การนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศเป็นประวัติการณ์ การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ ICT ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ผลักดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไต้หวันพุ่งเข้าใกล้ระดับ 20% ของ GDP เมื่อผู้ส่งออกได้รับชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐและแปลงกลับเป็นดอลลาร์ไต้หวัน ก็สร้างแรงกดดันในการซื้อเงินสกุลท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
超級วัฏจักรทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย AI ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไต้หวันในไตรมาสแรกของปี 2569 ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2530 โดยได้แรงหนุนเกือบทั้งหมดจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ดัชนี TAIEX พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจาก TSMC และกระแสความนิยม AI
เงินวอนแข็งค่าขึ้นเกือบ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2569 ทำให้เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในโลกในเดือนนั้น การแข็งค่าดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคม โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/KRW ปรับตัวลดลงเกือบ 8.9% จากระดับสูงสุดในเดือนกรกฎาคม
เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นชิปจำนวนมหาศาล นักลงทุนต่างชาติเทเม็ดเงินมากกว่า 2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในวันเดียวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จากความหวังเกี่ยวกับชิป AI ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในการซื้อขายวันเดียวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม โดยได้แรงหนุนจาก "การหลั่งไหลของเงินทุนต่างชาติ" เข้าสู่ Samsung และ SK Hynix นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิมากกว่า 3.4 ล้านล้านวอนในวันนั้นเพียงวันเดียว
รายได้จากการส่งออกชิปทำสถิติสูงสุด การส่งออกของเกาหลีใต้เติบโตในอัตราที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่าสี่ทศวรรษในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยได้แรงหนุนจากยอดขายชิป AI ที่ทำสถิติใหม่ ธนาคาร Commerzbank ระบุว่าความแข็งแกร่งของเงินวอนได้รับการสนับสนุนทั้งจากการนำรายได้กลับประเทศของผู้ส่งออกและกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ
"การพลิกกลับครั้งใหญ่" ของเงินวอน นอกเหนือจากกระแสเงินสดจากการส่งออกชิปแล้ว การเสนอขาย ADR ของ SK Hynix ในตลาด Nasdaq คาดว่าจะนำเงินทุนไหลเข้ามากถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับธีม AI ดัชนี KOSPI ดีดตัวขึ้น 29.5% จากระดับต่ำสุดในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเทคโนโลยี
TSMC คือเสาหลัก TSMC เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่สามารถผลิตชิปเร่งความเร็ว AI ที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้โดย Nvidia, AMD และ Apple หุ้นของบริษัทเป็นพาหนะหลักสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนใน AI และการทำสถิติ新高ของ TAIEX มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับผลการดำเนินงานของ TSMC การส่งออกที่เฟื่องฟูจาก AI ได้ผลักดันดุลบัญชีเดินสะพัดของไต้หวันให้เข้าใกล้ระดับ 20% ของ GDP
ผู้ผูกขาดชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ การแข่งขันของเหล่า Hyperscaler ทั่วโลกในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้เกิดความต้องการ High Bandwidth Memory (HBM) อย่างมหาศาล ซึ่งตลาดนี้ถูกครอบงำโดย SK Hynix และ Samsung Electronics ดัชนี KOSPI พุ่งผ่าน 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่ Samsung Electronics มีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การซื้อหุ้นชิปโดยชาวต่างชาติทำให้เงินวอนและเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่า ค่าเงินที่แข็งแกร่งขึ้นทำให้ตลาดเหล่านี้มีความน่าสนใจสำหรับเงินทุนต่างชาติมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดของยักษ์ใหญ่ชิปเมื่อนำกลับประเทศและแปลงค่าเงิน ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอีก สร้างวัฏจักรที่หนุนตัวเอง
แม้จะมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง แต่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่า นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในเอเชียในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 16 ปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยไต้หวันและเกาหลีใต้มีการไหลออกของเงินทุนมากที่สุด สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างขัดแย้งกัน เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น AI ทำให้พอร์ตการลงทุนมีกำไรสูงมากจนนักลงทุนต้องตัดลดสถานะการถือครองที่ทำเงินได้ดี ความแข็งแกร่งของค่าเงินจึงเกิดจากกระแสการนำรายได้ส่งออกกลับประเทศและการกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นระยะๆ ไม่ใช่การสะสมแบบเส้นตรงที่สม่ำเสมอ
การนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศเป็นประวัติการณ์ การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ ICT ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ผลักดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไต้หวันพุ่งเข้าใกล้ระดับ 20% ของ GDP เมื่อผู้ส่งออกได้รับชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐและแปลงกลับเป็นดอลลาร์ไต้หวัน ก็สร้างแรงกดดันในการซื้อเงินสกุลท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
超級วัฏจักรทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย AI ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไต้หวันในไตรมาสแรกของปี 2569 ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2530 โดยได้แรงหนุนเกือบทั้งหมดจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ดัชนี TAIEX พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจาก TSMC และกระแสความนิยม AI
เงินวอนแข็งค่าขึ้นเกือบ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2569 ทำให้เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในโลกในเดือนนั้น การแข็งค่าดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคม โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/KRW ปรับตัวลดลงเกือบ 8.9% จากระดับสูงสุดในเดือนกรกฎาคม
เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นชิปจำนวนมหาศาล นักลงทุนต่างชาติเทเม็ดเงินมากกว่า 2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในวันเดียวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จากความหวังเกี่ยวกับชิป AI ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในการซื้อขายวันเดียวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม โดยได้แรงหนุนจาก "การหลั่งไหลของเงินทุนต่างชาติ" เข้าสู่ Samsung และ SK Hynix นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิมากกว่า 3.4 ล้านล้านวอนในวันนั้นเพียงวันเดียว
รายได้จากการส่งออกชิปทำสถิติสูงสุด การส่งออกของเกาหลีใต้เติบโตในอัตราที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่าสี่ทศวรรษในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยได้แรงหนุนจากยอดขายชิป AI ที่ทำสถิติใหม่ ธนาคาร Commerzbank ระบุว่าความแข็งแกร่งของเงินวอนได้รับการสนับสนุนทั้งจากการนำรายได้กลับประเทศของผู้ส่งออกและกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ
"การพลิกกลับครั้งใหญ่" ของเงินวอน นอกเหนือจากกระแสเงินสดจากการส่งออกชิปแล้ว การเสนอขาย ADR ของ SK Hynix ในตลาด Nasdaq คาดว่าจะนำเงินทุนไหลเข้ามากถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับธีม AI ดัชนี KOSPI ดีดตัวขึ้น 29.5% จากระดับต่ำสุดในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเทคโนโลยี
TSMC คือเสาหลัก TSMC เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่สามารถผลิตชิปเร่งความเร็ว AI ที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้โดย Nvidia, AMD และ Apple หุ้นของบริษัทเป็นพาหนะหลักสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนใน AI และการทำสถิติ新高ของ TAIEX มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับผลการดำเนินงานของ TSMC การส่งออกที่เฟื่องฟูจาก AI ได้ผลักดันดุลบัญชีเดินสะพัดของไต้หวันให้เข้าใกล้ระดับ 20% ของ GDP
ผู้ผูกขาดชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ การแข่งขันของเหล่า Hyperscaler ทั่วโลกในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้เกิดความต้องการ High Bandwidth Memory (HBM) อย่างมหาศาล ซึ่งตลาดนี้ถูกครอบงำโดย SK Hynix และ Samsung Electronics ดัชนี KOSPI พุ่งผ่าน 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่ Samsung Electronics มีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การซื้อหุ้นชิปโดยชาวต่างชาติทำให้เงินวอนและเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่า ค่าเงินที่แข็งแกร่งขึ้นทำให้ตลาดเหล่านี้มีความน่าสนใจสำหรับเงินทุนต่างชาติมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดของยักษ์ใหญ่ชิปเมื่อนำกลับประเทศและแปลงค่าเงิน ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอีก สร้างวัฏจักรที่หนุนตัวเอง
แม้จะมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง แต่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่า นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในเอเชียในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 16 ปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยไต้หวันและเกาหลีใต้มีการไหลออกของเงินทุนมากที่สุด สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างขัดแย้งกัน เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น AI ทำให้พอร์ตการลงทุนมีกำไรสูงมากจนนักลงทุนต้องตัดลดสถานะการถือครองที่ทำเงินได้ดี ความแข็งแกร่งของค่าเงินจึงเกิดจากกระแสการนำรายได้ส่งออกกลับประเทศและการกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นระยะๆ ไม่ใช่การสะสมแบบเส้นตรงที่สม่ำเสมอ