2. การส่งออกดีเซลจากอ่าวเปอร์เซียล่มสลาย โรงกลั่นหลักในซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงถูกปิดบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่ว่าเพราะถูกโจมตี ติดอยู่ในกับดักทางลอจิสติกส์ของฮอร์มุซ หรือไม่สามารถเดินเครื่องได้อีก สงครามอิหร่าน-ยูเครนได้กวาดกำลังการกลั่นของโลกไปถึง 9% และโรงกลั่นกว่า 20 แห่งในตะวันออกกลางถูกโจมตีหรือหยุดเดินเครื่อง
3. โรงกลั่นรัสเซียถูกถล่มยับเยิน การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนซ้ำแล้วซ้ำเล่าใส่โรงกลั่นรัสเซีย ส่งผลให้รัสเซียต้องสั่งห้ามส่งออกดีเซล ทำให้ผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกหายไปจากตลาด บลูมเบิร์กบรรยายถึง 'คลื่นการโจมตียูเครนใส่โรงกลั่นรัสเซีย' ซึ่ง 'จำกัดกำลังการผลิตอย่างรุนแรง'
4. จีน—ผู้เล่นหลักที่ควรจะเข้ามาช่วย—ก็ไม่ช่วย กำลังเดินเครื่องของจีนต่ำลง และปักกิ่งก็จำกัดการส่งออกน้ำมัน ทำให้แหล่งที่อาจใช้เป็นตัวปรับเสถียรอุปทานไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน
5. IEA ปรับลดคาดการณ์อุปทานโลกครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม IEA ระบุว่าอุปทานน้ำมันโลกลดลง 'ต่ำกว่าอุปสงค์มาก' และปรับลดคาดการณ์สำหรับปี 2026 อย่างรุนแรง โดยอ้างถึงฮอร์มุซที่ถูกปิด การคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ การโจมตีที่บับเอล-มานเดบ และการส่งออก CPC Blend จากคาซัคสถานที่ลดลง หน่วยงานตั้งข้อสังเกตว่าอุปทานน้ำมันโลกต่ำกว่าระดับปีก่อนถึง 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมกับคำเตือนจาก IMF ว่าสำรองน้ำมันโลกกำลังต่ำจนน่าเป็นห่วง 'dangerously low'
6. โรงกลั่นสหรัฐฯผลิตเต็มที่แต่ก็ไม่พอ โรงกลั่นสหรัฐฯเดินเครื่องสูงสุดเป็นประวัติการณ์และมีกำไรทำลายสถิติ แต่คลังน้ำมันดีเซลสหรัฐฯยังใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี และราคาขายปลีกดีเซลพุ่งแตะ $5.35/แกลลอนในต้นเดือนสิงหาคม—สูงกว่าปีก่อนถึง $1.55 สหรัฐฯไม่สามารถชดเชยดีเซลที่หายไปจากอ่าวเปอร์เซีย รัสเซีย และจีนได้ เพราะภูมิภาคเหล่านั้นผลิตดีเซลส่วนใหญ่ของโลก และโรงกลั่นสหรัฐฯถูกออกแบบมาแตกต่างและทำงานใกล้ขีดจำกัดอยู่แล้ว
Goldman Sachs (ซาแมนธา ดาร์ท): คาดว่าอัตรากำไรจากผลิตภัณฑ์กลั่นจะยังคงสูง 2-3 เท่าจากค่าเฉลี่ยช่วง 2013-2019 ไปจนสิ้นปี 2026 และเตือนว่า ถ้าช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิด วิกฤตนี้สามจุดพร้อมกันจะดันราคา Brent ไปถึง $120/บาร์เรลในไตรมาส 4 Goldman แนะนำให้ Long European Diesel สัญญาเดือนธ.ค.2026 และ Short เดือนมี.ค.2027 เพื่อเก็งกำไรจากความตึงตัวในฤดูหนาว
Jefferies: ระบุว่า 'Hormuz shock' กำลัง 'แสดงออกผ่าน Crack Spread ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ'—สัญญาณที่แท้จริงอยู่ใน Crack Spread ที่เกือบ $100 ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบที่ค่อนข้างนิ่ง เจฟเฟอรีส์เตือนว่าถ้าฮอร์มุซยังไม่เปิดในเร็วๆ นี้ การบีบตัวของผลิตภัณฑ์กลั่น โดยเฉพาะดีเซลจะยังคงรุนแรง
Bank of America (ฟรานซิสโก บลังช์): เตือนว่าตลาดดีเซล 'ดูจะยังคงตึงตัวต่อไป' และการกลับมาเป็นปกติต้องใช้ปริมาณการผ่านฮอร์มุซมากกว่าปัจจุบัน 10 เท่า จากที่ตอนนี้มีเรือแค่ 5-10 ลำต่อวัน เทียบกับ 140 ลำก่อนสงคราม การกลับมาเป็นปกติต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยหลายเดือน
Citi: Anthony Yuen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์พลังงานของ Citi Research เตือนลูกค้าว่า อุปทานดีเซลงวดใกล้ยังตึงตัวและการลดลงของคลังสินค้ากำลังเร่งตัว
โลกกำลังเผชิญกับ วิกฤตกำลังการกลั่น ไม่ใช่วิกฤตน้ำมันดิบ—การปิดของฮอร์มุซ โรงกลั่นที่พังในอ่าวเปอร์เซีย การโจมตีของยูเครนใส่โรงกลั่นรัสเซีย ข้อจำกัดการส่งออกของจีน และการพยากรณ์อุปทานขาดดุลที่เลวร้ายที่สุดของ IEA ในรอบหลายปี ได้มาบรรจบกัน ก่อให้เกิดการขาดแคลนดีเซลชนิดเฉพาะที่โรงกลั่นสหรัฐฯไม่สามารถชดเชยได้เต็มที่ และธนาคารใหญ่ทุกแห่งเห็นว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่ต่อไปอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2026 โดยดีมานด์ในฤดูหนาวกำลังจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก