Wildberries เป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และมีเครือข่ายคลังสินค้าและกระจายสินค้าครอบคลุมพื้นที่กว้าง บทบาทดังกล่าวทำให้บริษัทถูกมองว่าเป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจผู้บริโภครัสเซีย จนถูกเปรียบว่าเป็น “Amazon ของรัสเซีย”
การโจมตีคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ยังทำให้เกิดแรงกดดันต่อผู้ขายรายย่อยและระบบจัดส่งภายในประเทศ รายงานบางฉบับประเมินว่าสินค้ามูลค่าสูงอาจถูกทำลาย แต่ขอบเขตความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระ
มอสโกตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อยูเครน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดรนและขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียถล่มกรุงเคียฟ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คนและบาดเจ็บ 44 คน ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดต่อเมืองหลวงยูเครนในปี 2026
รูปแบบการตอบโต้ดังกล่าวสะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเพิ่มการโจมตีต่อศูนย์กลางโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับความสามารถในการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม การโจมตีคลังสินค้าของ Wildberries ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าส่งผลให้ความสามารถในการผลิตหรือระดมทรัพยากรทางทหารของรัสเซียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปฏิบัติการโดรนของยูเครนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการโจมตีพื้นที่หลังแนวรบ แต่ยังสร้างความสูญเสียต่อกำลังพลรัสเซียในแนวหน้าอย่างมาก
อย่างไรก็ดี ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประเมินจากฝ่ายทหารยูเครนและยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันโดยอิสระได้ ส่วนตัวเลข 30,272 นายครอบคลุมเฉพาะผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากโดรนที่มีหลักฐานวิดีโอยืนยัน จึงอาจต่ำกว่าความสูญเสียจริงได้
แม้การโจมตีเชิงลึกของยูเครนจะเพิ่มต้นทุนให้รัสเซีย แต่การประเมินของผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินยังคงยึดมั่นในยุทธศาสตร์ สงครามบั่นทอนกำลัง หรือการทำให้ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียกำลังพล อาวุธ และความอดทนทางเศรษฐกิจจนยอมถอย
นักวิเคราะห์จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ หรือ CSIS ประเมินว่า แม้รัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมทหาร และประชากร แต่สงครามยัง “ยั่งยืนสำหรับเครมลินในอนาคตอันใกล้” และรัสเซียยังเชื่อว่าตนสามารถเอาชนะยูเครนในสงครามบั่นทอนกำลังได้
ด้านสถาบันศึกษาสงคราม หรือ ISW ประเมินเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมว่า กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ในยูเครนได้เพียง 37.85 ตารางกิโลเมตร ตลอดเดือนกรกฎาคม โดยไม่มีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ อัตราการรุกของรัสเซียลดลงต่อเนื่องและกำลังเข้าใกล้ภาวะชะงักงันเกือบทั้งหมด
ในอีกด้านหนึ่ง ISW รายงานคำกล่าวอ้างของนายพลรัสเซียที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า เครมลินกำลังขยายภาพความสำเร็จในสนามรบเกินจริง และยังคงเดินหน้าสงครามบั่นทอนกำลังที่รัสเซีย “ไม่สามารถชนะได้” เพื่อหวังบีบให้ยูเครนและชาติตะวันตกยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของมอสโก
ยูเครนกลับมามี “ความได้เปรียบด้านโดรนโดยรวม” และมีระบบที่สามารถรบกวนเส้นทางส่งกำลังบำรุงของรัสเซียลึกเข้าไปในแนวหลัง การโจมตี Wildberries แสดงให้เห็นว่าเคียฟสามารถส่งโดรนโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างจากแนวหน้า 500–800 กิโลเมตรได้
แต่ขีดความสามารถดังกล่าวยังมีข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่
ดังนั้น การโจมตีคลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์อาจสร้างความเสียหายทางยุทธวิธีและเพิ่มแรงกดดันต่อสังคมรัสเซีย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนความสามารถในการทำสงครามของรัสเซียหรือการคำนวณทางการเมืองของปูตินอย่างเป็นพื้นฐาน
สงครามกำลังเข้าสู่ระยะที่ทั้งยูเครนและรัสเซียสามารถโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและกำลังพลของอีกฝ่ายได้ลึกและหนักขึ้น ทว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถสร้างความพ่ายแพ้แบบเด็ดขาดให้แก่กันได้
ปูตินดูพร้อมจะยอมรับความสูญเสียในระดับสูงต่อไป ขณะที่แคมเปญโดรนของยูเครนมีประสิทธิภาพในเชิงยุทธวิธีและขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ถึงระดับที่บังคับให้มอสโกต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ผลลัพธ์ในระยะต่อไปจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคลังสินค้าที่ถูกโจมตีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถรักษากำลังการผลิต การส่งกำลังบำรุง และความอดทนทางการเมืองไว้ได้นานกว่า