เป้าหมายที่ถูกโจมตี:
กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่าสามารถสกัดกั้นและทำลายโดรนแบบปีกตรึงของยูเครนได้ 502 ลำตลอดทั้งคืน ในพื้นที่แคว้นเบลโกรอด (Belgorod) เบรียนสค์ (Bryansk) คาลูกา (Kaluga) คูสค์ (Kursk) ลิเปตสค์ (Lipetsk) และออเรล (Oryol) รวมถึงเหนือแคว้นครัสโนดาร์ ไครเมีย และทะเลดำ นอกจากนี้ยังรายงานว่าทำลายเรือไร้คนขับได้ 3 ลำ
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้โดยอิสระ
การโจมตีเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ทวีความรุนแรงขึ้น:
การโจมตีนิจเนคัมสค์ (10 สิงหาคม): สองวันก่อนการโจมตีโนโวรอสซีสค์ ยูเครนโจมตีเมืองนิจเนคัมสค์ในเขตตาตาร์สถาน (Tatarstan) ซึ่งอยู่ห่างจากมอสโกไปทางตะวันออกประมาณ 800 กิโลเมตร การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน TANECO ของบริษัท Tatneft ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย (รวมถึงเด็ก 1 ราย และพลเมืองของอุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน) และบาดเจ็บ 39–75 ราย – นับเป็นการโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของยูเครนบนแผ่นดินรัสเซียในรอบกว่าสองปี
การตอบโต้ของรัสเซีย: ในคืนเดียวกับการโจมตีโนโวรอสซีสค์ รัสเซียโจมตีคลังน้ำมันเชื้อเพลิงในท่าเรือโอเดสซา (Odesa) ซึ่งมอสโกระบุว่าใช้ในการส่งเสบียงให้กองทัพยูเครน ในวันก่อนหน้า การโจมตีของรัสเซียในยูเครนตะวันออกคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 6 ราย โดยมีการแลกเปลี่ยนโดรนหลายร้อยลำในแต่ละคืน