บริษัทร่วมทุนใหม่นี้จะอยู่ภายใต้การถือหุ้นใหญ่ของ Sony ที่ประมาณ 60% ในขณะที่ TSMC ถือหุ้นส่วนที่เหลือ 40% เงินลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านเยน (6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ถือว่าใกล้เคียงกับเม็ดเงิน 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ TSMC ใช้ไปกับโรงงานแห่งแรกในคุมาโมโตะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของโครงการนี้
โรงงานตั้งอยู่ภายในแคมปัสผลิตเซนเซอร์ภาพเดิมของ Sony ในเมืองโคชิ จังหวัดคุมาโมโตะ โดยจะผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบเซนเซอร์ของ Sony เข้ากับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงของ TSMC ทั้งสองบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) แบบไม่ผูกมัดตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 และคาดว่าจะสรุปข้อตกลงการลงทุนขั้นสุดท้ายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ลำดับความสำคัญแรกของโครงการคือการผลิตเซนเซอร์ภาพขั้นสูงสำหรับ iPhone ของ Apple ซึ่งถูกระบุว่าเป็นลูกค้าหลักในตลาดพรีเมียม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวนั้นกว้างกว่านั้นมาก นั่นคือการป้อนตลาด 'Physical AI' ที่กำลังเติบโต ซึ่งรวมถึงเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับยานยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์
รัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าโครงการนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 นายริวเซอิ อาคาซาวะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ได้ประกาศเงินอุดหนุนสูงถึง 6 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 377 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับโรงงานเซนเซอร์ภาพแห่งใหม่ของ Sony ในคุมาโมโตะ ทั้ง Sony และ TSMC ยังคงเจรจาเพื่อขอเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาล สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโตเกียวในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิปของญี่ปุ่น
การร่วมทุนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญสำหรับธุรกิจเซนเซอร์ภาพของ Sony ซัมซุง ผู้ผลิตเซนเซอร์ภาพอันดับสองของโลก กำลังลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีของตัวเอง ขณะที่ OmniVision (ที่ได้รับการสนับสนุนจากทุนจีน) กำลังเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง
ฮิโรกิ โทโตกิ ซีอีโอของ Sony ได้อธิบายถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่าเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่โมเดล 'Fab-Lite' ซึ่งจะลดภาระรายจ่ายด้านทุนของ Sony ลง โดยการจ้างผลิตขั้นสูงให้กับ TSMC ขณะที่ Sony ยังคงรักษาความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบไว้ เอกสารของ Sony เองก็ยืนยันว่าการร่วมทุนนี้เป็นแกนหลักของกลยุทธ์ดังกล่าว
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง แผ่นดินไหวทำให้การดำเนินงานของทั้ง Sony Kumamoto Technology Centre และโรงงาน JASM ของ TSMC ต้องหยุดชะงักทันที
TSMC ได้อพยพพนักงานและดำเนินการตรวจสอบโครงสร้าง โดยยืนยันว่าพนักงานทุกคนปลอดภัย และไม่พบความเสียหายร้ายแรงต่อตัวอาคารหรืออุปกรณ์สำคัญ TSMC เริ่มกลับมาดำเนินการบางส่วนในเย็นวันเดียวกัน การประเมินโดยรวมคือ การหยุดชะงังครั้งนี้รุนแรงน้อยกว่าแผ่นดินไหวที่คุมาโมโตะในปี 2016