หุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรงหลังข้อมูลเงินเฟ้อ โดย S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. แรงส่งจากข้ามคืนนี้ส่งผ่านโดยตรงมาสู่การซื้อขายในเอเชียในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์
การฟื้นตัวของกระแสการลงทุนใน AI ทั่วโลกถือเป็นแกนหลักของ Rally ในครั้งนี้ หลังจากที่ถูกเทขายอย่างหนักในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม การกลับมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้นำไปสู่การพลิกกลับอย่างรวดเร็ว
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิค ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. โดยพุ่งขึ้นกว่า 4% และดีดตัวขึ้นมากกว่า 20% จากจุดต่ำสุดของวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งเป็นนิยามทั่วไปของตลาดกระทิงทางเทคนิค และในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. ดัชนีก็ปรับตัวขึ้นอีก 2.4% ปิดใกล้ระดับ 6,978 จุด ส่งผลให้ ทั้งสัปดาห์บวก 11.5% ซึ่งเป็นการหยุดสถิติการปรับตัวลงติดต่อกัน 7 สัปดาห์ โดยรวมแล้ว Kospi ดีดตัวขึ้นมากถึง 31% จากจุดต่ำสุดในปลายเดือนกรกฎาคม
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ โดยบวก 0.85% แตะที่ 68,889.01 จุดในช่วงพักเที่ยง แม้ว่าในสัปดาห์นี้ดัชนีจะยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 69,000 จุดได้อีกครั้ง (ปิดที่ประมาณ 68,308 จุดในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค.)
ในขณะที่ปัจจัยด้านภาพรวมเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดทิศทาง แต่เรื่องราวเฉพาะของแต่ละบริษัทคือตัวขับเคลื่อนกำลังหลัก
พุ่งขึ้นกว่า 7% ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. และอีก ประมาณ 6% ในวันศุกร์ ทำให้เป็นหนึ่งในหุ้นที่ขับเคลื่อน Kospi มากที่สุด ราคาหุ้นทะลุระดับ 1,150 ดอลลาร์สหรัฐ จากความหวังเรื่องความต้องการชิป AI ที่สูง ร่วมกับ Samsung Electronics ช่วยผลักดันให้ Kospi เข้าสู่ตลาดกระทิง
ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% ในวันพฤหัสบดีและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ เนื่องจากผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่รายนี้ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาคึกคักของหุ้นกลุ่ม AI
พุ่งขึ้นเกือบ 7% ในวันพฤหัสบดีและอีก ประมาณ 7% ในวันศุกร์ในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียว โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิป AI และแรงส่งต่อจากความแข็งแกร่งของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ
กระโดดขึ้น 13.7% ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. หลังจากประกาศแนวโน้มระยะยาวในแง่ดีและการคืนเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในงาน Investor Day โดยบริษัทคาดการณ์อัตราการเติบโตของรายได้ระดับกลางถึงสูงสองหลักสำหรับปี FY2028–FY2030 โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อตกลงกำหนดราคาระยะยาวมูลค่า 94,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยนี้เป็นตัวเร่งเพิ่มเติมที่ส่งต่อไปยังการซื้อขายในเอเชียวันศุกร์
ยังคงมีโมเมนตัมขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับประโยชน์จากการ Rally ของหุ้นเทคโนโลยีและกระแส AI โดยรวม นับเป็นหนึ่งในหุ้นผู้นำของ Nikkei ในช่วงสัปดาห์นี้
แม้จะมีการ Rally ที่ทรงพลัง แต่นักวิเคราะห์หลายคนก็ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง การฟื้นตัวของ Kospi ยังกระจุกตัวอย่างหนักในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ในปี 2569 โดยรวมแล้วนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิของหุ้นเกาหลีใต้ แม้ว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นผู้ซื้อในช่วงที่มีการ Rally ครั้งประวัติศาสตร์ก็ตาม การเข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิคไม่ได้การันตีว่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่ยั่งยืน และดัชนียังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของกระแส AI หรือการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อสหรัฐฯ อีกครั้ง
การ Rally ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 เป็นเหตุการณ์ที่มีหลายชั้นประกอบกัน: เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ช่วยขจัดอุปสรรคด้านเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ การปิดตลาดวอลล์สตรีทที่ทำสถิติสูงสุด ส่งแรงส่งมาสู่เอเชีย และ กระแสการลงทุนในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีหุ้นอย่าง SK Hynix, Samsung, Kioxia และ SoftBank เป็นหัวหอกหลัก สร้างแรงส่งเฉพาะอุตสาหกรรมที่ผลักดันให้ Kospi เข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิค และทำให้ Nikkei ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับแนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความต้องการ AI ที่ยั่งยืนและการตัดสินใจครั้งต่อไปของ Fed
หุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรงหลังข้อมูลเงินเฟ้อ โดย S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. แรงส่งจากข้ามคืนนี้ส่งผ่านโดยตรงมาสู่การซื้อขายในเอเชียในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์
การฟื้นตัวของกระแสการลงทุนใน AI ทั่วโลกถือเป็นแกนหลักของ Rally ในครั้งนี้ หลังจากที่ถูกเทขายอย่างหนักในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม การกลับมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้นำไปสู่การพลิกกลับอย่างรวดเร็ว
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิค ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. โดยพุ่งขึ้นกว่า 4% และดีดตัวขึ้นมากกว่า 20% จากจุดต่ำสุดของวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งเป็นนิยามทั่วไปของตลาดกระทิงทางเทคนิค และในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. ดัชนีก็ปรับตัวขึ้นอีก 2.4% ปิดใกล้ระดับ 6,978 จุด ส่งผลให้ ทั้งสัปดาห์บวก 11.5% ซึ่งเป็นการหยุดสถิติการปรับตัวลงติดต่อกัน 7 สัปดาห์ โดยรวมแล้ว Kospi ดีดตัวขึ้นมากถึง 31% จากจุดต่ำสุดในปลายเดือนกรกฎาคม
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ โดยบวก 0.85% แตะที่ 68,889.01 จุดในช่วงพักเที่ยง แม้ว่าในสัปดาห์นี้ดัชนีจะยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 69,000 จุดได้อีกครั้ง (ปิดที่ประมาณ 68,308 จุดในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค.)
ในขณะที่ปัจจัยด้านภาพรวมเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดทิศทาง แต่เรื่องราวเฉพาะของแต่ละบริษัทคือตัวขับเคลื่อนกำลังหลัก
พุ่งขึ้นกว่า 7% ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. และอีก ประมาณ 6% ในวันศุกร์ ทำให้เป็นหนึ่งในหุ้นที่ขับเคลื่อน Kospi มากที่สุด ราคาหุ้นทะลุระดับ 1,150 ดอลลาร์สหรัฐ จากความหวังเรื่องความต้องการชิป AI ที่สูง ร่วมกับ Samsung Electronics ช่วยผลักดันให้ Kospi เข้าสู่ตลาดกระทิง
ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% ในวันพฤหัสบดีและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ เนื่องจากผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่รายนี้ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาคึกคักของหุ้นกลุ่ม AI
พุ่งขึ้นเกือบ 7% ในวันพฤหัสบดีและอีก ประมาณ 7% ในวันศุกร์ในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียว โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิป AI และแรงส่งต่อจากความแข็งแกร่งของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ
กระโดดขึ้น 13.7% ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. หลังจากประกาศแนวโน้มระยะยาวในแง่ดีและการคืนเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในงาน Investor Day โดยบริษัทคาดการณ์อัตราการเติบโตของรายได้ระดับกลางถึงสูงสองหลักสำหรับปี FY2028–FY2030 โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อตกลงกำหนดราคาระยะยาวมูลค่า 94,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยนี้เป็นตัวเร่งเพิ่มเติมที่ส่งต่อไปยังการซื้อขายในเอเชียวันศุกร์
ยังคงมีโมเมนตัมขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับประโยชน์จากการ Rally ของหุ้นเทคโนโลยีและกระแส AI โดยรวม นับเป็นหนึ่งในหุ้นผู้นำของ Nikkei ในช่วงสัปดาห์นี้
แม้จะมีการ Rally ที่ทรงพลัง แต่นักวิเคราะห์หลายคนก็ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง การฟื้นตัวของ Kospi ยังกระจุกตัวอย่างหนักในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ในปี 2569 โดยรวมแล้วนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิของหุ้นเกาหลีใต้ แม้ว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นผู้ซื้อในช่วงที่มีการ Rally ครั้งประวัติศาสตร์ก็ตาม การเข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิคไม่ได้การันตีว่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่ยั่งยืน และดัชนียังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของกระแส AI หรือการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อสหรัฐฯ อีกครั้ง
การ Rally ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 เป็นเหตุการณ์ที่มีหลายชั้นประกอบกัน: เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ช่วยขจัดอุปสรรคด้านเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ การปิดตลาดวอลล์สตรีทที่ทำสถิติสูงสุด ส่งแรงส่งมาสู่เอเชีย และ กระแสการลงทุนในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีหุ้นอย่าง SK Hynix, Samsung, Kioxia และ SoftBank เป็นหัวหอกหลัก สร้างแรงส่งเฉพาะอุตสาหกรรมที่ผลักดันให้ Kospi เข้าสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิค และทำให้ Nikkei ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับแนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความต้องการ AI ที่ยั่งยืนและการตัดสินใจครั้งต่อไปของ Fed