ข้อมูลจากบริษัทข่าวกรองทางทะเล Kpler ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามที่ทรัมป์ประกาศ เรือเพียง 14 ลำเท่านั้นที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงสุดสัปดาห์ แต่ก็ยังห่างไกลจากระดับก่อนสงครามมาก และปริมาณการจราจรทางเรือยังคงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 เดือน
การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประสบปัญหาอุปสรรคครั้งใหม่ แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านรายงานว่า 'ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย' ในความพยายามที่จะฟื้นฟูข้อตกลงชั่วคราวที่บรรลุในเดือนมิถุนายน 2026
อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรและยอมรับเงื่อนไขอื่นๆ
ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็เรียกร้องให้อิหร่านชดใช้ค่าเสียหายที่สหรัฐฯ ได้รับระหว่างความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธ 3 ลูก โจมตีเรือบรรทุกสินค้า Tihamah (สัญชาติแทนซาเนีย เป็นของบริษัทอียิปต์) ในช่องแคบบับเอล-มันเดบ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ได้แก่ ลูกเรือ 4 คน (ชาวปากีสถาน 3 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน) และเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีก 2 คน ซึ่งเสียชีวิตจากขีปนาวุธนัดที่สองในรูปแบบยิงซ้ำสอง (double-tap) ขณะกำลังปฏิบัติการกู้ภัย
ผู้ได้รับบาดเจ็บมีอีก 10 คน
นับเป็นการโจมตีเรือพาณิชย์ของกลุ่มฮูตีที่มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เรือ Tihamah กำลังบรรทุกเสบียงอาหาร
สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง:
ในกลางเดือนสิงหาคม 2026 ทรัมป์ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุทธศาสตร์ จากปฏิบัติการโจมตีทางทหารขนาดใหญ่ ไปสู่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อยุติสงคราม ในการให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ทรัมป์อธิบายแนวทางของเขาว่าเป็น 'การเล่นแบบเนิบช้า' (low-keying it) โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังเฝ้าดูความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับอิหร่าน แทนที่จะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่
เขาให้ทางเลือกสองทางคือ ปล่อยให้อิหร่าน 'ล้มเหลวทางเศรษฐกิจ' หรือ 'ตีมันให้แรงจริงๆ'
รัฐบาลทรัมป์เชื่อว่าการทิ้งระเบิดนานหลายเดือนได้ผลักดันให้อิหร่านมาถึงจุดที่การคว่ำบาตรที่เข้มข้นขึ้นและการปิดล้อมทางเรือสามารถบีบให้อิหร่านยอมจำนนได้ นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์เริ่มสงครามโดยบอกว่าการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลา 50 ปีนั้นล้มเหลว แต่ตอนนี้กลับหันมาใช้กลยุทธ์แบบเดียวกันอีกครั้ง