ในสุนทรพจน์ทางวิดีโอช่วงเย็น เซเลนสกีกล่าวว่า "เราได้ส่งข้อเสนอของเราไปยังฝ่ายอเมริกาแล้ว และสหรัฐฯ สามารถช่วยเสริมสร้างการป้องกันของเรา โดยหลักคือด้านการป้องกันทางอากาศ และกดดันรัสเซียให้เปลี่ยนแผน — เพื่อเตรียมพร้อมที่จะยุติสงคราม แทนที่จะยืดเยื้อมันออกไป"
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เซเลนสกียืนยันว่ายูเครนและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงในการส่งมอบขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันทางอากาศแพทริออตเป็นรายเดือน ในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูซิช แห่งเซอร์เบีย ณ กรุงเบลเกรด เขาระบุว่าสหรัฐฯ จะจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตให้เป็นประจำทุกเดือน
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกียอมรับว่าปริมาณขีปนาวุธที่ยูเครนจะได้รับในปี 2026 นั้นต่ำกว่าความจำเป็นในการปกป้องน่านฟ้าของประเทศ และปริมาณโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2025 เขาไม่ได้เปิดเผยจำนวนขีปนาวุธที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละเดือน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะไม่อนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตในประเทศเอง โดยแมทธิว วิเทเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต ยืนยันว่าได้ถอนคำมั่นสัญญาก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตเทคโนโลยีดังกล่าว เซเลนสกีเรียกร้องให้พันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและโปแลนด์ จัดหาระบบเพิ่มเติม
คลื่นการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียในคืนวันที่ 10–11 สิงหาคม โจมตีหลายเมืองในยูเครนด้วยขีปนาวุธ, โดรน และระเบิดร่อน คร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 10 ราย เมืองซาปอริชเชียทางตะวันออกเฉียงใต้ถูกถล่มหนักที่สุด
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 19 รายในซาปอริชเชีย จากการโจมตีที่ใช้ขีปนาวุธ ballistic จากเกาหลีเหนือ ตามคำกล่าวของเซเลนสกี นอกจากนี้ การโจมตีของรัสเซียที่โรงงานเหล็กซาปอริชสตัล คร่าชีวิตคนงาน 7 ราย โดยยูเครนระบุว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธเกาหลีเหนือในการโจมตีครั้งนั้นด้วย โรงงานต้องหยุดการผลิตหลังจากถูกโจมตี
รัสเซียกลับมาใช้ขีปนาวุธ KN-23 จากเกาหลีเหนืออีกครั้งหลังจากหยุดไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ยูเครนและหน่วยข่าวกรองตะวันตก รายงานข่าวกรองชิ้นหนึ่งระบุว่ารัสเซียได้ประจำการหน่วยขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ โดยมีขีปนาวุธ ballistic สูงถึง 120 ลูกและแท่นยิง 6 แท่นสำหรับใช้โจมตียูเครน
รายงานรวมจากหลายสำนักข่าว (เอพี, รอยเตอร์ส, อัลจาซีรา, บอสตันโกลบ) ระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตพลเรือนทั้งหมดจากการโจมตีในคืนนั้นอยู่ระหว่าง 10 ถึง 12 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
สามเหตุการณ์กำลังดำเนินไปพร้อมกัน: ยูเครนเดินหน้าเส้นทางการทูตด้วยข้อเสนอสันติภาพใหม่ให้วอชิงตัน; ยูเครนได้รับการจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตรายเดือนแต่ยังไม่เพียงพอ; และรัสเซียกำลังเพิ่มระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ได้รับจากเกาหลีเหนือ สร้างความสูญเสียแก่พลเรือนอย่างหนัก
ในสุนทรพจน์ทางวิดีโอช่วงเย็น เซเลนสกีกล่าวว่า "เราได้ส่งข้อเสนอของเราไปยังฝ่ายอเมริกาแล้ว และสหรัฐฯ สามารถช่วยเสริมสร้างการป้องกันของเรา โดยหลักคือด้านการป้องกันทางอากาศ และกดดันรัสเซียให้เปลี่ยนแผน — เพื่อเตรียมพร้อมที่จะยุติสงคราม แทนที่จะยืดเยื้อมันออกไป"
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เซเลนสกียืนยันว่ายูเครนและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงในการส่งมอบขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันทางอากาศแพทริออตเป็นรายเดือน ในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูซิช แห่งเซอร์เบีย ณ กรุงเบลเกรด เขาระบุว่าสหรัฐฯ จะจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตให้เป็นประจำทุกเดือน
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกียอมรับว่าปริมาณขีปนาวุธที่ยูเครนจะได้รับในปี 2026 นั้นต่ำกว่าความจำเป็นในการปกป้องน่านฟ้าของประเทศ และปริมาณโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2025 เขาไม่ได้เปิดเผยจำนวนขีปนาวุธที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละเดือน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะไม่อนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตในประเทศเอง โดยแมทธิว วิเทเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต ยืนยันว่าได้ถอนคำมั่นสัญญาก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตเทคโนโลยีดังกล่าว เซเลนสกีเรียกร้องให้พันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและโปแลนด์ จัดหาระบบเพิ่มเติม
คลื่นการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียในคืนวันที่ 10–11 สิงหาคม โจมตีหลายเมืองในยูเครนด้วยขีปนาวุธ, โดรน และระเบิดร่อน คร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 10 ราย เมืองซาปอริชเชียทางตะวันออกเฉียงใต้ถูกถล่มหนักที่สุด
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 19 รายในซาปอริชเชีย จากการโจมตีที่ใช้ขีปนาวุธ ballistic จากเกาหลีเหนือ ตามคำกล่าวของเซเลนสกี นอกจากนี้ การโจมตีของรัสเซียที่โรงงานเหล็กซาปอริชสตัล คร่าชีวิตคนงาน 7 ราย โดยยูเครนระบุว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธเกาหลีเหนือในการโจมตีครั้งนั้นด้วย โรงงานต้องหยุดการผลิตหลังจากถูกโจมตี
รัสเซียกลับมาใช้ขีปนาวุธ KN-23 จากเกาหลีเหนืออีกครั้งหลังจากหยุดไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ยูเครนและหน่วยข่าวกรองตะวันตก รายงานข่าวกรองชิ้นหนึ่งระบุว่ารัสเซียได้ประจำการหน่วยขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ โดยมีขีปนาวุธ ballistic สูงถึง 120 ลูกและแท่นยิง 6 แท่นสำหรับใช้โจมตียูเครน
รายงานรวมจากหลายสำนักข่าว (เอพี, รอยเตอร์ส, อัลจาซีรา, บอสตันโกลบ) ระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตพลเรือนทั้งหมดจากการโจมตีในคืนนั้นอยู่ระหว่าง 10 ถึง 12 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
สามเหตุการณ์กำลังดำเนินไปพร้อมกัน: ยูเครนเดินหน้าเส้นทางการทูตด้วยข้อเสนอสันติภาพใหม่ให้วอชิงตัน; ยูเครนได้รับการจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตรายเดือนแต่ยังไม่เพียงพอ; และรัสเซียกำลังเพิ่มระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ได้รับจากเกาหลีเหนือ สร้างความสูญเสียแก่พลเรือนอย่างหนัก