ทีมงานใช้แผนที่ช่องสัญญาณ (channel maps) ของเส้น Hα ที่ไม่สมมาตรตรงกลางกาแล็กซีเพื่อแยกแยะบริเวณเส้นเปล่งแสงกว้าง (BLR) ที่แยกจากกันเชิงพื้นที่สองแห่งในใจกลางกาแล็กซี โดยมีระยะห่าง 190±40 พาร์เซก (ประมาณ 620 ปีแสง) และพบ BLR แห่งที่สามอยู่บริเวณขอบกาแล็กซีที่ระยะห่าง 1.7 กิโลพาร์เซก (ประมาณ 5,500 ปีแสง)
นักดาราศาสตร์ใช้ความสัมพันธ์เวียเรียล (virial relations) ในยุคเดียวเพื่อประมาณมวลของหลุมดำทั้งสามแห่ง:
ผู้เขียนงานวิจัยเน้นย้ำว่าค่าประมาณมวลเหล่านี้มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ผลลัพธ์หลักของการค้นพบนี้คือการดำรงอยู่ของหลุมดำมวลมากที่กำลังเพิ่มมวลสามแห่ง ไม่ใช่ค่ามวลที่แม่นยำ
หลุมดำสองแห่งอยู่ใกล้กันในใจกลางกาแล็กซี โดยมีระยะห่างในแนวฉาย (projected separation) เพียง 620 ปีแสง ส่วนหลุมดำแห่งที่สามอยู่บริเวณขอบกาแล็กซี ห่างจากศูนย์กลางประมาณ 5,500 ปีแสง
กาแล็กซี J0148-4214 มอบหน้าต่างอันเป็นเอกลักษณ์ให้เราได้เข้าใจว่า หลุมดำมวลยวดยิ่งเติบโตได้รวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไรในเอกภพยุคแรก ระบบนี้ชี้ให้เห็นว่าการชนและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกาแล็กซีมีประสิทธิภาพในการนำหลุมดำมวลมากมาอยู่รวมกัน ซึ่งเป็นเส้นทางที่รวดเร็วสำหรับการเติบโตอย่างมหาศาล นับเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงว่าระบบหลุมดำสามแห่งมีอยู่จริงในช่วง 1.2 พันล้านปีแรกของประวัติศาสตร์จักรวาล
หลุมดำคู่ใจกลางกาแล็กซีซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 620 ปีแสง คาดว่าจะค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าหากันและรวมตัวกันในที่สุด การอยู่ใกล้กันนี้เป็นการวางรากฐานสำหรับการรวมตัวของหลุมดำมวลมากที่หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงในอนาคตอย่าง LISA (Laser Interferometer Space Antenna) ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับ การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าคู่ดังกล่าวมีอยู่จริงในช่วงเวลาเร็วกว่าที่เคยรู้จักมาก
Hannah Übler หัวหน้ากลุ่มวิจัยจาก Max Planck Institute for Extraterrestrial Physics และหัวหน้าผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า "นี่คือหลักฐานชิ้นแรกของหลุมดำที่กำลังเพิ่มมวลสามแห่งในกาแล็กซีเดียวในเอกภพห่างไกล"
หลุมดำคู่ใจกลางกาแล็กซี J0148-4214 อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยพาร์เซก ซึ่งหมายความว่าพวกมันยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงโน้มถ่วงและกำลังเคลื่อนที่เข้าหากัน เมื่อ它们在最后合并时 จะปล่อยคลื่นความโน้มถ่วงที่หอสังเกตการณ์อวกาศอย่าง LISA สามารถตรวจจับได้ การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าคู่หลุมดำที่อยู่ใกล้กันมีอยู่จริงในช่วงเวลาเร็วกว่าที่เคยรู้จักมาก่อน ทำให้เหล่านักดาราศาสตร์คลื่นความโน้มถ่วงมีเป้าหมายที่ชัดเจน และยืนยันว่าเอกภพยุคแรกนั้นเต็มไปด้วยการรวมตัวของหลุมดำ
ผลการค้นพบนี้ถูกตีพิมพ์เป็น preprint บน arXiv.org ภายใต้ชื่องานวิจัย 'BlackTHUNDER: evidence for three massive black holes in a z~5 galaxy'
นักดาราศาสตร์วางแผนที่จะติดตามผลด้วยการสังเกตการณ์ JWST เพิ่มเติมเพื่อศึกษาพลวัตของระบบนี้ในรายละเอียดที่มากขึ้น และค้นหากาแล็กซีที่มีหลุมดำสามแห่งในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ ของเอกภพยุคแรก การค้นพบนี้เปิดบทใหม่ในการทำความเข้าใจว่าวัตถุที่มวลมากที่สุดในจักรวาลก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร—และพวกมันยังคงปรับเปลี่ยนจักรวาลผ่านการรวมตัวอย่างต่อเนื่อง