หัวใจสำคัญคือเรื่องราคา DeepSeek V4 Flash คิดค่าบริการเพียง $0.14 ต่อ 1 ล้าน input tokens และ $0.28 ต่อ 1 ล้าน output tokens ซึ่งคิดเป็น ประมาณ $0.03 ต่อการทดสอบ benchmark test เท่านั้น ทำให้เป็นโมเดล AI ที่มีชื่อเสียงซึ่งถูกที่สุดในโลกในการเรียกใช้งาน การทดสอบอิสระโดยบริษัทวิจัย Artificial Analysis พบว่า ราคาถูกกว่า Claude Fable 5 ของ Anthropic ถึงประมาณ 105 เท่า เมื่อเทียบต่อการทดสอบ benchmark มาตรฐานหนึ่งครั้ง สตาร์ทอัพ AI ในต่างประเทศที่เปลี่ยนมาใช้โมเดลจีนรายงานว่าสามารถลดต้นทุนการประมวลผลต่อเดือนลงได้ 60% ถึง 85%
การรุกของโมเดลจีนราคาถูกได้สร้างสิ่งที่ Los Angeles Times บรรยายว่าเป็น "เขตอันตรายสำหรับใครก็ตามที่ไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือราคาที่พลิกตลาด"
(ไม่มีหลักฐานการลดราคาเฉพาะจาก xAI หรือ Grok ในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่)
โมเดล Kimi K3 จาก Moonshot AI ซึ่งเปิดตัวในช่วงวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2026 ได้สร้างความปั่นป่วนในตลาดอีกครั้ง เป็นโมเดล Mixture-of-Experts ขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ที่มีหน้าต่างบริบท (context window) 1 ล้านโทเคน กำหนดราคาอยู่ที่ $3 ต่อ 1 ล้าน input tokens และ $15 ต่อ 1 ล้าน output tokens (หรือ $0.30 สำหรับ cached input) แม้จะเป็น โมเดลที่แพงที่สุดเท่าที่ห้องปฏิบัติการจีนเคยเปิดตัวมา แต่ก็ยังถูกกว่า Claude Fable 5 ของ Anthropic ถึงประมาณ 70% (Fable 5 ราคา $10/$50 ต่อ 1 ล้านโทเคน)
Kimi K3 เปิดตัวแบบ open weights (กำหนดปล่อยในวันที่ 27 กรกฎาคม) ซึ่งหมายความว่าเทคโนโลยีระดับแนวหน้ากลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ การประกาศดังกล่าวทำให้เกิด การเทขายในตลาด Nasdaq เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินภาพรวมการแข่งขันของบริษัท AI สหรัฐฯ ใหม่ ราคาของมันอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสามของโมเดล Fable ของ Anthropic
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 DeepSeek เตือนว่าจะขึ้นราคา "อย่างมีนัยสำคัญ" สำหรับบริการ API ทั้งหมด พร้อมขอให้นักพัฒนา "วางแผนการใช้งานของคุณให้เหมาะสม" บริษัทไม่ได้ระบุอัตราค่าใหม่หรือวันที่มีผลบังคับใช้ เพียงแต่บอกว่าการเพิ่มขึ้นจะ "ค่อนข้างมาก" ปัจจุบัน ราคา V4 Flash อยู่ที่ $0.14 input / $0.28 output ต่อ 1 ล้านโทเคน
นักวิเคราะห์ตีความว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าราคาที่ถูกเป็นพิเศษของ DeepSeek นั้นไม่ยั่งยืนในระยะยาว และเป็นกลยุทธ์สูญเสีย (loss-leader) เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ปัจจุบันบริษัทเริ่มมั่นใจในฐานลูกค้าของตนแล้วจึงจะปรับขึ้นราคา ผู้สังเกตการณ์ยังชี้ให้เห็นว่า DeepSeek ได้ทำ การลดราคาถาวรถึง 75% สำหรับโมเดลเรือธง V4-Pro ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นการบีบอัตรากำไรลงอีก Taipei Times รายงานว่า "บริษัท AI ที่โด่งดังที่สุดของจีนบางแห่งกำลังขึ้นค่าธรรมเนียม ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ open-source ของพวกเขาได้รับความสนใจจากธุรกิจและโปรแกรมเมอร์ทั่วโลก"
สงคราม AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคะแนน benchmark อีกต่อไป แต่มันคือเรื่องของต้นทุนของความฉลาด (intelligence) เอง ห้องปฏิบัติการจีนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถส่งมอบประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับระดับแนวหน้าได้ในราคาเพียงเศษเสี้ยวของคู่แข่งสหรัฐฯ บีบให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องตั้งความคาดหวังใหม่ ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะแสดงให้เห็นว่าสงครามราคาจะดำเนินต่อไปหรือตลาดจะเริ่มทรงตัว แต่สำหรับตอนนี้ ยุคของ AI จีนราคาถูกที่สั่นสะเทือนวงการได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์โลกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว