| ตำแหน่ง | ผู้ได้รับการแต่งตั้ง | ความสำคัญ / ภารกิจหลัก |
|---|---|---|
| เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (SNSC) (9 ส.ค.) | มอห์เซน เรซาอี — อดีตผู้บัญชาการ IRGC (16 ปี เคยรบอิรัก-อิหร่าน) | ควบคุมร่างนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศ สายเหยี่ยวใกล้ชิดคาเมเนอี |
| ผู้บัญชาการทหารสูงสุด IRGC | พล.ต.อาหมัด วาฮิดี — เลื่อนยศเป็นพลเอก | คาเมเนอีสั่งให้เตรียมพร้อม "ปฏิบัติการรุกอย่างทรงพลัง" และ "ข่มขู่สูงสุด" |
| เสนาธิการกองทัพ | พล.ต.อาลี อับดอลลาฮี | ภารกิจรวมศูนย์บัญชาการระหว่างกองบัญชาการใหญ่และกองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบิยา — ทำให้การสั่งการร่วมรวดเร็วขึ้น |
| รองเสนาธิการ | พล.จ.คิโยมาร์ส เฮย์ดารี | สนับสนุนการรวมศูนย์บัญชาการ |
| ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC | พล.ร.ต.อาลี ออซมาเอ | ฟื้นฟูกองบัญชาการกองทัพเรือหลังสูญเสียหนักจากสงคราม |
| หัวหน้าบาซิจ (กองกำลังอาสา) | ฮอสเซน ตาเอบ — อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ผู้เคยปราบปรามประท้วง | ขยายเครือข่ายข่าวกรองระดับรากหญ้าและเฝ้าระวังประชาชน |
| ตำแหน่งเพิ่มเติมในกองบัญชาการใหญ่ | การแต่งตั้งอีกตำแหน่ง | เติมช่องว่างในโครงสร้างบัญชาการที่ปรับปรุงใหม่ |
ตำแหน่งเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างจากผู้บัญชาการที่เสียชีวิตในสงครามตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
พล.ต.โมฮัมหมัด เรซา นากดี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการ IRGC กล่าวสามประเด็นสำคัญระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนครั้งนี้:
คำกล่าวของนากดีไม่ใช่เรื่องแยกจากกัน แต่คือหลักการเหตุผลของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ทุกการแต่งตั้งล้วนตอบโจทย์ "สงครามยืดเยื้อเชิงรุก":
การกลับมาของตาเอบในฐานะหัวหน้าบาซิจคือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในการควบคุมภายในประเทศ ภารกิจของเขารวมถึงขยายเครือข่ายข่าวกรองระดับรากหญ้าของกำลังกึ่งทหาร และใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเฝ้าระวังประชาชน สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอิหร่านคาดการณ์ถึงความไม่สงบภายในระหว่างสงครามยืดเยื้อ และกำลังวางกำลังเครื่องมือรักษาความมั่นคงที่แข็งกร้าวไว้ล่วงหน้า
หลายแหล่งยืนยันว่าการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคง ติดขัดหรือหยุดชะงัก เจแปนไทมส์รายงานว่าการเจรจา "จมอยู่กับทางตัน" เนื่องจากอิหร่านเปลี่ยนไปใช้ท่าทีทางการทหารที่แข็งกร้าวขึ้น การแต่งตั้งเรซาอีเข้าสู่ SNSC ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลการเจรจานิวเคลียร์และความมั่นคง นำบุคคลสายเหยี่ยวเข้ามาอยู่ในกระบวนการเจรจา ทำให้โอกาสการประนีประนอมในช่วงต้นลดลง แม้มีรายงานหลายฉบับระบุว่าปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางและรักษาช่องทางการเจรจากับทั้งสองฝ่าย แต่หลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่ามีความคืบหน้า การแต่งตั้งสายรุกครั้งใหม่และข้อความ "ยื้อจนกว่าทรัมป์จะพ้น" ของนากดีได้ทำให้โมเมนตัมการหยุดยิงชะงักลง
| ตำแหน่ง | ผู้ได้รับการแต่งตั้ง | ความสำคัญ / ภารกิจหลัก |
|---|---|---|
| เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (SNSC) (9 ส.ค.) | มอห์เซน เรซาอี — อดีตผู้บัญชาการ IRGC (16 ปี เคยรบอิรัก-อิหร่าน) | ควบคุมร่างนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศ สายเหยี่ยวใกล้ชิดคาเมเนอี |
| ผู้บัญชาการทหารสูงสุด IRGC | พล.ต.อาหมัด วาฮิดี — เลื่อนยศเป็นพลเอก | คาเมเนอีสั่งให้เตรียมพร้อม "ปฏิบัติการรุกอย่างทรงพลัง" และ "ข่มขู่สูงสุด" |
| เสนาธิการกองทัพ | พล.ต.อาลี อับดอลลาฮี | ภารกิจรวมศูนย์บัญชาการระหว่างกองบัญชาการใหญ่และกองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบิยา — ทำให้การสั่งการร่วมรวดเร็วขึ้น |
| รองเสนาธิการ | พล.จ.คิโยมาร์ส เฮย์ดารี | สนับสนุนการรวมศูนย์บัญชาการ |
| ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC | พล.ร.ต.อาลี ออซมาเอ | ฟื้นฟูกองบัญชาการกองทัพเรือหลังสูญเสียหนักจากสงคราม |
| หัวหน้าบาซิจ (กองกำลังอาสา) | ฮอสเซน ตาเอบ — อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ผู้เคยปราบปรามประท้วง | ขยายเครือข่ายข่าวกรองระดับรากหญ้าและเฝ้าระวังประชาชน |
| ตำแหน่งเพิ่มเติมในกองบัญชาการใหญ่ | การแต่งตั้งอีกตำแหน่ง | เติมช่องว่างในโครงสร้างบัญชาการที่ปรับปรุงใหม่ |
ตำแหน่งเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างจากผู้บัญชาการที่เสียชีวิตในสงครามตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
พล.ต.โมฮัมหมัด เรซา นากดี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการ IRGC กล่าวสามประเด็นสำคัญระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนครั้งนี้:
คำกล่าวของนากดีไม่ใช่เรื่องแยกจากกัน แต่คือหลักการเหตุผลของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ทุกการแต่งตั้งล้วนตอบโจทย์ "สงครามยืดเยื้อเชิงรุก":
การกลับมาของตาเอบในฐานะหัวหน้าบาซิจคือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในการควบคุมภายในประเทศ ภารกิจของเขารวมถึงขยายเครือข่ายข่าวกรองระดับรากหญ้าของกำลังกึ่งทหาร และใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเฝ้าระวังประชาชน สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอิหร่านคาดการณ์ถึงความไม่สงบภายในระหว่างสงครามยืดเยื้อ และกำลังวางกำลังเครื่องมือรักษาความมั่นคงที่แข็งกร้าวไว้ล่วงหน้า
หลายแหล่งยืนยันว่าการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคง ติดขัดหรือหยุดชะงัก เจแปนไทมส์รายงานว่าการเจรจา "จมอยู่กับทางตัน" เนื่องจากอิหร่านเปลี่ยนไปใช้ท่าทีทางการทหารที่แข็งกร้าวขึ้น การแต่งตั้งเรซาอีเข้าสู่ SNSC ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลการเจรจานิวเคลียร์และความมั่นคง นำบุคคลสายเหยี่ยวเข้ามาอยู่ในกระบวนการเจรจา ทำให้โอกาสการประนีประนอมในช่วงต้นลดลง แม้มีรายงานหลายฉบับระบุว่าปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางและรักษาช่องทางการเจรจากับทั้งสองฝ่าย แต่หลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่ามีความคืบหน้า การแต่งตั้งสายรุกครั้งใหม่และข้อความ "ยื้อจนกว่าทรัมป์จะพ้น" ของนากดีได้ทำให้โมเมนตัมการหยุดยิงชะงักลง