สัญญาทองแดงส่งมอบเดือนกันยายน 2026 บน COMEX แตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 6.7140 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าราคาปิดที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.7030 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ในวันที่ 5 สิงหาคม
โดยราคาสูงสุดตลอดกาลของปี 2026 เคยแตะระดับประมาณ 6.83 ดอลลาร์ต่อปอนด์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
บน LME ราคาทองแดง Cash ปิดที่ 14,424.50 ดอลลาร์ต่อตันในวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งมีพรีเมียมสูงถึง 207.50 ดอลลาร์ต่อตันเหนือสัญญา 3 เดือน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเพียง 34 ดอลลาร์ต่อตัน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม และ 138 ดอลลาร์ต่อตันในวันก่อนหน้า สะท้อนความตึงตัวของอุปทานระยะสั้นอย่างชัดเจน
สต็อกทองแดงที่พร้อมขายในคลัง LME ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม โดยสัดส่วนทองแดงแหล่งกำเนิดจีนในสต็อกลดลงจาก 59% ในเดือนมิถุนายน เหลือ 42% ในเดือนกรกฎาคม และทองแดงมากกว่าครึ่งหนึ่งในคลัง LME ถูกประกาศถอนออกจากระบบ (Under Cancellation) แล้ว
ส่งผลให้สต็อกพร้อมขายทั้งหมดลดลงเหลือเพียง 101,425 ตัน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม
สหรัฐฯ นำเข้าทองแดงเป็นประวัติการณ์มากกว่า 200,000 เมตริกตันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นปริมาณรายเดือนสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้อุปทานในตลาดโลกตึงตัว ทองแดงจำนวนมหาศาลถูกเบี่ยงไปยังสหรัฐฯ ก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะตัดสินใจเรื่องภาษีนำเข้า ทำให้ LME ตึงตัวและราคาทองแดงพุ่งเข้าใกล้ 14,000 ดอลลาร์ต่อตัน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสองของโลก ออกคำสั่งห้ามส่งออกแร่ทองแดงและโคบอลต์เข้มข้น (Concentrate) ตามคำสั่งรัฐมนตรี ลงวันที่ 29 มิถุนายน ที่มีผลบังคับใช้ในต้นเดือนสิงหาคม ทันทีที่ข่าวออกมา ราคาทองแดงบน LME ก็พุ่งขึ้นไปแตะ 14,256 ดอลลาร์ต่อตัน
การหยุดเดินเครื่องที่โรงงาน Gresik ซึ่งแปรรูปแร่จากเหมือง Grasberg หนึ่งในเหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ตลาดตึงตัวมากขึ้นในกลางเดือนสิงหาคม ลูกค้าได้รับแจ้งว่าเกิด การรั่วไหลของหม้อไอน้ำเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม การดำเนินงานต้องหยุดชะงักและยังไม่มีการกำหนดวันกลับมาเดินเครื่อง
ข้อจำกัดด้านการผลิตและความเสี่ยงด้านอุปทานที่ Codelco ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงกดดันการเติบโตของอุปทานเหมืองตลอดปี 2026
ตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป มาตรการคว่ำบาตรของ EU ที่แก้ไขใหม่ห้ามนำเข้าทองแดงและโคบอลต์จากรัสเซียเข้าสู่ EU โดยเด็ดขาด LME ออกประกาศในเดือนมิถุนายนว่าทองแดงจากรัสเซียจะถูกนำเข้าคลังสินค้าใน EU ได้ก็ต่อเมื่อนำเข้ามาก่อนวันที่กำหนด นี่เป็นการตัดแหล่งอุปทานที่สำคัญออกจากระบบคลังสินค้าของ LME ในยุโรป
ทั้ง International Copper Study Group (ICSG) และ IEA ต่างคาดการณ์ว่าความต้องการทองแดงจากภาค Electrification — รถยนต์ไฟฟ้า, การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า, พลังงานหมุนเวียน, ดาต้าเซ็นเตอร์ — จะแซงหน้าการเติบโตของอุปทานจากเหมืองอย่างมาก โดยมีการเตือนถึง การขาดแคลนอุปทานประมาณ 30% ภายในปี 2035 เรื่องเล่าเชิงโครงสร้างนี้สนับสนุนมุมมองกระทิง บีบให้กักตุนสินค้าคงคลัง และลดแรงจูงใจในการเปิดสถานะ Short ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาวะ Squeeze ทั้งในตลาดจริงและตลาดฟิวเจอร์ส
ภาวะ Copper Squeeze ในเดือนสิงหาคม 2026 เป็นกรณีศึกษาชั้นเลิศของตลาดที่ถูกบีบระหว่างความขาดแคลนทางกายภาพในระยะสั้นและความต้องการเชิงโครงสร้างระยะยาว เมื่ออุปทานจากเหมืองถูกจำกัดด้วยการหยุดชะงัก นโยบายการค้าเปลี่ยนทิศทางการไหลของโลหะ และสินค้าคงคลังอยู่ในระดับต่ำวิกฤต แม้ความไม่สมดุลเพียงเล็กน้อยในตลาดจริงก็สามารถสร้างการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงเกินคาด
สำหรับทั้งเทรดเดอร์และผู้ซื้อในภาคอุตสาหกรรม เหตุการณ์ในเดือนสิงหาคม 2026 เป็นเครื่องเตือนใจว่า ในโลกของสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อสินค้าคงคลังที่พร้อมขายหมดลงและ Backwardation ลึกขึ้น การ Squeeze สามารถมาเยือนได้เร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด
สำหรับผู้อ่านชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์หรือติดตามนโยบายพลังงานของประเทศ การทำความเข้าใจกลไกตลาดทองแดงโลกมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทองแดงคือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ไทยกำลังดำเนินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า หรือการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การขาดแคลนทองแดงโลกย่อมส่งผลกระทบถึงต้นทุนในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้