14 สิงหาคม 2026 Samsung Research เปิดตัวโมเดล AI รากฐานด้านสุขภาพสองตัว คือ xMAE และ HiMAE ที่สามารถวิเคราะห์สัญญาณชีพบนสมาร์ทวอชได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต xMAE เรียนรู้ความสัมพันธ์เชิงเวลาระหว่างสัญญาณ ECG และ PPG โดยใช้ข้อมูลจับคู่ 9,400 ชั่วโมง ฝึกฝนด้วยการบดบังสัญญาณ ECG แล้วสร้างใหม่จาก PPG ทำให้...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What two new AI foundation models did Samsung Research unveil in August 2026 that can analyze biosignals directly on smartwatch hardware wit. Article summary: On August 14, 2026, Samsung Research (via its Digital Health Team at Samsung Research America) publicly introduced two health foundation models designed to analyze biosignals directly on smartwatch hardware without cloud. Topic tags: general, general web, academic, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, char
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 Samsung Research (ผ่านทีม Digital Health แห่ง Samsung Research America) เปิดตัวโมเดล AI รากฐานด้านสุขภาพ (health foundation model) สองรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์สัญญาณชีพบนฮาร์ดแวร์สมาร์ทวอชโดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์: xMAE (Physiology-Aware Masked Cross-Modal Reconstruction for Biosignal Representation Learning) และ HiMAE (Hierarchical Masked Autoencoder) โมเดลทั้งสองได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในงานประชุม AI ระดับแนวหน้า ICML 2026 และ ICLR 2026 ตามลำดับ
xMAE เป็นโมเดลที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสรีรวิทยา (physiology-aware) เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์เชิงเวลาระหว่างสัญญาณชีพสองชนิด: ECG (สัญญาณไฟฟ้าหัวใจ) และ PPG (คลื่นชีพจรแสงที่วัดโดยเซ็นเซอร์ photoplethysmography บนสมาร์ทวอช) โมเดลใช้กลไก cross-attention แบบมีทิศทาง: ระหว่างการฝึกก่อน (pretraining) มันจะค่อยๆ บดบัง (mask) ส่วนต่อเนื่องของสัญญาณ ECG และสร้างขึ้นมาใหม่จากสัญญาณ PPG ที่ซิงโครไนซ์กัน โดย PPG token ทำหน้าที่เป็นคีย์ (keys) และค่า (values) ส่วน ECG token ทำหน้าที่เป็นคำค้นหา (queries) ซึ่งเป็นการออกแบบที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางสรีรวิทยาที่ว่ากิจกรรมไฟฟ้าของหัวใจ (ECG) เป็นตัวขับเคลื่อนชีพจรส่วนปลาย (PPG)
xMAE ถูกฝึกก่อนบนข้อมูล ECG–PPG แบบจับคู่ประมาณ 9,400 ชั่วโมง จากอาสาสมัครประมาณ 2,400 คน จากนั้นถูกประเมินในหกการศึกษาครอบคลุม 19 งานปลายทาง รวมถึงการทำนายความดันโลหิตสูง การตรวจพบหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ectopic beat) การจำแนกระยะการนอนหลับ และการประมาณค่าทางห้องปฏิบัติการเลือด โมเดลนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลรากฐานโอเพนซอร์สก่อนหน้าทั้งหมดใน 15 จาก 19 งาน โดยวัดจากค่า AUROC ข้อค้นพบเชิงปฏิบัติที่สำคัญ: หลังจากการฝึกก่อน สาขา ECG จะถูกถอดออก โมเดลจะทำงานโดยใช้ PPG เพียงอย่างเดียว ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์สวมใส่
HiMAE (Hierarchical Masked Autoencoder) ใช้แนวทางที่แตกต่าง: มันวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลาจากอุปกรณ์สวมใส่ เช่น การเต้นของหัวใจ ระยะการนอนหลับ รูปแบบกิจกรรม ผ่าน หลายระดับความละเอียดของเวลา โดยใช้ convolutional encoder–decoder แบบลำดับชั้น แทนที่จะจัดการทุกระดับเวลาอย่างเท่าเทียมกัน HiMAE จะค้นพบโครงสร้างเฉพาะในแต่ละระดับความละเอียด: รูปแบบหยาบ (coarse patterns) ในระดับเวลาที่ยาวนานกว่า (เช่น วงจรการนอนหลับ/ตื่น) และรูปแบบละเอียด (fine-grained patterns) ในระดับเวลาที่สั้นกว่า (เช่น การเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง)
โมเดลนี้ทำการประมวลผลอนุมานได้ใน เวลาต่ำกว่า 1 มิลลิวินาทีบน CPU ของสมาร์ทวอช ทำให้สามารถวิเคราะห์บนอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องอัปโหลดข้อมูลไปยังคลาวด์
ทั้ง xMAE และ HiMAE เป็น Masked Autoencoder (MAE) ที่ได้รับการฝึกผ่าน Self-Supervised Learning บนข้อมูลสัญญาณชีพที่ไม่ได้ติดป้ายกำกับ แนวคิดหลักนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง: บดบังส่วนหนึ่งของสัญญาณอินพุต จากนั้นฝึกโมเดลให้สร้างส่วนที่ถูกบดบังขึ้นมาใหม่ วิธีนี้ช่วยให้โมเดลสามารถจับโครงสร้างทางสรีรวิทยาที่มีความหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลฝึกที่ติดป้ายกำกับด้วยมือ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในวงการ AI สุขภาพ ซึ่งข้อมูลทางคลินิกที่ติดป้ายกำกับนั้นหายากและมีต้นทุนสูงในการผลิต
ในงาน Galaxy Unpacked เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ซัมซุงได้เปิดตัวกลยุทธ์ Connected Care ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการวัดค่าสุขภาพแบบเฉลี่ยประชากรไปสู่การติดตามสุขภาพเฉพาะบุคคลและเชิงป้องกันที่ขับเคลื่อนด้วย AI บนอุปกรณ์ ดร. Pak (ประธานฝ่ายวิจัยของซัมซุง) อธิบายว่าโมเดลรากฐานด้านสุขภาพเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งเป็นการเปลี่ยน "จากค่าเฉลี่ยของประชากรไปสู่สิ่งที่เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง" โดยใช้ self-supervised learning เพื่อดึงคุณลักษณะที่มีความหมายจากสัญญาณชีพของแต่ละบุคคล
xMAE และ HiMAE เป็นโมเดลวิจัยชิ้นแรกๆ ของ Samsung Research ที่ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง: พวกมันทำงานบนสมาร์ทวอชทั้งหมด (ไม่ต้องใช้คลาวด์) เรียนรู้รูปแบบทางสรีรวิทยาเฉพาะของผู้ใช้ และสามารถปรับแต่ง (fine-tune) สำหรับงานต่างๆ เช่น การประเมินความดันโลหิต การตรวจหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และการวิเคราะห์การนอนหลับได้โดยตรงบนอุปกรณ์ โมเดลทั้งสองนี้ร่วมกันเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ AI สุขภาพบนอุปกรณ์สวมใส่เป็นทั้งส่วนตัวและพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
14 สิงหาคม 2026 Samsung Research เปิดตัวโมเดล AI รากฐานด้านสุขภาพสองตัว คือ xMAE และ HiMAE ที่สามารถวิเคราะห์สัญญาณชีพบนสมาร์ทวอชได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
14 สิงหาคม 2026 Samsung Research เปิดตัวโมเดล AI รากฐานด้านสุขภาพสองตัว คือ xMAE และ HiMAE ที่สามารถวิเคราะห์สัญญาณชีพบนสมาร์ทวอชได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต xMAE เรียนรู้ความสัมพันธ์เชิงเวลาระหว่างสัญญาณ ECG และ PPG โดยใช้ข้อมูลจับคู่ 9,400 ชั่วโมง ฝึกฝนด้วยการบดบังสัญญาณ ECG แล้วสร้างใหม่จาก PPG ทำให้ outperform โมเดลอื่นใน 15 จาก 19 งานประเมิน
HiMAE ใช้ Hierarchical Masked Autoencoder วิเคราะห์ข้อมูลชีพจร การนอนหลับ และกิจกรรมในหลายระดับเวลา โดยประมวลผลได้ภายในเวลาต่ำกว่า 1 มิลลิวินาทีบน CPU ของสมาร์ทวอช