โคเดลโกประกาศยกเลิกเป้าหมายการผลิตทองแดง 1.34 ล้านเมตริกตันในปี 2569 และเป้าหมายระยะยาว 1.7 ล้านตันต่อปี หลังเกิดเหตุการณ์หินถล่มที่เหมืองเอลเตนิเอนเต การระงับโครงการอันเดส นอร์เตเนื่องจากความเสี่ยงแผ่นดินไหว และปัญหา... หนี้สินรวมของโคเดลโกพุ่งสูงถึง 2.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนหนี้สุทธิต่อ EBITDA ที่...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Codelco to abandon its 2026 copper production target of 1.34 million metric tons, how do the suspension of its Andes Norte proje. Article summary: Codelco has effectively abandoned its 2026 copper production target of 1.34 million metric tons (and the broader 1.7 million-ton annual goal) under the weight of multiple compounding crises. The decision is not a single . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
โคเดลโก (Codelco) ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ประกาศยกเลิกเป้าหมายการผลิตทองแดงปี 2569 ที่ 1.34 ล้านเมตริกตันอย่างมีประสิทธิผล รวมถึงเป้าหมายระยะยาวที่ 1.7 ล้านตันต่อปี การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลพวงจากวิกฤตการณ์ซ้อนทับทั้งด้านปฏิบัติการ การเงิน และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุหินถล่มที่เหมืองเอลเตนิเอนเต (El Teniente) คร่าชีวิตคนงาน 6 ราย และบีบให้โคเดลโกต้องหยุดการผลิตในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนำไปสู่การปรับลดคาดการณ์ผลผลิตปี 2568 โดยตรง หนึ่งปีต่อมา ในเดือนสิงหาคม 2569 โคเดลโกได้ระงับโครงการขยายเหมืองอันเดส นอร์เต (Andes Norte) ที่เอลเตนิเอนเต หลังจากผลการศึกษาทางเทคนิคใหม่พบความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวสูงกว่าที่ประเมินไว้แต่แรก โดยโคเดลโกระบุว่านี่เป็นมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัย และยังไม่มีการยืนยันวันเริ่มดำเนินการใหม่
โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการชดเชยปริมาณแร่ทองแดงที่ลดลงและการยืดอายุเหมือง การระงับโครงการอย่างไม่มีกำหนดจึงเป็นการตัดเสาหลักของแผนการเติบโตทิ้งไป
โคเดลโกพลาดเป้าหมายการผลิตมาแล้ว 7 ปีติดต่อกัน ผลผลิตในปี 2566 ตกลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี เนื่องจากปริมาณแร่ทองแดงที่ลดลงและความล่าช้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ชูกิกามาตา (Chuquicamata) กาบริเอลา มิสตรัล (Gabriela Mistral) และที่อื่นๆ
ประธานคณะกรรมการ เบอร์นาร์โด ฟงแตน (Bernardo Fontaine) ยอมรับว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้" ที่จะผลิตได้ถึง 1.7 ล้านตันภายใน 4-5 ปี
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 หนี้สินสุทธิของโคเดลโกอยู่ที่ 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราส่วนหนี้สุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.3 เท่า ซึ่งดีขึ้นจาก 4.4 เท่าในปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง หนี้สินทางการเงินรวมพุ่งสูงถึง 2.74 หมื่นล้านดอลลาร์ การวิเคราะห์โดยอิสระชี้ให้เห็นว่าต้นทุนของโคเดลโกสูงกว่าคู่แข่งทั่วโลกถึง 56% อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่เพียง 34% และหนี้สินสุทธิสูงกว่าคู่แข่งถึง 5 เท่า การใช้จ่ายด้านทุนจำนวนมากในโครงการโครงสร้างพื้นฐานก่อให้เกิดกระแสเงินสดติดลบ ทำให้กลยุทธ์เดิมที่เน้นการเติบโตไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรไม่ยั่งยืนอีกต่อไป
เบอร์นาร์โด ฟงแตน ประธานคนใหม่ซึ่งได้รับแต่งตั้งในกลางปี 2569 ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทอย่างชัดเจน: ให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากกว่าปริมาณการผลิต ประเด็นสำคัญ 4 ด้านที่นำเสนอต่อรัฐสภาชิลี ได้แก่ การสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่รัฐ การรัดเข็มขัด ความยั่งยืนในระยะยาว และวินัยทางการเงิน โดยไม่เพิ่มภาระการกู้ยืม ในประวัติศาสตร์ รัฐบาลชิลีอนุญาตให้โคเดลโกเก็บกำไรทั้งหมดของปี 2568 ไว้ (มูลค่า 2.422 พันล้านดอลลาร์) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี เพื่อลดแรงกดดันทางการเงิน บริษัทไม่ได้ไล่ตามปริมาณการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังพยายามทำให้งบดุลมีเสถียรภาพ
ภาระหนี้สินหมายความว่าการกู้ยืมเพิ่มเพื่อระดมทุนโครงการขนาดใหญ่ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมอีกต่อไป เหตุการณ์ถล่มและการระงับโครงการที่เอลเตนิเอนเตได้ตัดเส้นทางการเติบโตในระยะใกล้ออกจากสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์มากที่สุดของบริษัท ฟงแตนและคณะกรรมการชุดใหม่สรุปว่าการไล่ตามเป้าหมายการผลิตที่ไม่เป็นจริงต่อไปจะทำให้ปัญหาทางการเงินเลวร้ายลง ผลลัพธ์ที่ได้คือการยกเลิกเป้าหมายการเติบโตใดๆ ในอีกหลายปีข้างหน้าอย่างมีประสิทธิผล โดยคาดว่าการผลิตจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเช่นปัจจุบัน
เดิมทีโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าตลาดทองแดงในปี 2569 จะมีอุปทานเกินดุล 490,000 ตัน ณ เดือนเมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนมิถุนายน 2569 หลังจากที่แนวโน้มของโคเดลโกชัดเจนขึ้น โกลด์แมนก็ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองอย่างรุนแรง โดยปัจจุบันธนาคารคาดการณ์ว่าตลาดทองแดงบริสุทธิ์นอกสหรัฐฯ จะขาดดุล 640,000 ตัน ในปี 2569 และขาดดุลเพิ่มเติม 170,000 ตัน ในปี 2570 ซึ่งเป็นการเลวร้ายลงมากกว่า 10 เท่าจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โกลด์แมนระบุว่าการลดอุปทานประมาณ 350,000 ตัน มาจากการฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาดของโคเดลโกและเหมืองสำคัญอื่นๆ ธนาคารเตือนว่าสถานการณ์นี้จะสร้างภาวะอุปทานตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองแดง LME พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เจพีมอร์แกนเคยคาดการณ์ว่าการขาดแคลนทองแดงบริสุทธิ์ทั่วโลกในปี 2569 จะอยู่ที่ 160,000 เมตริกตัน ในช่วงต้นปี 2568 รายงานล่าสุดระบุว่าเจพีมอร์แกนได้ปรับเปลี่ยนมุมมองเป็น การขาดดุล 330,000 ตัน ธนาคารยังคาดการณ์ว่าราคาทองแดงเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน
กลุ่มศึกษาทองแดงระหว่างประเทศ (International Copper Study Group) ได้กลับคำคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ว่าตลาดจะเกินดุล และปัจจุบันคาดการณ์ว่าตลาดปี 2569 จะขาดดุล 150,000 ตัน มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) คาดการณ์การขาดดุลที่มากกว่าเดิมถึง 600,000 ตัน ความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตที่ล้มเหลวของโคเดลโก และการตัดสินใจอย่างชัดเจนที่จะหยุดพยายาม เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักเบื้องหลังการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ เมื่อผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลกถูกกีดกันจากการเติบโตในขณะที่ความต้องการจากอุตสาหกรรมไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพิ่มสูงขึ้น แนวโน้มของตลาดจึงเปลี่ยนจากอุปทานล้นตลาดไปสู่การขาดแคลนเชิงโครงสร้าง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โคเดลโกประกาศยกเลิกเป้าหมายการผลิตทองแดง 1.34 ล้านเมตริกตันในปี 2569 และเป้าหมายระยะยาว 1.7 ล้านตันต่อปี หลังเกิดเหตุการณ์หินถล่มที่เหมืองเอลเตนิเอนเต การระงับโครงการอันเดส นอร์เตเนื่องจากความเสี่ยงแผ่นดินไหว และปัญหา...
โคเดลโกประกาศยกเลิกเป้าหมายการผลิตทองแดง 1.34 ล้านเมตริกตันในปี 2569 และเป้าหมายระยะยาว 1.7 ล้านตันต่อปี หลังเกิดเหตุการณ์หินถล่มที่เหมืองเอลเตนิเอนเต การระงับโครงการอันเดส นอร์เตเนื่องจากความเสี่ยงแผ่นดินไหว และปัญหา... หนี้สินรวมของโคเดลโกพุ่งสูงถึง 2.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนหนี้สุทธิต่อ EBITDA ที่ 3.3 เท่า สูงกว่าคู่แข่งถึง 5 เท่า ส่งผลให้กลยุทธ์เดิมที่เน้นการขยายกำลังการผลิตไม่ยั่งยืนอีกต่อไป
ประธานคนใหม่ เบอร์นาร์โด ฟงแตน ประกาศปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เน้นทำกำไรและลดหนี้มากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิต โดยชิลีอนุญาตให้โคเดลโกเก็บกำไรทั้งหมดไว้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี