ความกังวลต่อการกระจุกตัวของหุ้นสหรัฐฯ ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลักคือการที่นักลงทุนมองหาทางเลือกอื่นแทนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าแพงและกระจุกตัวสูง นักลงทุนจึงหันไปหากองทุนที่ลงทุนในตลาดโลก ตลาดเกิดใหม่ และกลยุทธ์แบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อดัชนีชี้วัดของยุโรป
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทยุโรป การเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้นช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่น นักวางกลยุทธ์ของ UBS ระบุว่า 'กำไรที่แข็งแกร่งขึ้นและการปรับตัวขึ้นในวงกว้าง' เป็นเหตุผลที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวกของพวกเขา ขณะที่ J.P. Morgan ในมุมมองช่วงครึ่งปีก็ชี้ให้เห็นถึงโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง การหยุดยิงในอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันลดลง ซึ่งช่วยปรับปรุงแนวโน้มระยะใกล้ของเศรษฐกิจยุโรปที่นำเข้าพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนพลังงานที่ลดลงช่วยขจัดอุปสรรคสำคัญต่ออัตรากำไรของบริษัทในยุโรป
ช็อกจากภูมิรัฐศาสตร์ แล้วฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ความขัดแย้งในอิหร่านเดือนมีนาคม 2569 ทำให้เกิดการไหลออกอย่างรุนแรงแต่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว กองทุนเปิดของยุโรปและ ETF ถูกถอนออกสุทธิ 18,700 ล้านยูโรในเดือนนั้น และกลยุทธ์หุ้น growth/tech สูญเสีย 23,300 ล้านยูโรในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้รับผลกระทบ เมื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง นักลงทุนก็กลับมาอย่างรวดเร็ว โดยไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ทำสถิติเงินไหลเข้ากองทุน ETF ยุโรปรายไตรมาสสูงสุดที่ 113,600 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การขายทำกำไรหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็น 'การย้ายฐานการลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม' ภายในการปรับตัวขึ้นของหุ้นยุโรปในวงกว้าง ไม่ใช่สาเหตุของการพลิกกลับของกระแสเงินโดยรวม
หุ้นชิปปรับฐานรุนแรง: ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (SOX) ร่วงลงประมาณ 19% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2569 และมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ถูกกวาดหายไปจากหุ้นชิปที่มีมูลค่าสูงสุดทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในยุโรปเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในทิศทางตรงกันข้าม Soitec พุ่งขึ้นจากความต้องการโฟโตนิกส์ที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ STMicroelectronics และ BE Semiconductor Industries ปรับตัวลงจากแนวโน้มระยะใกล้ที่อ่อนแอกว่า
Deutsche Bank มองว่าการขายทำกำไรครั้งนี้เป็นการ 'รีเซ็ต' ความต้องการและโมเมนตัมของกำไรในกลุ่ม AI ยังคง 'แข็งแกร่งเป็นพิเศษ' ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับฐานนี้เป็นการพักตัวที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการสิ้นสุดของวัฏจักร Man Group ระบุว่าการขายทำกำไร 'ชี้ให้เห็นว่าเทรด AI กำลังเข้าสู่เฟสถัดไป' โดยตลาดเริ่มแยกแยะระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้ในห่วงโซ่เทคโนโลยี
จุดสำคัญคือ การขายทำกำไรไม่ได้ทำให้กระแสเงินไหลเข้ากองทุนหุ้นยุโรปโดยรวมหยุดชะงัก ในทางกลับกัน มันกลับเร่งให้เกิดการย้ายฐานจากหุ้น tech/growth ไปยังหุ้น cyclical และ defensives Morningstar รายงานว่ากลยุทธ์ที่เน้น growth ถูกถอนออกไป 23,300 ล้านยูโรในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อความตื่นเต้นเกี่ยวกับ AI ลดลง Bank of America เตือนว่าโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของยุโรป 'กำลังหมดแรง' และแนะนำให้ย้ายออกจากหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI ไปยังหุ้นกลุ่ม defensive กล่าวโดยสรุป การปรับฐานของเซมิคอนดักเตอร์เป็นการ 'เปลี่ยนทิศทาง' กระแสเงินภายในหุ้นยุโรป มากกว่าที่จะเป็นการพลิกกลับแนวโน้มการไหลเข้าโดยรวม
| แหล่งที่มา | เป้าหมาย / มุมมอง | เหตุผลสำคัญ |
|---|---|---|
| UBS (Bullish ที่สุด) | เป้าหมายสิ้นปี Stoxx 600 เพิ่มเป็น 690 ( upside ~8%) | กำไรเร่งตัวขึ้น การปรับตัวขึ้นในวงกว้าง แนวโน้มวัฏจักรดีขึ้น |
| ผลสำรวจของ Reuters (ก.พ. 2569) | กำไรทั้งปี modest หลังการปรับฐานกลางปี | ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และธีม AI เป็นปัจจัยสำคัญ |
| ผลสำรวจของ Reuters (พ.ค. 2569) | ค่อยๆ ปรับตัวขึ้นต่อ แต่ความขัดแย้งอิหร่านฉุดแนวโน้ม | ราคาน้ำมันช่วยลดความกังวล ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ |
| J.P. Morgan Asset Mgmt | มุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง กรณีฐานมองความเสียหายในวงจำกัด | เครื่องยนต์การเติบโตทุกตัวคาดว่าจะกลับมาทำงานอีกครั้งในปี 2570 |
| BofA | ระมัดระวัง การปรับตัวขึ้น 'กำลังหมดแรง' | แนะนำให้ย้ายไปยังหุ้น defensive โมเมนตัมอาจจางหายไป |
ตารางด้านบนแสดงมุมมองที่หลากหลาย แต่ควรมีการตอกย้ำความจริงว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้ตอบแบบสำรวจของ Reuters ถึง 54% คาดว่าจะมีการปรับฐานก่อนที่หุ้นยุโรปจะไปถึงจุดสูงสุดใหม่ได้
ฝั่ง Bull (UBS, J.P. Morgan): UBS ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นยูโรโซนและธนาคารยุโรปเป็น 'Attractive' โดยให้เหตุผลว่าราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ตลาดกลับมาโฟกัสที่แนวโน้มวัฏจักรของยุโรปที่ดีขึ้น และคาดการณ์กำไรสุทธิสะสม 25% ในช่วงปี 2569-2570 J.P. Morgan ยังคงมุมมองเชิงบวกแม้ 'ฉากหลังทางภูมิรัฐศาสตร์จะซับซ้อนมากขึ้น' โดยกรณีฐานมองว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระยะยาวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีจำกัด HSBC เป็นผู้นำมุมมองเชิงบวกด้วยเป้าหมาย Stoxx 600 ที่ 670 จุดในช่วงต้นปี 2569
ฝั่งระมัดระวัง (BofA, ผลสำรวจ Reuters ส่วนใหญ่): BofA เตือนอย่างชัดเจนว่าเทรดตามโมเมนตัมหมดแล้ว โดยชี้ว่าหุ้นที่มีโมเมนตัมสูงในยุโรป outperformance หุ้นที่มีโมเมนตัมต่ำถึง 40% ต่อปีในช่วงปี 2569 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นตามโมเมนตัมที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบอย่างน้อย 20 ปี และแนะนำให้ย้ายไปยังหุ้น defensive ผลสำรวจของ Reuters ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะมีการปรับฐานในช่วงกลางปีและได้กำไรทั้งปีเพียงเล็กน้อย นักลงทุนจำนวนมากยังไม่เชื่อว่าการย้ายฐานออกจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ขับเคลื่อนโดย AI จะยั่งยืน นอกจากนี้ การวิเคราะห์ของ BlackRock ยังชี้ให้เห็นว่าการจัดสรรเงินกลับสู่ยุโรปได้เกิดการพลิกกลับมาแล้วครั้งหนึ่งหลังจากการเก็งกำไรในตลาดสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
การกลับมาของเงินทุนในหุ้นยุโรปถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่แท้จริง ซึ่งขับเคลื่อนโดยความเหนื่อยล้าจากการกระจุกตัวของหุ้นสหรัฐฯ และพื้นฐานของยุโรปที่ดีขึ้น แต่การปรับฐานของเซมิคอนดักเตอร์และมุมมองของนักวิเคราะห์ที่แตกต่างกันเป็นเครื่องเตือนว่าการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ไม่ทั่วถึงกัน การที่การย้ายฐานนี้จะยั่งยืนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าราคาน้ำมันยังคงถูกควบคุม การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI คงอยู่ และช็อกจากภูมิรัฐศาสตร์ครั้งต่อไปจะไม่กระทบต่อการนำเข้าพลังงานของยุโรป