อัตราการเติบโตในเดือนล่าสุดนั้นสูงเป็นพิเศษ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 CFO Sarah Friar แจ้งพนักงาน ว่า annualized recurring revenue (ARR) ที่ OpenAI สร้างได้ใน เดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวสูงกว่าทั้งไตรมาสที่สองของปี 2026 เธอบอกว่าไตรมาสที่ 2 ก็ "ไม่ธรรมดา" และยกเครดิตให้กับโมเดลตระกูล GPT-5.6, เอเจนต์องค์กร ChatGPT Work และเครื่องมือเขียนโค้ด Codex
นอกจากนี้ ประธาน Greg Brockman เปิดเผยในบันทึกภายใน ว่า monthly revenue run rate ของ OpenAI เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือนในเดือนกรกฎาคม โดยรายได้จากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน การพุ่งขึ้นนี้ช่วยพลิกสถานการณ์จากช่วงต้นปี 2026 ที่ ARR เคยทรงตัวใกล้ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่การเปิดตัว GPT-5.6 และการรุกตลาดองค์กรจะจุดกระแสการเติบโตอีกครั้ง
run rate ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ทำให้ OpenAI เผชิญหน้ากับคู่แข่งหลักอย่าง Anthropic ซึ่งรายงาน annualized revenue run rate ที่ 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างทางบัญชีทำให้การเปรียบเทียบโดยตรงไม่ถูกต้อง Anthropic รายงานแบบ gross basis ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายคลาวด์ที่ขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ในขณะที่ OpenAI รายงานเป็นรายได้สุทธิ นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่าตัวเลข 47,000 ล้านดอลลาร์นั้นสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับ 40,000 ล้านดอลลาร์ของ OpenAI
Anthropic ยังได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมสู่การเข้าตลาดหุ้น บริษัท ยื่นแบบ S-1 ต่อ SEC แบบลับๆ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม / วันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยมีมูลค่าหลังการระดมทุน (post-money valuation) อยู่ที่ประมาณ 965,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุน Series H IPO ของบริษัทอาจมีขึ้นในช่วง ต้นเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งอาจทำให้แซง OpenAI ไปได้
OpenAI ก็ได้ยื่นเอกสาร IPO แบบลับๆ เช่นกัน และตั้งเป้าจดทะเบียนในตลาด NYSE แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน
รายงานของ Bloomberg บรรยายถึงการแข่งขันกันเป็นรายแรกอย่างชัดเจน
การผลักดันรายได้มาพร้อมกับความปั่นป่วนในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง Denise Dresser ซึ่งรับตำแหน่ง Chief Revenue Officer ในเดือนธันวาคม 2025 จาก Salesforce ลาออกหลังจากทำงานเพียง 8 เดือน เพื่อไปแสวงหาโอกาสอื่น OpenAI ว่าจ้าง Dali Rajic เป็น CRO คนใหม่ทันที ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง President และ COO ของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Wiz ในเครือ Alphabet
การประกาศแต่งตั้งของ OpenAI ระบุว่าการจ้าง Rajic เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเร่งยอดขายในองค์กรท่ามกลาง "การปรับใช้ AI ในองค์กรที่เร่งตัวขึ้น"
นี่คือ CRO คนที่สองในรอบไม่ถึงปี ของ OpenAI ซึ่งส่งสัญญาณถึงแรงกดดันอย่างหนักในการขยายรายได้จากองค์กรก่อนการเสนอขาย IPO
ถึงแม้จากแหล่งข้อมูลที่ให้มาจะไม่สามารถยืนยันได้โดยอิสระ แต่ความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุอย่างกว้างขวางว่า OpenAI ได้ลดราคา inference (การประมวลผล) สำหรับโมเดล GPT รุ่นเก่าและการเข้าถึง API เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงกับ Claude ของ Anthropic และคู่แข่งจีนที่เก่งขึ้นเรื่อยๆ (เช่น DeepSeek, Ernie ของ Baidu, Qwen ของ Alibaba) การเติบโตของรายได้อย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากกลยุทธ์การตั้งราคาเชิงรุก
การถกเถียงหลักของนักลงทุนคือ อัตราการเติบโตนี้จะคงอยู่ได้หรือไม่เมื่อต้องใช้เงินทุนมหาศาล:
OpenAI เพิ่ม run rate ขึ้นเท่าตัวในเวลาไม่ถึงปี ซึ่งขับเคลื่อนโดย product-market fit ที่แท้จริงในการเขียนโค้ด เอเจนต์องค์กร และการสมัครสมาชิก การเติบโตมากกว่า 20% ต่อเดือนในเดือนกรกฎาคมนั้นน่าทึ่งมาก แต่ต้นทุนในการรักษาความเป็นผู้นำ (frontier) และแรงกดดันทางการแข่งขันจาก Anthropic (ที่อาจจะ IPO ก่อน) และคู่แข่งจีน ทำให้ความยั่งยืนเป็นคำถามชี้ชะตาสำหรับนักลงทุนที่ประเมินการเข้าตลาดของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง