นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อิหร่านเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีตอบโต้ ยูเออีสกัดกั้นขีปนาวุธ 537 ลูก และโดรน 2,256 ลำ ภายในวันที่ 9 เมษายน 2026 อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้ดินแดนยูเออีโจมตีเกาะคาร์ก ยูเออีปฏิเสธและยืนยันสิทธิ์ป้องกันตนเอง
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the scope, timeline, and impact of Iran's escalating Gulf attacks, including the UAE's interception of missiles and drones, Iran's a. Article summary: Here is a comprehensive picture of the scope, timeline, and impact of Iran's escalating Gulf attacks through mid-2026.. Topic tags: general, news, general web, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrati
ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ภายในไม่กี่ชั่วโมง อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนระลอกใหญ่เป็นเวลาหลายวัน มุ่งเป้าไปที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต โอมาน และบาห์เรน
การโจมตีมีขอบเขตกว้างและเกิดขึ้นทันที ซึ่งเป็นสัญญาณของยุคใหม่แห่งสงครามในภูมิภาค
ภายในวันที่ 9 เมษายน 2026 ยูเออีรายงานว่าสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับที่ยิงเข้ามาได้เป็นจำนวนมหาศาล:
ตัวเลขดังกล่าวไม่รวมถึงการสกัดกั้นโดยรัฐอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ หรือยานที่ถูกสกัดกั้นหลังวันที่ 9 เมษายน การโจมตียังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมีนาคมและเมษายน โดยมีรายงานการยิงระดมรายวันทั่วอ่าวเปอร์เซีย ยูเออีใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD และ Patriot ซึ่งผลิตโดยสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติการสกัดกั้นเหล่านี้
เหตุการณ์สำคัญปะทุขึ้นเมื่อ 13 มีนาคม 2026 เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ที่ เกาะคาร์ก (Kharg Island) ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารกว่า 90 แห่ง แต่จงใจหลีกเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซ
วันต่อมา นายอับบาส อาราคชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาโดยตรงว่าสหรัฐฯ ยิงโจมตีจาก ดินแดนของยูเออี เขาอ้างว่ากองกำลังสหรัฐฯ ใช้ระบบขีปนาวุธ HIMARS แบบติดตั้งบนรถบรรทุก ซึ่งประจำการอยู่ใน "ท่าเรือ ท่าเทียบเรือ และที่ซ่อน" ในเอมิเรตส์ โดยเฉพาะในราสอัลไคมาห์ (Ras Al Khaimah) และพื้นที่ใกล้กับดูไบ
ยูเออีปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน นายอันวาร์ การ์กาช (Anwar Gargash) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านการต่างประเทศ เรียกคำกล่าวอ้างนี้ว่า "ไร้หลักฐานและชี้นำผิด" โดยระบุว่า "นโยบายที่สับสน" และ "สติปัญญาที่ถูกทอดทิ้ง" ของอิหร่านได้ "ประณามประเทศตนเอง ทำให้ตนเองโดดเดี่ยว และเปิดโปงการรุกรานของตนเอง" ยูเออียืนยัน สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และย้ำว่าไม่อนุญาตให้มีการยิงจากดินแดนของตน
ขณะที่ กองทัพสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว
หลังจากนั้น อิหร่านได้ออก คำเตือนอพยพ สำหรับท่าเรือสามแห่งที่สำคัญของยูเออี ซึ่งรวมถึงเจเบลอาลี (Jebel Ali) ซึ่งเป็นท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดในตะวันออกกลาง นับเป็นครั้งแรกที่เตหะรานข่มขู่ทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯ ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเปิดเผย อิหร่านยังเตือนยูเออีไม่ให้ยินยอมให้มีการโจมตีจากดินแดนของตนไปยังหมู่เกาะที่อิหร่านยึดครอง (อาบูมูซา เกรตเตอร์ตุนบ์ เลสเซอร์ตุนบ์) อีกด้วย
มีการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มทุกวันทั่วอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านขู่จะ "ขยายสงคราม" และเรียกร้องให้อพยพท่าเรือในยูเออี เศษซากจากการสกัดกั้นทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่เขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ (Fujairah Oil Industry Zone)
ยูเออีสกัดกั้น ขีปนาวุธ 15 ลูก และโดรน 4 ลำ ที่ยิงจากอิหร่านในการปะทะครั้งเดียว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เที่ยวบินขาเข้าถูกขัดขวาง อิหร่านปฏิเสธว่ามิได้โจมตียูเออี แต่เตือนถึง "การตอบสนองที่เด็ดขาด" หากมีการยิงจากดินแดนยูเออีอีก
หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ เตหะรานโจมตีรัฐอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง รวมถึงยูเออี กาตาร์ คูเวต โอมาน และบาห์เรน สหรัฐฯ ประกาศ ปิดล้อมทางทะเล ชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่านในวันที่ 13 กรกฎาคม ครอบคลุมท่าเรือ ท่าเทียบเรือน้ำมัน และเรือทุกลำโดยไม่คำนึงถึงธงชาติ
เที่ยวบินกว่า 1,500 เที่ยว ได้รับผลกระทบจากการโจมตีระลอกนี้
ยูเออีกล่าวหาว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตี เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัท ADNOC ขณะแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดการประณามจากรัฐบาลในอ่าวเปอร์เซียและอาหรับ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2026 การเจรจายุติสงครามยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน และการโจมตีเรือขนส่งยังคงดำเนินต่อไป
ความขัดแย้งนี้สร้างผลกระทบรุนแรงที่สุดต่อการบินโลกในประวัติศาสตร์:
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำหรับ ราว 20% ของน้ำมันดิบทั่วโลก กลายเป็นประเด็นสำคัญของวิกฤต
สำนักงานวิจัยรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่าวิกฤตนี้ทำให้การจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อราคาน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติทั่วโลก
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านหลายรอบไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ ความขัดแย้งยังคงดำเนินไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2026 โดยไม่มีแนวโน้มการคลี่คลาย อิหร่านยังคงมองว่ารัฐในอ่าวเปอร์เซียเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากถูกมองว่าให้ความร่วมมือกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ขณะที่ยูเออีและรัฐบาลอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียยืนยันสิทธิ์ในการป้องกันตนเองและปฏิเสธว่ามิได้อำนวยความสะดวกในการโจมตีอิหร่าน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อิหร่านเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีตอบโต้
นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อิหร่านเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีตอบโต้ ยูเออีสกัดกั้นขีปนาวุธ 537 ลูก และโดรน 2,256 ลำ ภายในวันที่ 9 เมษายน 2026
อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้ดินแดนยูเออีโจมตีเกาะคาร์ก ยูเออีปฏิเสธและยืนยันสิทธิ์ป้องกันตนเอง