อัตราการแบ่งรายได้และเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าใครคือ “ผู้ใช้รายใหญ่” ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ นี่ทำให้ Qwen3.8-Max แตกต่างจากแนวทางเดิมของ Alibaba ที่เคยเผยแพร่โมเดล Qwen ภายใต้เงื่อนไขเปิดกว้างกว่าเดิม
Qwen3.8-Max เป็นโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดรุ่นหนึ่งของ Alibaba โดยมีพารามิเตอร์รวม 2.4 ล้านล้านตัว ใช้สถาปัตยกรรม Mixture of Experts (MoE) แบบเบาบาง ซึ่งเปิดใช้งานประมาณ 95,000 ล้านพารามิเตอร์ต่อการประมวลผลหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังรองรับบริบทสูงสุด 1 ล้านโทเคน หรือข้อมูลปริมาณมากในระดับเอกสารหลายพันหน้า
Alibaba วางตำแหน่งโมเดลนี้สำหรับงานเขียนโปรแกรม การให้เหตุผลแบบหลายรูปแบบ งานวิจัย และงานที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยบริษัทระบุว่าผลการทดสอบบางรายการอยู่ในระดับเดียวกับ Anthropic's Fable และ ChatGPT ของ OpenAI
ในด้านบริการ API มีรายงานว่า Alibaba ตั้งราคาไว้ที่ 2 ดอลลาร์ต่อโทเคนอินพุต 1 ล้านโทเคน และ 6 ดอลลาร์ต่อโทเคนเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับราคาของโมเดลปิดจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม คำว่า open-weight หมายถึงผู้พัฒนาสามารถดาวน์โหลดน้ำหนักของโมเดลและนำไปติดตั้งหรือปรับแต่งเองได้ ไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขทางการค้าทั้งหมดจะเหมือนใบอนุญาต Apache 2.0 โดยเฉพาะเมื่อ Alibaba ยังไม่เปิดเผยใบอนุญาตฉบับสุดท้าย ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2026
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Alibaba เคยเดินหน้าอีกทิศทางหนึ่งในปี 2026 โดยเปลี่ยนโมเดลเรือธงก่อนหน้า เช่น Qwen3.6-Max และ Qwen3.7-Plus จากโมเดลที่เปิดให้ใช้งาน ไปเป็นโมเดลปิดที่เข้าถึงผ่าน API และคิดค่าบริการ
Qwen3.8-Max จึงเป็นเหมือนการกลับมาเปิดน้ำหนักอีกครั้ง แต่เพิ่ม “เงื่อนไขสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่” เข้าไปด้วย โมเดลยังคงเปิดให้สตาร์ตอัป นักพัฒนา และองค์กรทั่วไปนำไปใช้ได้ แต่ Alibaba ต้องการสร้างช่องทางรายได้จากบริษัทที่นำโมเดลไปให้บริการลูกค้าจำนวนมากหรือสร้างธุรกิจที่มีรายได้สูง
Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 2 คนที่คุ้นเคยกับแผนของบริษัทว่า ผู้ใช้รายใหญ่ของ Qwen รุ่นถัดไปจะต้องแบ่งรายได้บางส่วนที่เกิดจากการนำโมเดลไปใช้งาน ทั้งนี้ รายละเอียดสำคัญ เช่น เกณฑ์รายได้ อัตราแบ่งรายได้ และขอบเขตของบริการที่เข้าข่าย ยังอยู่ระหว่างการกำหนด
แนวทางของ Alibaba มีต้นแบบใกล้เคียงกับ Moonshot AI ซึ่งเผยแพร่ Kimi K3 ภายใต้ใบอนุญาตเฉพาะของบริษัทเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ใบอนุญาตดังกล่าวให้สิทธิ์ใช้งานในลักษณะคล้าย MIT สำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมเมื่อธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้น
| ประเด็น | Alibaba Qwen3.8-Max | Moonshot AI Kimi K3 |
|---|---|---|
| ประเภทใบอนุญาต | ใบอนุญาตเฉพาะของ Alibaba ยังไม่เปิดเผย | ใบอนุญาตเฉพาะชื่อ “kimi-k3” |
| เกณฑ์ผู้ใช้รายใหญ่ | ยังไม่ระบุ เพียงมีรายงานว่าเป็นผู้ใช้เชิงพาณิชย์รายใหญ่ | รายได้รวมจากธุรกิจ Model as a Service (MaaS) เกิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 12 เดือนติดต่อกัน |
| การแบ่งรายได้ | ต้องทำข้อตกลงแบ่งรายได้ตามรายงาน แต่ยังไม่ทราบอัตรา | มีแหล่งข่าวระบุว่าสูงสุด 30% |
| การขออนุญาตทำ MaaS | ยังไม่ทราบ | ผู้ให้บริการ MaaS รายใหญ่ต้องทำข้อตกลงและได้รับอนุญาตจาก Moonshot |
| ข้อกำหนดการแสดงชื่อแบรนด์ | ยังไม่ทราบ | ผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้งานต่อเดือนเกิน 100 ล้านคน หรือมีรายได้เกิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ต้องแสดงข้อความ “Powered by Kimi K3” อย่างเด่นชัด |
| ผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็ก | คาดว่าจะใช้งานได้โดยไม่มีเงื่อนไขแบ่งรายได้ | ใช้งานได้ฟรีและไม่ต้องรายงานรายได้ |
จุดต่างสำคัญคือ เงื่อนไขของ Kimi K3 ถูกเผยแพร่ไว้อย่างชัดเจนและตรวจสอบได้จากไฟล์ใบอนุญาตบน GitHub ขณะที่เงื่อนไขของ Qwen3.8-Max ยังไม่เปิดเผย ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2026 แม้คาดว่าจะมีการปล่อยน้ำหนักภายในไม่กี่วัน
สำหรับธุรกิจ การอ่านใบอนุญาตให้ละเอียดจึงสำคัญพอ ๆ กับการดูคะแนนเบนช์มาร์ก เพราะการดาวน์โหลดน้ำหนักได้ไม่ได้แปลว่าสามารถนำไปเปิดบริการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่โดยไม่มีภาระเพิ่มเติม
การฝึกโมเดลแนวหน้าต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่การเปิดให้ผู้พัฒนาดาวน์โหลดโมเดลอาจไม่ได้สร้างรายได้โดยตรงแก่ผู้พัฒนาโมเดล การเปลี่ยนโมเดลรุ่นก่อนของ Qwen ไปเป็นบริการ API แบบปิด และการเตรียมใช้ระบบแบ่งรายได้กับ Qwen3.8-Max จึงสะท้อนความพยายามสร้างรายได้จากการลงทุนเหล่านี้
Qwen3.8-Max ถูกนำเสนอในฐานะคู่แข่งของโมเดลจาก Anthropic และ OpenAI ขณะที่บริษัท AI จีนหลายแห่งกำลังเร่งพัฒนาโมเดลที่มีความสามารถสูงและต้นทุนใช้งานต่ำ
การเปิดน้ำหนักช่วยให้บริษัทจีนเข้าถึงนักพัฒนาทั่วโลกและลดการพึ่งพา API แบบปิดจากสหรัฐฯ แต่การกำหนดเงื่อนไขกับผู้ให้บริการรายใหญ่ก็ช่วยให้บริษัทเจ้าของโมเดลยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากธุรกิจที่เติบโตบนเทคโนโลยีของตน
Qwen3.8-Max เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวโมเดลแบบเปิดจากบริษัท AI จีนหลายราย ซึ่งกำลังพยายามลดช่องว่างด้านความสามารถกับห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำของสหรัฐฯ แนวทางของ Moonshot กับ Kimi K3 อาจกลายเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่น ๆ ใช้โมเดลแบบเปิดเพื่อดึงดูดนักพัฒนา ก่อนสร้างรายได้จากผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
แม้มาตรการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของสหรัฐฯ จะเพิ่มข้อจำกัดต่ออุตสาหกรรมจีน แต่บริษัท AI จีนยังคงพัฒนาโมเดลที่อ้างว่ามีระดับความสามารถใกล้เคียงคู่แข่งระดับโลก
การแจกจ่ายน้ำหนักแบบเปิดจึงมีทั้งมิติทางธุรกิจและยุทธศาสตร์ นอกจากช่วยสร้างฐานนักพัฒนาทั่วโลกแล้ว ยังเป็นวิธีท้าทายการครองตลาดของโมเดลปิดจากสหรัฐฯ ขณะเดียวกันบริษัทจีนก็พยายามหาวิธีเก็บเกี่ยวรายได้จากการใช้งานเชิงพาณิชย์
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า Qwen3.8-Max จะดาวน์โหลดได้หรือไม่เท่านั้น แต่อยู่ที่รายละเอียดในใบอนุญาตฉบับจริงด้วย นักพัฒนาควรตรวจสอบอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่
หลังจาก Kimi K3 มาพร้อมเงื่อนไขแบ่งรายได้ที่หลายคนคาดไม่ถึง และ MiniMax H3 มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ให้บริการ ชุมชนนักพัฒนาจึงจับตาการประกาศใบอนุญาตของ Qwen3.8-Max อย่างระมัดระวัง
หาก Alibaba กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนและยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้รายเล็กได้ทดลองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รูปแบบนี้อาจกลายเป็นแนวทางใหม่ของโมเดล AI แบบเปิด นั่นคือเปิดให้ใช้อย่างกว้างขวาง แต่เก็บส่วนแบ่งจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่นำโมเดลไปสร้างรายได้จำนวนมาก