รัฐบาลทรัมป์ขยายการทูตอิหร่านไปยังออสเตรียและกรีซในเดือนสิงหาคม 2026 หลังจากคนกลางดั้งเดิมอย่างโอมาน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ไม่สามารถปิดดีลได้ ออสเตรียมีสถานะเป็นกลางและเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ IAEA ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่กรีซมีกองเรือขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีบทบาทสำคัญในการ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What roles are Austria and Greece playing in the stalled U.S.-Iran diplomacy over the Strait of Hormuz and Iran's nuclear program, why were. Article summary: Faced with stalled US-Iran talks and an increasingly bellicose Tehran, the Trump administration has expanded diplomacy to Austria and Greece — two European nations with specific strategic assets rather than traditional M. Topic tags: general, news, general web, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with f
ท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อไร้ความคืบหน้า โดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก รัฐบาลทรัมป์ได้ตัดสินใจขยายขอบเขตการทูตออกไปสู่ประเทศที่ไม่คุ้นเคยในยุโรปอย่าง ออสเตรีย (Austria) และ กรีซ (Greece) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คนกลางดั้งเดิมในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ โอมาน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ต่างก็หมดหนทางที่จะเชื่อมช่องว่างระหว่างสองมหาอำนาจได้สำเร็จ
นี่คือบทบาทของแต่ละประเทศ สาเหตุที่พวกเขาถูกเลือก และสิ่งที่การเปลี่ยนแปลงนี้บอกเราเกี่ยวกับวิกฤตที่กำลังคุกรุ่น
ออสเตรีย: เจ้าบ้านกลางที่เชื่อมตรงถึง IAEA
ออสเตรียเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาเชิงเทคนิคด้านนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหลายรอบที่กรุงเวียนนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) การมี IAEA อยู่ในประเทศทำให้ออสเตรียมีสายตรงและความใกล้ชิดกับแฟ้มนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นแต้มต่อที่แทบไม่มีประเทศอื่นนอกกลุ่มรัฐอาวุธนิวเคลียร์จะเลียนแบบได้
นาง เบอาเทอ ไมน์-ไรซิงเงอร์ (Beate Meinl-Reisinger) รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรีย กล่าวต้อนรับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าเป็น "ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ" แต่ก็ย้ำว่าข้อตกลงยังคงต้องมีการลงนามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 นาย มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรียที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการเจรจาครั้งนี้
กรีซ: ยักษ์ใหญ่ทางทะเลที่ค้ำจุนการเดินเรือน้ำมัน
กรีซมีกองเรือพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเรือบรรทุกน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทกรีกเป็นหนึ่งในไม่กี่ลำที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงวิกฤตได้ เจ้าหน้าที่กรีซได้บรรยายสถานการณ์นี้ว่า "น่าตกใจ" และผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมและยั่งยืน แทนที่จะเป็นเพียงการจัดการเดินเรือเฉพาะกิจ
นอกจากนี้ เอเธนส์กำลังพิจารณาส่งเรือรบชั้น MEKO และเรือสนับสนุนเพื่อปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดและรักษาความปลอดภัยในช่องแคบอีกด้วย นายรูบิโอได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศกรีซเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 เช่นกัน
คนกลางมาตรฐานอย่างโอมาน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ต่างลองผิดลองถูกและล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่าง ทำให้สหรัฐฯ ต้องมองหาช่องทางใหม่ ทั้Zงออสเตรียและกรีซไม่ใช่ผู้ไกล่เกลี่ยทั่วไปในตะวันออกกลาง ซึ่งนั่นคือประเด็นสำคัญ แต่ละประเทศเสนอแต้มต่อในรูปแบบที่เส้นทางคาตาร์-โอมาน-ปากีสถานที่เหนื่อยล้าไม่สามารถทำได้:
สหรัฐฯ มองว่าการขยายการทูตครั้งนี้เป็นความพยายามเชิงปฏิบัติเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อเตหะราน ในขณะที่คนกลางดั้งเดิมไม่ประสบความสำเร็จ สารที่สื่อออกมาคือ อิหร่านกำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น และวอชิงตันพร้อมที่จะสร้างแนวร่วมที่กว้างขึ้น
อิหร่าน ตีความการดำเนินการเดียวกันนี้ในทางตรงกันข้าม โดยมองว่าเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่อิหร่านย้ำว่าพวกเขากำลังเจรจาผ่านโอมานเป็นหลัก ซึ่งเตหะรานมองว่าเป็นคนกลางที่เห็นอกเห็นใจมากกว่า และมองว่าการหันไปพึ่งประเทศยุโรปเป็นหลักฐานว่าการรณรงค์กดดันของอเมริกาล้มเหลว
คำแถลงที่ขัดแย้งกัน ทำให้เกิดความสับสนมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางครั้งอ้างว่าข้อตกลง "ใกล้จะสำเร็จ" ขณะที่อิหร่านปฏิเสธว่ามีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น และข้อมูลการเดินเรือในเดือนเมษายน 2026 แสดงให้เห็นว่าการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ต่ำกว่า 10% ของปริมาณปกติ หลายเดือนหลังจากที่ควรจะมีการหยุดยิง
มีหลายปัจจัยที่มาบรรจบกัน อธิบายว่าทำไมสหรัฐฯ ต้องมองหาไกลกว่าคนกลางทั่วไป:
การยื่นมือไปยังเวียนนาและเอเธนส์ควรถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะฉีด 'แต้มต่อ' ใหม่สองรูปแบบ ได้แก่ ความเป็นกลางทางการทูตที่ใกล้ชิดกับนิวเคลียร์ (ออสเตรีย) และพลังทางเศรษฐกิจ-การเดินเรือ (กรีซ) เข้าไปในกระบวนการที่คนกลางดั้งเดิมหมดหนทาง คำแถลงสาธารณะขัดแย้งกัน และช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่โดยพฤตินัย แม้จะมีข้อตกลงที่ลงนามแล้วก็ตาม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รัฐบาลทรัมป์ขยายการทูตอิหร่านไปยังออสเตรียและกรีซในเดือนสิงหาคม 2026 หลังจากคนกลางดั้งเดิมอย่างโอมาน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ไม่สามารถปิดดีลได้
รัฐบาลทรัมป์ขยายการทูตอิหร่านไปยังออสเตรียและกรีซในเดือนสิงหาคม 2026 หลังจากคนกลางดั้งเดิมอย่างโอมาน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ไม่สามารถปิดดีลได้ ออสเตรียมีสถานะเป็นกลางและเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ IAEA ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่กรีซมีกองเรือขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีบทบาทสำคัญในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐฯ มองว่าการขยายการทูตเป็นสัญญาณว่า อิหร่านกำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น ขณะที่อิหร่านกลับตีความว่าเป็นความสิ้นหวังของสหรัฐฯ ที่ต้องหาแนวร่วมเพิ่ม