“รายงานนี้เป็นการย้ำเตือนว่าโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจด้าน EV มีปริมาณน้ำมันที่ถูกแทนที่ด้วย EV เพิ่มขึ้นถึง 42% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยคิดเป็น 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน” ทั้งนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้าง:
Wood Mackenzie คาดการณ์ว่าดีมานด์ทองแดงจะพุ่งสูงถึง 42.7 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2035 (เพิ่มขึ้น 24%) ซึ่งการลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนดีมานด์ทองแดงที่สำคัญที่สุด รองลงมาคือการเติบโตของ EV และพลังงานหมุนเวียน การขาดแคลนทองแดงอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของ EV ในอนาคต
การใช้ EV อย่างรวดเร็วจะสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า จำเป็นต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาลในการขยายสถานีชาร์จและจัดการภาระไฟฟ้าสูงสุด (peak load) การเตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV เป็นไปได้อย่างราบรื่น
ภายใต้แนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero Wood Mackenzie ประเมินว่าการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนต้องเพิ่มขึ้น 30% จากระดับปัจจุบัน โดยต้องใช้เงินเฉลี่ย 4.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ไปจนถึงปี 2060 และสิ่งที่สำคัญคือ ครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนทั้งหมด จะต้องถูกนำไปใช้ในระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
ซึ่งภาพรวมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งนี้เป็นโอกาสในการลงทุนมูลค่ามหาศาลถึง 130 - 175 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2060