิน 180,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Tether อยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ การที่บริษัทสามารถตรวจสอบบัญชีโดย Big Four ได้สำเร็จ จึงเป็นสัญญาณว่า Tether พร้อมที่จะขยายธุรกิจในสหรัฐฯ ภายใต้กรอบของ GENIUS Act
เปาโล อาร์โดอิโน (Paolo Ardoino) ซีอีโอ กล่าวว่านี่คือ "ช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรม Stablecoin" เขากล่าวว่า "เป็นเวลาหลายปีที่นักวิจารณ์บางคนบอกว่า Tether ไม่สามารถผ่านการตรวจสอบบัญชีได้... เราพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคิดผิดอีกครั้ง การตรวจสอบบัญชีของเราเสร็จสมบูรณ์ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม" เขาย้ำว่า KPMG ไม่ได้แค่ทบทวนตัวเลข แต่ทำการตรวจสอบอย่าง "เต็มรูปแบบและละเอียดถี่ถ้วน" และได้ผลลัพธ์เป็น "การตรวจสอบที่สะอาด" เขายังพูดถึงผู้ใช้กว่า 650 ล้านคน ในตลาดเกิดใหม่ที่พึ่งพา USDT ในชีวิตประจำวัน
ไซมอน แม็ควิลเลียมส์ (Simon McWilliams) ซีเอฟโอ กล่าวว่าเป็น "ช่วงเวลาสำคัญสำหรับ Tether และอุตสาหกรรมที่เรารับใช้" เขากล่าวว่า "เราได้นำงบการเงินของเราไปให้ Big Four ตรวจสอบ... นี่คือทีมการเงินของเราที่ก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดและเป็นผู้นำ" เขายืนยันว่างบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแสดงเงินสำรองที่เกินหนี้สินถึง 6.814 พันล้านดอลลาร์ "ยืนยันคุณภาพของรายงานการรับรองที่เปิดเผยต่อสาธารณะ"
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และสำนักข่าวอื่นๆ รายงานว่า Tether ไม่ได้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบฉบับเต็มต่อสาธารณะ บริษัทให้เพียงข่าวสรุปและผลลัพธ์เบื้องต้นเท่านั้น โฆษกของ KPMG สหรัฐฯ ยืนยันว่ามีการให้ความเห็นแบบไร้เงื่อนไข แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมโดยอ้าง 'ความลับของลูกค้า' (client confidentiality)
การตัดสินใจนี้สร้างความกังขาให้กับบางฝ่าย แม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นก้าวสำคัญ แต่การไม่เปิดเผยรายงานฉบับเต็มก็ยังจำกัดความโปร่งใส ทำให้นักลงทุนภายนอกไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ด้วยตนเอง