ผลการค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 โดยทีมนักวิจัยนำโดย Rohan Naidu (มหาวิทยาลัยฮาวาย อดีตสังกัด MIT), Jorryt Matthee (ISTA) และ Robert Simcoe (MIT)
วัตถุที่เป็นกุญแจสำคัญในการค้นพบนี้มีชื่อว่า MoM-BH-1* (ย่อมาจาก 'black hole star one') ซึ่งถูกค้นพบในโครงการสำรวจ "Mirage or Miracle" (MoM) ซึ่งเป็นโปรแกรมของ JWST ที่ออกแบบมาเพื่อสำรวจวัตถุ 'เสี่ยง' ที่อาจเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ (ปาฏิหาริย์) หรือเป็นเพียงภาพลวงตา (ภาพลวง) เช่น ดาวฤกษ์ใกล้เคียงที่ปลอมตัวเป็นกาแล็กซีไกลโพ้น
คุณสมบัติของ MoM-BH*-1 นั้นพิเศษสุด:
ทีมนักวิจัยไม่ได้ตั้งใจตามหาดาวหลุมดำโดยตรง แต่ขณะวิเคราะห์ข้อมูลจาก JWST พวกเขาสังเกตเห็นจุดสีแดงสว่างมากจุดหนึ่งซึ่งมีสเปกตรัมที่ไม่เข้ากับแบบจำลองของดาวฤกษ์หรือกาแล็กซีทั่วไป จากการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ โดยปรับเปลี่ยนมวลหลุมดำ ความหนาแน่นของก๊าซ และรูปทรงต่างๆ พวกเขาพบว่ามีเพียงสถานการณ์เดียวเท่านั้นที่อธิบายข้อมูลทั้งหมดได้ นั่นคือหลุมดำมวลประมาณ 100,000 เท่าของดวงอาทิตย์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยซองก๊าซไฮโดรเจนที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งก็คือ 'ดาวหลุมดำ' นั่นเอง
นับตั้งแต่ JWST เริ่มปฏิบัติการในปี 2022 มันได้ตรวจพบวัตถุปริศนาที่เรียกว่า 'จุดแดงเล็กๆ' (Little Red Dots) นับร้อยจุด ซึ่งเป็นวัตถุขนาดเล็ก สีแดงจัดในเอกภพยุคแรกที่จำแนกประเภทได้ยาก พวกมันมีสีแดงเกินไปสำหรับดาวฤกษ์ และเล็กเกินไปสำหรับกาแล็กซีทั่วไป
MoM-BH*-1 มีความพิเศษตรงที่มันคือ 'ดาวหลุมดำเปลือย' (naked black hole star) ซึ่งดำรงอยู่โดยลำพัง โดยมีกาแล็กซีต้นสังกัดที่จางเกินไปจนตรวจจับไม่ได้ ทำให้แสงเกือบทั้งหมดที่เรามองเห็นมาจากตัวดาวหลุมดำเอง เมื่อทีมวิจัยนำสเปกตรัมของ MoM-BH*-1 มาซ้อนทับกับสเปกตรัมของกาแล็กซีในยุคแรกเริ่มทั่วไป ผลลัพธ์ที่ได้นั้นตรงกับลักษณะที่ปรากฏของ 'จุดแดงเล็กๆ' เป็นอย่างมาก
นี่เป็นหลักฐานที่หนักแน่นว่า 'จุดแดงเล็กๆ' ที่ JWST เห็นนั้นแท้จริงแล้วคือ 'ดาวหลุมดำ' ที่ฝังตัวอยู่ในกาแล็กซีอายุน้อยที่สลัว และ MoM-BH*-1 ก็คือตัวอย่างแม่แบบที่ใช้ศึกษาจุดแดงเล็กๆ ทั้งหมดนับร้อยจุดนั้น
ดาวหลุมดำอาจเป็นคำอธิบายว่าทำไมหลุมดำมวลยิ่งยวดจึงเติบโตจนมีมวลเป็นพันล้านเท่าดวงอาทิตย์ได้อย่างรวดเร็วหลังบิ๊กแบง ซองก๊าซหนาแน่นช่วยให้หลุมดำสามารถดูดสสารได้ในอัตราที่เกินขีดจำกัดทางทฤษฎีที่เรียกว่า 'ซูเปอร์-เอดดิงตัน' (super-Eddington) ซึ่งทำให้มันเติบโตอย่างรวดเร็วในเอกภพยุคแรกเริ่ม
การค้นพบ MoM-BH*-1 และแบบจำลองดาวหลุมดำครั้งนี้ สอดคล้องกับการศึกษาอื่นๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ก่อนหน้านี้ เช่น การศึกษา 'จุดแดงเล็กๆ' GLIMPSE-17775 ที่ตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งรวบรวมหลักฐานมากกว่า 40 ข้อเพื่อสนับสนุนแบบจำลอง BH*
กล่าวโดยสรุป สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็น 'ภาพลวงตา' ในอวกาศ อาจกลายเป็น 'ปาฏิหาริย์' ที่นักวิทยาศาสตร์รอคอย นั่นคือวัตถุชนิดใหม่ที่เชื่อมช่องว่างระหว่างดาวฤกษ์กับหลุมดำ และเขียนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับเอกภพยุคแรกเริ่มขึ้นใหม่