คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ดัชนีชี้วัดจาก Permutable เผย 12 ใน 14 ธนาคารกลางหลักมีน้ำเสียงนโยบาย hawkish ขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา มีเพียงรัสเซียและบราซิลเท่านั้นที่ขยับไปในทิศทาง dovish [6][56] ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงมติ 9 3 คงดอกเบี้ยที่ 3.50 3.75% สมาชิก 3 คนที่ไม่เห็นด้วยต้องการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ถือเป็นการแตกแถวในฝั่ง hawkish ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 [17][19][22] ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลงมติ 6 3 คงดอกเบี้ยที่ 3.75% โดยมี 3 เสียงที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นจาก 2 เสียงในการประชุมครั้งก่อน [2][3][5] แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ย แต่ผู้ว่าการ BoE แอนดรูว์ เบลีย์ กลับย้ำว่าคณะกรรมการ 'ไม่ได้ใกล้จะขึ้นดอกเบี้ย' และมองว่าการคงดอกเบี้ยเป็น 'หลักประกันชั่วคราว' [1][4] Which major central banks have turned more hawkish in policy sentiment over the past year, which have moved dovish, and how do current rate AI-generated editorial image representing central bank rate divergence and hawkish dissent in monetary policy committees. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Which major central banks have turned more hawkish in policy sentiment over the past year, which have moved dovish, and how do current rate. Article summary: ## Broad Sentiment Shift: Overwhelmingly Hawkish. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ธนาคารกลางพูดกับสิ่งที่พวกเขาทำแทบจะไม่เคยกว้างเท่านี้มาก่อน ตามดัชนีวัดความรู้สึกต่อนโยบายของธนาคารกลางหลัก (Major Central Bank Sentiment Index) โดย Permutable พบว่า 12 ใน 14 ธนาคารกลางหลักได้ปรับเปลี่ยนท่าทีไปในทางที่ hawkish มากขึ้น (倾向收紧政策) ในรอบปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2026 ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กลับลงมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยแต่ละแห่งต่างก็มีเสียงแตกภายในรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี บทความนี้จะเจาะลึกถึงการเปลี่ยนแปลงเชิง hawkish นี้ การลงมติที่ไม่เห็นด้วยที่เฉพาะเจาะจงทั้งในเฟดและ BoE และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในการประชุมเดือนกันยายน 2026
ภาพรวมการเปลี่ยนแปลง: 12 ใน 14 ธนาคารกลางหันมาใช้นโยบาย Hawkish
ดัชนีของ Permutable ซึ่งให้คะแนนความรู้สึกเชิงทิศทางของนโยบายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา (จาก -100 ถึง +100) แสดงให้เห็นว่ามีเพียง รัสเซียและบราซิล เท่านั้นที่เคลื่อนตัวไปในทิศทาง dovish มากกว่าเดิม (倾向宽松政策) ในรอบปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางที่มีท่าที hawkish มากขึ้น ได้แก่:
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) — เป็นธนาคารกลางที่ hawkish ที่สุดด้วยคะแนน +99.4 โดยตลาดมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) — คะแนนเฉลี่ยของคณะกรรมการ FOMC อยู่ที่ 4.4 จาก 5 ในสเกล dove–hawk โดยตลาดฟิวเจอร์สของเฟดฟันด์เรท (fed funds futures) คาดการณ์การเคลื่อนไหวของดอกเบี้ยที่ +31 จุดพื้นฐาน (bp) ในอีก 12 เดือนข้างหน้า
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) — ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบสองปีในช่วงต้นปี 2026 และยังคงอยู่ในโหมดขึ้นดอกเบี้ย
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เฟด vs. ธนาคารกลางอังกฤษ: เสียงเหยี่ยวแว่ว แต่การกระทำยังนกพิราบ การแตกแยกนโยบายการเงินครั้งประวัติศาสตร์" คืออะไร ดัชนีชี้วัดจาก Permutable เผย 12 ใน 14 ธนาคารกลางหลักมีน้ำเสียงนโยบาย hawkish ขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา มีเพียงรัสเซียและบราซิลเท่านั้นที่ขยับไปในทิศทาง dovish [6][56]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ดัชนีชี้วัดจาก Permutable เผย 12 ใน 14 ธนาคารกลางหลักมีน้ำเสียงนโยบาย hawkish ขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา มีเพียงรัสเซียและบราซิลเท่านั้นที่ขยับไปในทิศทาง dovish [6][56] ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงมติ 9 3 คงดอกเบี้ยที่ 3.50 3.75% สมาชิก 3 คนที่ไม่เห็นด้วยต้องการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ถือเป็นการแตกแถวในฝั่ง hawkish ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 [17][19][22]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลงมติ 6 3 คงดอกเบี้ยที่ 3.75% โดยมี 3 เสียงที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นจาก 2 เสียงในการประชุมครั้งก่อน [2][3][5]
ธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) — สร้างความประหลาดใจด้วยการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ถูกกระตุ้นจากสงครามอิหร่าน และคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25% ในเดือนกรกฎาคม
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) — คงดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม แต่เทรดเดอร์คาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกสองครั้งภายในต้นปี 2027 โดย ECB ได้คะแนน hawkish ที่ 4.1/5 ตามตัวชี้วัดบางตัว
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) — มีคะแนน 3.0/5 บนสเกล hawk-dove แต่เสียงแตกในคณะกรรมการสะท้อนถึงกระแส hawkish ที่ซ่อนอยู่
ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) — โดยรวมแล้วคงดอกเบี้ย แต่มีแนวโน้ม hawkish; Franklin Templeton ระบุว่า BoC ยังคงอดทนแต่ก็พร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ธนาคารกลางอื่นๆ ที่อยู่ในโหมดขึ้นดอกเบี้ยหรือมีแนวโน้ม hawkish ได้แก่ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ), ธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank — อยู่ในค่าย dovish โดยคงดอกเบี้ยที่ 1.75%) และธนาคารอื่นๆ ที่หยุดพักการปรับเปลี่ยนนโยบายแต่ยังคงมีแนวโน้มที่จะเข้มงวดขึ้น
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด): 'การคงดอกเบี้ยแบบ Hawkish' พร้อมเสียงคัดค้านสามเสียง
โลรี โลแกน (Lorie Logan) — ประธานเฟดสาขาดัลลัส
เบธ แฮมแม็ค (Beth Hammack) — ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์
นีล คัชคารี (Neel Kashkari) — ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE): เสียงลงมติที่ตึงเครียดขึ้นในหีบห่อแห่งท่าที Dovish
ฮิว พิลล์ (Huw Pill) — หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BoE
เมแกน กรีน (Megan Greene) — กรรมการ MPC ภายนอก
แคทเธอรีน แมนน์ (Catherine Mann) — กรรมการ MPC ภายนอก ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในกลุ่มที่โหวตคงดอกเบี้ยและเปลี่ยนมาโหวตขึ้น ทำให้การลงมติตึงเครียดขึ้น
ทั้งนี้ ING ระบุว่าการตัดสินใจโดยรวมแล้วมีน้ำหนักไปทาง dovish และรายงานประกอบการตัดสินใจยังบอกเป็นนัยว่าจำเป็นต้องมี 'เรื่องเซอร์ไพรส์' ด้านเงินเฟ้อครั้งใหญ่เท่านั้นที่จะทำให้มีเสียงโหวตเพิ่มขึ้นไปอีกในฝั่งขึ้นดอกเบี้ย
จุดแตกหักหลัก: เสียงโหวต Hawkish vs. การกระทำที่ Dovish ทั้งเฟดและ BoE ต่างก็แสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่ชัดเจนระหว่าง วาทกรรม hawkish และ ความไม่ลงมือทำเชิงนโยบาย :
เฟด : มีเสียงคัดค้านต้องการขึ้นดอกเบี้ยสามเสียง แนวทางในอนาคตเป็น hawkish แต่ยังคงเลือกตรึงดอกเบี้ย ตลาดมองว่ามีโอกาส 57% ที่จะขึ้นในเดือนกันยายน แต่จุดยืนโดยเฉลี่ยของคณะกรรมการคือการคงดอกเบี้ยมาแล้วห้าครั้งติดต่อกัน
BoE : จำนวนเสียงที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 เสียง แต่ทว่าการสื่อสารของผู้ว่าการกลับมีน้ำหนัก dovish อย่างเห็นได้ชัด โดยนักวิเคราะห์จาก FXStreet อธิบายถึง 'ความแตกแยกอย่างชัดเจน' ระหว่างการลงมติ 6–3 และน้ำเสียง dovish ของแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดสภาวะที่เสียงโหวต hawkish และภาษา hawkish (โดยเฉพาะหลังความขัดแกร่งในอิหร่าน) ดำรงอยู่ร่วมกันโดยไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยจริง เนื่องจากกรรมการส่วนใหญ่มองว่าระดับดอกเบี้ยในปัจจุบันนั้นเข้มงวดเพียงพอแล้ว ฝ่ายที่คัดค้านเชื่อว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสมควรได้รับการดำเนินการเชิงรุก ในขณะที่ฝ่ายเสียงข้างมากต้องการรอดูสถานการณ์
การประชุมเดือนกันยายน 2026 สิ่งที่อาจเกิดขึ้น ธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะมีการประชุมครั้งถัดไปในกลางเดือนกันยายน โดยตรงกับช่วงวันที่ใกล้เคียงกัน: เฟดในวันที่ 16–17 กันยายน และ BoE ในวันที่ 17 กันยายน
เฟด (16–17 กันยายน): การประชุมที่ 'Live' สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย การประชุมเดือนกันยายนเป็นโอกาสที่ 'มีชีวิต' จริงๆ ในการขึ้นดอกเบี้ย :
CME FedWatch บ่งชี้ความน่าจะเป็น 57% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยทันทีหลังการประชุมเดือนกรกฎาคม
หากข้อมูลเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลง สามเสียงคัดค้านอาจได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจพลิกคะแนนเสียงข้างมากให้กลายเป็นฝ่ายขึ้นดอกเบี้ยได้
หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลง อาจเกิดการปรับราคาในตลาดไปในทาง dovish ซึ่งช่วยลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมกับธนาคารกลางหลายแห่ง
BoE (17 กันยายน): เกณฑ์มาตรฐานที่สูงสำหรับการดำเนินการ แนวโน้มของ BoE นั้นคลุมเครือกว่า:
การลงมติ 6–3 ส่งสัญญาณถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการเข้มงวดนโยบาย และหากมีผู้ลงมติอีกแค่คนเดียวเปลี่ยนข้าง ก็อาจทำให้ดุลยภาพเปลี่ยนไปสู่การขึ้นดอกเบี้ย
แต่การผลักดันท่าที dovish ของผู้ว่าการเบลีย์ และการคาดการณ์ของ BoE เองที่ว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 3% ชี้ให้เห็นว่าเกณฑ์สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนั้นสูงมาก
ตลาดและนักวิเคราะห์ รวมถึง Michael Pfister จาก Commerzbank มองว่า BoE มีแนวโน้มที่จะ ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการเคลื่อนไหวใดๆ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีหรือปี 2027 มากกว่า หากไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ด้านเงินเฟ้อครั้งใหญ่
ภาพรวมที่กว้างขึ้น: บททดสอบความขัดแย้ง เดือนกันยายนจะเป็นบททดสอบภาวะตึงเครียดของพลวัตระหว่างความรู้สึก hawkish และการกระทำที่ dovish หากเงินเฟ้อยังคงเหนียวแน่นจากแรงกระแทกด้านราคาพลังงานทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเฟดและ BoE อาจถูกบีบให้ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งวาทศิลป์ในปัจจุบันของพวกเขาได้คาดการณ์ไว้แล้ว แต่นโยบายของพวกเขายังไม่ได้ดำเนินการ หากภาวะเงินเฟ้อกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง เสียงโหวต hawkish ก็อาจยังคงเป็นเสียงข้างน้อย และตลาดก็อาจปรับราคาการขึ้นดอกเบี้ยลดลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลเงินเฟ้อ การจ้างงาน และพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่จะประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะเป็นปัจจัยชี้ขาด สำหรับตอนนี้ ธนาคารกลางของสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกกำลังพูดจาแข็งกร้าว—แต่ยังคงเก็บกระสุนไว้ในรังเพลิง
en.sedaily.com Fed Holds Rate a Fifth Time as Three Dissents Spark Inflation-Lag Fears