แนวคราสเต็มดวง (Path of Totality) ซึ่งดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์สนิท จะพาดผ่าน กรีนแลนด์ ตะวันตกของไอซ์แลนด์ ตอนเหนือของสเปน และพื้นที่เล็กๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของโปรตุเกส ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนจะมองเห็นได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป บางส่วนของแคนาดา ตอนเหนือของสหรัฐฯ และแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ณ หอดูดาว Javalambre Astrophysical Observatory ในเมืองเตรวยล์ ประเทศสเปน ช่วงคราสเต็มดวงจะกินเวลา 1 นาที 21 วินาที โดยเริ่มประมาณ 20:31 น. ตามเวลาฤดูร้อนยุโรปกลาง (CEST)
Circular Slit Spectrometer (CISS) — เครื่องมือที่สร้างโดยอิตาลี กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบครั้งสำคัญที่หอดูดาว Javalambre ในสเปน โดยออกแบบมาเพื่อแยกแสงอาทิตย์ออกเป็นความยาวคลื่นต่างๆ ได้เร็วกว่าเครื่องมือที่มีอยู่เดิม ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการศึกษาคอโรนาของดวงอาทิตย์ได้ สุริยุปราคาสร้างสภาวะที่ทำให้คอโรนามองเห็นได้ชัดเจนขึ้น อำนวยความสะดวกในการศึกษาบริเวณรอบดวงอาทิตย์ซึ่งพฤติกรรมของมันอาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการสื่อสารและระบบไฟฟ้าบนโลก
เครื่องบินเจ็ทระดับสูง NASA WB-57 — บินที่ระดับความสูง 50,000 ฟุตเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ พร้อมกล้องสี่ตัวที่ถ่ายภาพในช่วงคลื่นที่มองเห็นได้และอินฟราเรดหลายความยาวคลื่น กล้องเหล่านี้เป็นชุดเดียวกับที่บินในช่วงสุริยุปราคาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2024 แต่ได้รับการปรับระยะเวลาเปิดรับแสงอย่างสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาภาพ Overexposure ที่เกิดขึ้นในปี 2024 การบินเหนือชั้นบรรยากาศส่วนใหญ่ของโลกทำให้ได้มุมมองคอโรนาที่ไม่ถูกบดบัง
บอลลูนวิทยาศาสตร์ของ NASA — ทีมที่ได้รับทุนจาก NASA ปล่อยบอลลูนตามแนวคราสเต็มดวงเพื่อศึกษาว่าการมืดลงอย่างกะทันหันส่งผลต่อชั้นบรรยากาศโลกอย่างไร
เครื่องบิน C-295 ของกองทัพอากาศไอริช — บินพร้อมกันกับนักวิทยาศาสตร์จากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสถาบันดับลินเพื่อการศึกษาขั้นสูง เพื่อถ่ายภาพคอโรนาดวงอาทิตย์โดยใช้อะไหล่สำรองที่สร้างขึ้นสำหรับภารกิจอวกาศของ ESA
ภารกิจ Proba-3 ของ ESA — เครื่องสร้างสุริยุปราคาเทียม ประกอบด้วยดาวเทียมสองดวงที่บินห่างกัน 150 เมตร โดยทำงานอัตโนมัติเสมือนเป็นยานอวกาศลำเดียว ดาวเทียม Occulter ทำหน้าที่เหมือนดวงจันทร์ บังดวงอาทิตย์ให้กับดาวเทียม Coronagraph ซึ่งใช้เครื่องมือ ASPIICS ถ่ายภาพคอโรนาดวงอาทิตย์ได้ครั้งละหลายชั่วโมง ข้อมูลจาก ASPIICS จะถูกประสานงานกับการสังเกตการณ์สุริยุปราคาบนพื้นดิน ภารกิจนี้อยู่ในวงโคจรต่อเนื่องเพื่อถ่ายภาพคอโรนาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม
ยาน Solar Orbiter ของ ESA — เครื่องมือสำรวจระยะไกลของยาน (EUI, PHI, Metis) กำลังถ่ายภาพบรรยากาศดวงอาทิตย์ร่วมกันกับสุริยุปราคา โดยมีแผนการสังเกตการณ์ ได้แก่ Eruption Watch, Density Fluctuations และ Coronal Hole Boundary Expansion
การถ่ายทอดสดหลักของ ESA — ถ่ายทอดสดจากหอดูดาว Javalambre ในสเปน ผสมผสานภาพจากกล้องโทรทรรศน์ ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน และคำบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ เริ่มตั้งแต่ 19:30 น. CEST (เวลา 01:30 น. EDT ของวันที่ 12 ส.ค.) รับชมผ่าน ESA Web TV หรือช่อง YouTube ของ ESA
ฟีดกล้องโทรทรรศน์เฉพาะ — สตรีมแยกจาก Javalambre ที่แสดงภาพระยะใกล้จากกล้องโทรทรรศน์อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีคำบรรยาย
การถ่ายทอดสดของ NASA — NASA จะถ่ายทอดสดสุริยุปราคา เริ่มตั้งแต่ เวลา 13:15 น. EDT ของวันที่ 12 สิงหาคม ผ่านทางเว็บไซต์ของ NASA
สาเหตุเดียวกันคือดวงจันทร์ใหม่ (New Moon) สุริยุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีดวงจันทร์ใหม่เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์เคลื่อนผ่านระหว่างโลกและดวงอาทิตย์โดยตรง ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์จะพุ่งสูงสุดในช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี เมื่อโลกเคลื่อนผ่านแนวเศษซากของดาวหาง Swift-Tuttle ในปี 2026 ดวงจันทร์ใหม่จะตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม เวลาประมาณ 17:37 UTC ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์พีค
สุริยุปราคาเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน (คราสเต็มดวงเกิดขึ้นในช่วงบ่ายแก่ๆ/หัวค่ำในยุโรป) ส่วนฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์จะพุ่งสูงสุดในคืนวันที่ 12–13 สิงหาคม ซึ่งห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง จุดสูงสุดของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ถูกทำนายไว้ที่ เวลา 14:53 UTC ของวันที่ 13 สิงหาคม ดังนั้นเช้าวันที่ 12 และ 13 สิงหาคมจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม
ดวงจันทร์ใหม่สร้างสภาพการชมฝนดาวตกที่สมบูรณ์แบบ — ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงจันทร์รบกวน ทำให้ฝนดาวตกจางๆ ปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น นับเป็นฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดและปลอดโปร่ง นักดูดาวอาจเห็นดาวตกได้ถึง 50–100 ดวงต่อชั่วโมง
การเกิดขึ้นพร้อมกันของสุริยุปราคากลางวันและฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์พีคกลางคืนในวันเดียวกันนี้ แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางกายภาพโดยตรง แต่ถือเป็นเรื่องยากและเป็นปรากฏการณ์คู่ที่หายาก
| สถานที่ | ประเภท | ระยะเวลาคราสเต็มดวง (โดยประมาณ) | เวลาท้องถิ่นของคราสเต็มดวง |
|---|---|---|---|
| กรีนแลนด์ | เต็มดวง | ~2 นาที 18 วินาที | ช่วงบ่ายแก่ ๆ |
| ไอซ์แลนด์ (ตะวันตก) | เต็มดวง | ~1–2 นาที | ช่วงบ่ายแก่ ๆ |
| ตอนเหนือของสเปน | เต็มดวง | ~1 นาที 21 วินาที (Javalambre) | ~20:31 น. CEST |
| ตะวันออกเฉียงเหนือของโปรตุเกส | เต็มดวง | สั้น | ~20:30 น. CEST |
| พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป | บางส่วน | ไม่มี | ช่วงบ่ายแก่/พระอาทิตย์ตก |
| ตอนเหนือของสหรัฐฯ / แคนาดา | บางส่วน | ไม่มี | ช่วงบ่าย EDT |
แหล่งที่มา:
ในช่วงคราสเต็มดวงสั้นๆ บรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ที่ซ่อนอยู่ตามปกติ ซึ่งก็คือคอโรนา จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผู้ที่อยู่ในแนวคราสเต็มดวงจำเป็นต้องใช้ แว่นตาสำหรับดูสุริยุปราคา หรือแผ่นกรองแสงสำหรับทุกช่วงของสุริยุปราคา ยกเว้นช่วงคราสเต็มดวงไม่กี่วินาที สำหรับฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพียงหาสถานที่ท้องฟ้ามืดห่างไกลจากแสงไฟในเมือง นอนราบแล้วมองขึ้นไปบนฟ้าหลังเที่ยงคืนจนถึงก่อนรุ่งสางของวันที่ 13 สิงหาคม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ขึ้นชื่อเรื่องดาวตกที่สว่างและเร็ว ซึ่งมักทิ้งร่องรอยไว้เป็นเวลานาน
วันที่ 12 สิงหาคม 2026 จะเป็นวันแห่งปรากฏการณ์ท้องฟ้าคู่ที่หาได้ยาก นั่นคือสุริยุปราคาเต็มดวงที่มองเห็นได้จากบางส่วนของยุโรปในตอนกลางวัน ตามมาด้วยฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทจากดวงจันทร์ใหม่ นักวิทยาศาสตร์ได้ระดมกำลังด้วยเครื่องบิน บอลลูน ดาวเทียม และเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ภาคพื้นดินรุ่นใหม่ เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดจากช่วงเวลาอันสั้นของคราสเต็มดวง สำหรับประชาชนทั่วไป มีช่องทางรับชมสดหลายช่องทาง และสำหรับผู้ที่อยู่ในแนวคราส เตรียมตัวเป็นสักขีพยานในปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์รอบ 27 ปี