ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของการ Rally ครั้งนี้คือฤดูกาลรายงานผลประกอบการของบริษัทที่ออกมาดีกว่าคาดในหลายภาคส่วน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป (Europe Inc.) เติบโตถึง 17% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของนักลงทุนออกจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้นักกลยุทธ์หลายรายเชื่อมั่นว่าการ Rally ครั้งนี้มีพื้นฐานที่มั่นคง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้น 5 หุ้นที่มีผลงานดีที่สุดในตลาดยุโรปประจำปี 2026 ล้วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งสิ้น:
บริษัทเหล่านี้ผลิตเวเฟอร์ อุปกรณ์ทดสอบชิป ซับสเตรตขั้นสูง และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่อยู่เบื้องหลังการลงทุนด้านทุนของ AI ทั่วโลก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงผลักให้ STOXX 600 ทำสถิติ新高ครั้งแรกในวันที่ 4 สิงหาคม
ภาคส่วนอื่นๆ: หุ้นกลุ่ม Healthcare ให้ผลงานดีควบคู่ไปกับหุ้นเทคโนโลยีตลอดทั้งสัปดาห์ ส่วนหุ้นเหมืองแร่ก็ปรับตัวขึ้นและช่วยผลักดันดัชนีในวันที่ 4 สิงหาคม ในขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นตัวถ่วงที่ใหญ่ที่สุด แม้ว่าราคาน้ำมันจะผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ตาม
มีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มหภาค 3 ประการที่เพิ่มโมเมนตัมให้กับฤดูกาลรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
ผลสำรวจจาก Bank of America ล่าสุดพบว่า นักจัดการกองทุนทั่วโลกสุทธิ 2% มีการถ่วงน้ำหนักเกิน (Overweight) ในหุ้นยุโรป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลังจากหลายปีที่นักลงทุนมีน้ำหนักการลงทุนในยุโรปน้อยเกินไป (Underweight) โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักลงทุนถึง 15% มีสถานะ Underweight ในยุโรป การวิเคราะห์ของ Citigroup พบว่ายุโรปเป็นภูมิภาคหลักเพียงแห่งเดียวที่ความอยากรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ กระแสข่าวการควบรวมกิจการ (M&A) ที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยเสริมความเชื่อมั่นในเชิงบวก
แม้จะทำสถิติ新高 แต่ก็ยังมีความเสี่ยงหลายประการที่อาจทำให้ Rally ชะงักได้: