Huang ยืนยันว่าเอ็นวิเดียมีตัวเลือกในการ รับประกันความเสี่ยงสูงสุดถึง 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 25% ของมูลค่าดีลที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด ในแต่ละโครงการ สำหรับแต่ละดีล KKR และ Goldman Sachs จะรับความเสี่ยง 75% ในขณะที่เอ็นวิเดียจะรับประกันอีก 25% ที่เหลือ
การรับประกันนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสถาบันในการนำเงินเข้ามาลงทุน
แพลตฟอร์มการเงินใหม่นี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แทนที่เอ็นวิเดียจะให้เงินกู้ยืมแก่ลูกค้าโดยตรงผ่านการจัดหาเงินทุนแบบ Vendor Financing (ที่เคยทำกับบริษัทอย่าง CoreWeave) โครงการใหม่นี้จะส่งผ่านเงินทุนผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ โดยเอ็นวิเดียให้การรับประกันบางส่วนแต่ไม่ได้เป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรง ทำให้ลูกค้าของเอ็นวิเดียสามารถซื้อระบบราคาแพงต่อไปได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมดไว้ในงบดุล (balance sheet) ของตนเอง
มีข้อกังวลหลายประการที่ถูกหยิบยกขึ้นมา:
ผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2026 ของเอ็นวิเดีย ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญครั้งต่อไป นักลงทุนจะจับตาดูสัญญาณว่าโครงสร้างทางการเงินนี้กำลังได้รับความสนใจหรือไม่ รวมถึงสัญญาณความต้องการที่แท้จริงจากรายได้ในส่วนศูนย์ข้อมูลของเอ็นวิเดียและแนวโน้มในอนาคต