การโจมตีครั้งนี้ได้ยุติข้อตกลงโดยพฤตินัยที่เคยมีร่วมกัน ที่เรือสินค้าที่เป็นกลางจะไม่ถูกโจมตี รัสเซียตอบโต้ด้วยการถล่มโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือของยูเครนในโอเดสซาและพิฟเดนนี รวมถึงเรือที่เรียกเข้าท่าเรือของยูเครนอย่างหนักหน่วง
ภายในต้นเดือนสิงหาคม ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็น "จุดคอขวดทางการค้าที่สำคัญที่สุด โดนผลกระทบจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น" โดยมีการโจมตีเรือ ท่าเรือ และสถานีส่งออกอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้อุปทานธัญพืชและน้ำมันทั่วโลกหยุดชะงัก
เรือสินค้าที่เป็นของตุรกี ถูกโจมตีโดยตรง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 เรือที่ชักธงตุรกีสองลำคือ Yasar และ Nadezhda ถูกโดรนโจมตีหลังจากออกจากเมืองโนโวรอสซีสค์ ทำให้รัฐบาลอังการาต้องเรียกร้องอย่างเป็นทางการ ให้รัสเซียและยูเครนรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ การปะทุของความรุนแรงนี้ทำให้ทะเลดำกลายเป็นเขต高风险สำหรับการเดินเรือพาณิชย์ทุกรูปแบบ โดยบริษัทประกันภัยปรับเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอย่างมาก และเรือหลายลำก็หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวโดยสิ้นเชิง
ธัญพืช: รัสเซียและยูเครนต่างก็เป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก การโจมตีตอบโต้กันที่ท่าเรือและเรือสินค้าคุกคามอุปทานธัญพืชทั่วโลก ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
น้ำมัน — ท่าเรือ CPC ของคาซัคสถานถูกถล่มอย่างหนัก: ท่าเทียบเรือของกลุ่มบริษัท Caspian Pipeline Consortium (CPC) ใกล้เมืองโนโวรอสซีสค์ ซึ่งขนส่งน้ำมันประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็นประมาณ 2% ของอุปทานโลก และเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของคาซัคสถาน) ต้องหยุดการขนถ่ายสินค้าถึง สามครั้งในเดือนกรกฎาคม 2026 หลังจากยูเครนใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ท่าเทียบเรือและบริเวณใกล้เคียง คาซัคสถานถูกบังคับให้หยุดการส่งน้ำมันดิบทางท่อไปยังท่าเรือ เนื่องจากบริษัทเดินเรือไม่กล้าส่งเรือไปยังท่าเรือดังกล่าว
ตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิก NATO ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทะเลดำ ได้ปรับท่าทีทางการทูตเป็นขั้นตอน:
ความเสียหายต่อการส่งออกน้ำมันของคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลและต้องพึ่งพาท่อส่งน้ำมัน CPC เพียงอย่างเดียว ทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้ามาแทรกแซง รัฐบาลทรัมป์ได้ตักเตือนยูเครน หลังจากที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีถูกเรือบรรทุกน้ำมันที่เช่าเหมาลำโดยเชฟรอน (Chevron) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐฯ ใกล้เมืองโนโวรอสซีสค์
เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประกาศว่า ยูเครนตกลง ที่จะไม่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบางลำที่ไม่ใช่ของรัสเซีย และโครงสร้างพื้นฐานในทะเลดำที่เป็นของต่างชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการส่งออกน้ำมันดิบของคาซัคสถาน นอกจากนี้ ยูเครนยังได้จัดตั้งจุดติดต่อสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ เพื่อให้สามารถสื่อสารและรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัย
ทั้งสหรัฐฯ และคาซัคสถานต่างก็ประท้วงการโจมตีการดำเนินงานของ CPC ซึ่งคุกคามการส่งออกน้ำมันดิบของคาซัคฯ (และรัสเซียบางส่วน) ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน