จุดเชื่อมโยงนำไปสู่การสอบสวนในลิทัวเนียซึ่งกำลังพิจารณาคดีชาย 5 คน ในจำนวนนี้มี Aleksandr Suranov (สัญชาติลิทัวเนีย) และ Vadym B. (สัญชาติยูเครน) ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมเพื่อหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการระเบิดพัสดุในปี 2024 หลักฐานนี้ตอกย้ำว่าทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเป็นฝีมือเครือข่ายเดียวกัน
The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าหน่วยข่าวกรองประเมินว่าโดรนลำนี้ "น่าจะเป็นของรัฐบาลรัสเซีย" และหน่วยข่าวกรองรัสเซียน่าจะอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ ในยุโรปต่อ CNN และสื่ออื่นๆ เช่น The Guardian, BBC, และ Kyiv Post ก็รายงานในทำนองเดียวกัน
การประเมินนี้เป็นการกล่าวโทษรัฐบาลรัสเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากสหรัฐฯ สำหรับเหตุการณ์ที่ไลป์ซิก ชาติตะวันตกมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามลูกผสมที่มอสโกใช้ทดสอบความแน่วแน่ของ NATO
อเล็กซานเดอร์ โดบรินท์ รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนี เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "การโจมตีแบบผสมผสาน" (hybrid attack) ที่เปิด "ระดับอันตรายใหม่" เขากล่าวกับ Bild am Sonntag ว่าเยอรมนีเผชิญ "การโจมตีแบบลูกผสมจากต่างประเทศทุกวัน" ซึ่งรวมถึงการจารกรรม การก่อวินาศกรรม และการโจมตีทางไซเบอร์
เพื่อรับมือ เยอรมนีประกาศขยายศูนย์ต่อต้านโดรนร่วม (GDAZ) ของตำรวจสหพันธ์เป็น 300 นาย (จากเดิมประมาณ 150 นาย) และเพิ่มฐานปฏิบัติการจาก 4 เป็น 8 แห่งทั่วประเทศ โฆษกกระทรวงมหาดไทยยืนยันแผนนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่าเบอร์ลินกำลังพิจารณาให้อำนาจหน่วยข่าวกรองดำเนินการ "โจมตีทางไซเบอร์เชิงป้องกัน" ต่อผู้ผลิตโดรนและโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดกฎหมายเฉพาะออกมา
เหตุการณ์ที่ไลป์ซิกเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการก่อวินาศกรรมที่ชาติตะวันตกเชื่อว่ารัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเหตุจุดระเบิดในพัสดุ DHL ทั่วยุโรปในปี 2024 ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย นอกจากการใช้โดรนแล้ว ยังมีการบุกรุกน่านฟ้าโปแลนด์และโรมาเนียโดยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซีย
| หลักฐาน | สถานะ | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|
| โดรนโจมตี An-124 ของยูเครนที่ไลป์ซิก 4 ส.ค. 2026 | ยืนยัน | |
| รอยดีเอ็นเอเชื่อมโยงคดีวางเพลิง DHL ปี 2024 | ยืนยัน | |
| รอยดีเอ็นเอเชื่อมโยงถึงผู้ต้องหาในลิทัวเนีย | ยืนยัน | |
| ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้รัสเซียอยู่เบื้องหลัง | ยืนยัน | |
| รัฐมนตรีเยอรมนีเรียกว่า 'hybrid attack' | ยืนยัน | |
| ขยายหน่วยต่อต้านโดรนเป็น 300 นาย 8 ฐาน | ยืนยัน | |
| อำนาจโจมตีทางไซเบอร์เชิงป้องกัน | ยืนยันบางส่วน (รายงานสื่อ แต่ยังไม่มีกฎหมาย) |
ทางการเยอรมนียังไม่ระบุตัวผู้กระทำผิด และยังไม่มีการกล่าวโทษรัสเซียอย่างเป็นทางการ แม้สหรัฐฯ จะประเมินแล้วก็ตาม ตัวตนของเจ้าของดีเอ็นเอยังไม่ทราบแน่ชัด และเส้นทางของวัตถุระเบิดก็ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน คดีนี้อยู่ในการดูแลของสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสหพันธ์เยอรมนี ส่วนการพิจารณาคดีผู้ต้องหา 5 คนในลิทัวเนียยังดำเนินอยู่
จุดเชื่อมโยงนำไปสู่การสอบสวนในลิทัวเนียซึ่งกำลังพิจารณาคดีชาย 5 คน ในจำนวนนี้มี Aleksandr Suranov (สัญชาติลิทัวเนีย) และ Vadym B. (สัญชาติยูเครน) ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมเพื่อหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการระเบิดพัสดุในปี 2024 หลักฐานนี้ตอกย้ำว่าทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเป็นฝีมือเครือข่ายเดียวกัน
The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าหน่วยข่าวกรองประเมินว่าโดรนลำนี้ "น่าจะเป็นของรัฐบาลรัสเซีย" และหน่วยข่าวกรองรัสเซียน่าจะอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ ในยุโรปต่อ CNN และสื่ออื่นๆ เช่น The Guardian, BBC, และ Kyiv Post ก็รายงานในทำนองเดียวกัน
การประเมินนี้เป็นการกล่าวโทษรัฐบาลรัสเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากสหรัฐฯ สำหรับเหตุการณ์ที่ไลป์ซิก ชาติตะวันตกมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามลูกผสมที่มอสโกใช้ทดสอบความแน่วแน่ของ NATO
อเล็กซานเดอร์ โดบรินท์ รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนี เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "การโจมตีแบบผสมผสาน" (hybrid attack) ที่เปิด "ระดับอันตรายใหม่" เขากล่าวกับ Bild am Sonntag ว่าเยอรมนีเผชิญ "การโจมตีแบบลูกผสมจากต่างประเทศทุกวัน" ซึ่งรวมถึงการจารกรรม การก่อวินาศกรรม และการโจมตีทางไซเบอร์
เพื่อรับมือ เยอรมนีประกาศขยายศูนย์ต่อต้านโดรนร่วม (GDAZ) ของตำรวจสหพันธ์เป็น 300 นาย (จากเดิมประมาณ 150 นาย) และเพิ่มฐานปฏิบัติการจาก 4 เป็น 8 แห่งทั่วประเทศ โฆษกกระทรวงมหาดไทยยืนยันแผนนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่าเบอร์ลินกำลังพิจารณาให้อำนาจหน่วยข่าวกรองดำเนินการ "โจมตีทางไซเบอร์เชิงป้องกัน" ต่อผู้ผลิตโดรนและโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดกฎหมายเฉพาะออกมา
เหตุการณ์ที่ไลป์ซิกเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการก่อวินาศกรรมที่ชาติตะวันตกเชื่อว่ารัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเหตุจุดระเบิดในพัสดุ DHL ทั่วยุโรปในปี 2024 ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย นอกจากการใช้โดรนแล้ว ยังมีการบุกรุกน่านฟ้าโปแลนด์และโรมาเนียโดยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซีย
| หลักฐาน | สถานะ | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|
| โดรนโจมตี An-124 ของยูเครนที่ไลป์ซิก 4 ส.ค. 2026 | ยืนยัน | |
| รอยดีเอ็นเอเชื่อมโยงคดีวางเพลิง DHL ปี 2024 | ยืนยัน | |
| รอยดีเอ็นเอเชื่อมโยงถึงผู้ต้องหาในลิทัวเนีย | ยืนยัน | |
| ข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้รัสเซียอยู่เบื้องหลัง | ยืนยัน | |
| รัฐมนตรีเยอรมนีเรียกว่า 'hybrid attack' | ยืนยัน | |
| ขยายหน่วยต่อต้านโดรนเป็น 300 นาย 8 ฐาน | ยืนยัน | |
| อำนาจโจมตีทางไซเบอร์เชิงป้องกัน | ยืนยันบางส่วน (รายงานสื่อ แต่ยังไม่มีกฎหมาย) |
ทางการเยอรมนียังไม่ระบุตัวผู้กระทำผิด และยังไม่มีการกล่าวโทษรัสเซียอย่างเป็นทางการ แม้สหรัฐฯ จะประเมินแล้วก็ตาม ตัวตนของเจ้าของดีเอ็นเอยังไม่ทราบแน่ชัด และเส้นทางของวัตถุระเบิดก็ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน คดีนี้อยู่ในการดูแลของสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสหพันธ์เยอรมนี ส่วนการพิจารณาคดีผู้ต้องหา 5 คนในลิทัวเนียยังดำเนินอยู่