ความน่าสนใจของดีลนี้คือการที่ สหภาพยุโรป (EU) เข้ามาถือหุ้นโดยตรงในบริษัท AI เอกชนระดับนี้เป็นครั้งแรก ผ่าน Scaleup Europe Fund ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการหนุนเทคสตาร์ทอัพยุคใหม่
‘Vibe-coding’ คือแนวคิดที่ให้ผู้ใช้สร้างซอฟต์แวร์หรือเว็บแอปพลิเคชันได้โดยการ พิมพ์คำอธิบายเป็นภาษาธรรมดา — ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด ผู้ใช้เพียงแค่บอกว่า ‘อยากได้แอปแบบไหน’ AI ก็จะสร้างให้โดยอัตโนมัติ
ตัวเลขบอกถึงกระแสตอบรับที่รุนแรง: ณ เดือนมิถุนายน 2569 ผู้ใช้สร้างโปรเจกต์บนแพลตฟอร์มรวม กว่า 50 ล้านโปรเจกต์ และมี โปรเจกต์ใหม่ประมาณ 1 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์ แอปที่สร้างด้วย Lovable มียอดเข้าใช้รวมกันสูงถึง ประมาณ 720 ล้านครั้งต่อเดือน
การเติบโตของรายได้คือปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนตีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัว :
จุดที่น่าทึ่งคือ บริษัทมีพนักงานแค่ 146 คน (กลางปี 2569) ซึ่งคิดเป็น ARR ต่อหัวพนักงานราว 3.4 ล้านเหรียญฯ ปัจจุบันบริษัทมีแผนขยายทีมอีก 50% เป็นประมาณ 450 คน พร้อมเปิดออฟฟิศใหม่ในลอนดอน บอสตัน ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์ก
Lovable มีลูกค้าองค์กรระดับ เกือบ 2 ใน 3 ของ Fortune 500 โดยลูกค้ารายใหญ่ที่เปิดเผยชื่อ เช่น Adidas, Nvidia, Deutsche Telekom และ Zendesk สะท้อนว่าแพลตฟอร์มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้งานทั่วไป แต่ถูกนำไปใช้สร้างระบบงานภายในและแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าจริงขององค์กรเหล่านั้น
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 Lovable ประกาศจับมือกับ Cerebras Systems เพื่อย้ายภาระงาน AI ที่ไวต่อความหน่วง (latency-sensitive) ไปทำงานบนฮาร์ดแวร์ของ Cerebras โดยมีเป้าหมาย ลดเวลาตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2570 การย้ายจะทำเป็นเฟส โดยเริ่มจากงานที่ต้องการความเร็วสูงสุดก่อน
รอบนี้มีนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าร่วม :
ก่อนหน้านี้ Lovable เคยระดมทุน Series A มูลค่า 200 ล้านเหรียญฯ ในเดือนมิถุนายน 2568 และ Series B มูลค่า 330 ล้านเหรียญฯ ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งให้มูลค่าบริษัท 6.6 พันล้านเหรียญฯ
ความน่าสนใจของดีลนี้คือการที่ สหภาพยุโรป (EU) เข้ามาถือหุ้นโดยตรงในบริษัท AI เอกชนระดับนี้เป็นครั้งแรก ผ่าน Scaleup Europe Fund ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการหนุนเทคสตาร์ทอัพยุคใหม่
‘Vibe-coding’ คือแนวคิดที่ให้ผู้ใช้สร้างซอฟต์แวร์หรือเว็บแอปพลิเคชันได้โดยการ พิมพ์คำอธิบายเป็นภาษาธรรมดา — ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด ผู้ใช้เพียงแค่บอกว่า ‘อยากได้แอปแบบไหน’ AI ก็จะสร้างให้โดยอัตโนมัติ
ตัวเลขบอกถึงกระแสตอบรับที่รุนแรง: ณ เดือนมิถุนายน 2569 ผู้ใช้สร้างโปรเจกต์บนแพลตฟอร์มรวม กว่า 50 ล้านโปรเจกต์ และมี โปรเจกต์ใหม่ประมาณ 1 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์ แอปที่สร้างด้วย Lovable มียอดเข้าใช้รวมกันสูงถึง ประมาณ 720 ล้านครั้งต่อเดือน
การเติบโตของรายได้คือปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนตีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัว :
จุดที่น่าทึ่งคือ บริษัทมีพนักงานแค่ 146 คน (กลางปี 2569) ซึ่งคิดเป็น ARR ต่อหัวพนักงานราว 3.4 ล้านเหรียญฯ ปัจจุบันบริษัทมีแผนขยายทีมอีก 50% เป็นประมาณ 450 คน พร้อมเปิดออฟฟิศใหม่ในลอนดอน บอสตัน ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์ก
Lovable มีลูกค้าองค์กรระดับ เกือบ 2 ใน 3 ของ Fortune 500 โดยลูกค้ารายใหญ่ที่เปิดเผยชื่อ เช่น Adidas, Nvidia, Deutsche Telekom และ Zendesk สะท้อนว่าแพลตฟอร์มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้งานทั่วไป แต่ถูกนำไปใช้สร้างระบบงานภายในและแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าจริงขององค์กรเหล่านั้น
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 Lovable ประกาศจับมือกับ Cerebras Systems เพื่อย้ายภาระงาน AI ที่ไวต่อความหน่วง (latency-sensitive) ไปทำงานบนฮาร์ดแวร์ของ Cerebras โดยมีเป้าหมาย ลดเวลาตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2570 การย้ายจะทำเป็นเฟส โดยเริ่มจากงานที่ต้องการความเร็วสูงสุดก่อน
รอบนี้มีนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าร่วม :
ก่อนหน้านี้ Lovable เคยระดมทุน Series A มูลค่า 200 ล้านเหรียญฯ ในเดือนมิถุนายน 2568 และ Series B มูลค่า 330 ล้านเหรียญฯ ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งให้มูลค่าบริษัท 6.6 พันล้านเหรียญฯ