คู่สกุลเงิน USD/CAD เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ บริเวณ 1.3930 ในช่วงการซื้อขายในเอเชียวันอังคาร โดยยังคงทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองเดือนที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คู่เงินดังกล่าวแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดยปรับตัวลดลงเพียง 0.03%
เงินดอลลาร์แคนาดาหรือ 'ลูนี' ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งของแคนาดาที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการรอคอยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธ ได้จำกัด upside ของค่าเงินลูนี
ธนาคาร Commerzbank ออกมาเตือนว่า การดีดตัวของค่าเงินดอลลาร์แคนาดาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้แรงหนุนจากค่าเงิน USD ที่อ่อนกำลังลงและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนั้นยังคง เปราะบาง เนื่องจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ (ภาษี 50% สำหรับสินค้าแคนาดาหลายประเภท มีกำหนดมีผลบังคับใช้วันที่ 19 สิงหาคม) อาจพลิกกลับกำไรที่ได้มาอย่างรวดเร็วและทำให้ความผันผวนของ USD/CAD เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ นักเก็งกำไรได้เพิ่มสถานะขายสุทธิในสกุลเงินลูนีเป็นมูลค่าสูงถึง 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้ดอลลาร์แคนาดากลายเป็นสกุลเงินที่มีสถานะ Short มากที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก รายงานจากรอยเตอร์ชิ้นเดียวกันยังระบุว่า ค่าเงินลูนีแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือนที่ 1.4248 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank และหลายสำนัก ชี้ว่า วันที่ 19 สิงหาคม เป็นวันสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับค่าเงินลูนี ในวันนี้ มาตรการภาษี 50% ของประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับสินค้าแคนาดาบางรายการจะเริ่มมีผลบังคับใช้ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายใต้กรอบ USMCA ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่อาจบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของแคนาดาในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว
รูปีอินเดีย ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ โดยปิดที่ประมาณ 95.43 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันอังคาร เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความหวังที่ลดลงเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สร้างแรงกดดันต่อค่าเงิน
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้เข้าแทรกแซง โดยการขายดอลลาร์ผ่านธนาคารของรัฐเพื่อชะลอการอ่อนค่าของรูปี แต่แรงกดดันในการขายยังคงรุนแรง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ใกล้แตะ $88-90 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่หยุดชะงัก โดยนักเทรดคาดการณ์ว่า รูปีมีแนวโน้มจะเปิดตลาดในกรอบ 95.35-95.40 ในวันอังคาร
การแทรกแซงของ RBI ได้รับการอธิบายว่า 'สม่ำเสมอ' และมีประสิทธิภาพในการจำกัดการขาดทุนใกล้ระดับปัจจุบัน แต่แรงกดดันพื้นฐานจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าหลักของอินเดีย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ
คู่สกุลเงิน GBP/USD ทรงตัวใกล้ แนว $1.3500 ซึ่งเป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญ ในวันอังคาร โดยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสองชิ้น ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธ และข้อมูล GDP ของอังกฤษ
ราคาปิดของ Wall Street Journal เมื่อวันจันทร์อยู่ที่ 1.3506 และช่วงการซื้อขายในวันอังคารอยู่ที่ 1.3491–1.3517 ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือแนว $1.3500 ได้อย่างแข็งแกร่งนั้น เป็นสัญญาณที่ต้องใช้ความระมัดระวังก่อนจะวางสถานะเพื่อคาดหวังการแข็งค่าต่อไป
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันอังคาร โดยตลาดยังคงใช้ความระมัดระวัง ก่อนการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สำคัญของสหรัฐฯ ในวันพุธ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ค่าเงินดอลลาร์ได้ประโยชน์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เกี่ยวเนื่องกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ และข้อพิพาทในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังหาข้อยุติไม่ได้
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่หยุดชะงัก ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบ โดยข้อพิพาทในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ข้อเสนอจากคนกลางให้หยุดยิง 10 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงเช้า แต่รายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันครั้งใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดบวกขึ้น 2.5% มาอยู่ที่ประมาณ $84 ต่อบาร์เรล
หมายเหตุ: รายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาณทางการทูตจากปากีสถานและกาตาร์ยังไม่ได้รับการยืนยันโดยตรงจากแหล่งข่าวที่มีอยู่ โดยรายงานตลาดอ้างถึง 'การเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่หยุดชะงัก' และ 'ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน' เป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมัน