รัสเซียยิงขีปนาวุธ ballistic 126 ลูกถล่มยูเครนในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงสุดในรอบปี ใช้ประโยชน์จากการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ของยูเครน ยูเครนโต้กลับอย่างเป็นระบบ ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย 174 ระบบใน 5 เดือนแรกของปี และผลักดันการกลั่นน้ำมันของรัสเซียตกต่ำสุดในรอบ 24 ปี เหลือเพียง 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What key developments in the Ukraine war as of early August 2026—including Russia's record ballistic missile launches in July, the deadly Ky. Article summary: ## Key Developments in the Ukraine War — Early August 2026. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ความขัดแย้งในยูเครนช่วงนี้เป็นสงครามโจมตีทางอากาศที่เข้มข้น รัสเซียใช้ประโยชน์จากวิกฤตขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นของยูเครน ด้วยการยิงขีปนาวุธ ballistic ถล่มเมืองต่างๆ เป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ยูเครนกำลังดำเนินการลดทอนระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียและทำลายอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันของศัตรูอย่างเป็นระบบ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะกำหนดทิศทางของสงครามในฤดูหนาวนี้
กองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธ ballistic ใส่ยูเครนประมาณ 126 ลูก ในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นยอดรวมสูงสุดในรอบปีนี้ โดยทำลายสถิติเดิม 118 ลูกที่ทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ขีปนาวุธที่ใช้มีทั้ง Iskander-M, KN-23 จากเกาหลีเหนือ และ S-300/S-400 ที่ดัดแปลงมาใช้โจมตีภาคพื้นดิน
โดยรวมแล้ว มีการยิงขีปนาวุธ ทุกรวม 376 ลูก ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งมากกว่าเดือนมิถุนายนถึงสองเท่า และเป็นยอดรวมสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามเต็มรูปแบบ ขีปนาวุธ ballistic เป็นประเภทที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้นได้ยากที่สุด และการเพิ่มจำนวนการยิงสอดคล้องโดยตรงกับปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ของยูเครนที่รุนแรงขึ้น
ในคืนวันที่ 5–6 สิงหาคม 2026 รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยขีปนาวุธ Iskander-Ballistic 24 ลูก, ขีปนาวุธต่อต้านเรือ Zircon/Onyx 4 ลูก และโดรนอีก 115 ลำ เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บ 44 ราย
กองทัพอากาศยูเครนไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ ballistic ได้แม้แต่ลูกเดียว
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ยืนยันว่า การส่งมอบขีปนาวุธสกัดกั้นจากประเทศพันธมิตรในปี 2026 มีเพียงหนึ่งในสามของระดับปี 2025 เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่ายูเครน หมดขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot จริงๆ
วิกฤตขาดแคลนนี้กำหนดทิศทางของฤดูร้อนทั้งหมด การโจมตีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมมีขีปนาวุธ ballistic 23 ลูกถล่มเคียฟโดยไม่ถูกสกัดกั้นเลยสักลูก และการโจมตีเมื่อ วันที่ 1 สิงหาคมคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มอีก 9 ราย โดยสกัดกั้นขีปนาวุธ ballistic ได้เพียง 1 ลูกจากทั้งหมด 27 ลูก
ยูเครนดำเนินการรณรงค์ SEAD/DEAD (การปราบปราม/ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู) อย่างเป็นระบบตั้งแต่ปลายปี 2025 ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 หน่วยโดรนของยูเครนโจมตี ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย 174 ระบบ รวมถึงระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ สถานีเรดาร์ และอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์
กองกำลังระบบไร้คนขับประเมินมูลค่าความเสียหายของรัสเซียในส่วนนี้เกิน 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การรณรงค์นี้สร้าง ช่องโหว่ ในระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบชั้นของรัสเซีย ทำให้ยูเครนสามารถโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้มากขึ้น และมีส่วนช่วยให้ยูเครนได้เปรียบในสนามรบนับตั้งแต่ฤดูหนาวปี 2025–2026
การโจมตีด้วยโดรนพิสัยไกลของยูเครนเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานการกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างเป็นระบบ รวมถึง โรงกลั่น 9 ใน 10 แห่งที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2026 อัตราการกลั่นน้ำมันดิบของรัสเซียร่วงลงเหลือ 3.91 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ มีนาคม 2005
ในเดือนกรกฎาคมโดยรวม ตัวเลขดังกล่าวลดลงอีกเหลือประมาณ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับรายเดือนต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2002 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลประมาณหนึ่งในสาม
มอสโกว์ถูกบังคับให้ ห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงเครื่องบิน เพื่อจัดการกับวิกฤตเชื้อเพลิงภายในประเทศ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานว่าการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียลดลง 460,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนเมษายน โดยกำลังการกลั่นที่ได้รับผลกระทบรวมเกิน 700,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนพฤษภาคม
แม้จะไม่มีการประเมินแนวโน้มฤดูหนาวที่ชัดเจนจากการค้นหาครั้งนี้ แต่หลักฐานที่มีอยู่ชี้ให้เห็นถึงพลวัตสำคัญหลายประการ:
ตอนนี้เป็นจังหวะทองของรัสเซีย มอสโกว์เร่งยิงขีปนาวุธ ballistic เพิ่มขึ้นอย่างแม่นยำเพราะคลังขีปนาวุธสกัดกั้นของยูเครนอยู่ในระดับต่ำวิกฤต หากยูเครนไม่สามารถเติมขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot และขีปนาวุธสกัดกั้น ballistic อื่นๆ ได้ทันก่อนฤดูหนาว การโจมตีของรัสเซียต่อโครงข่ายพลังงานและเมืองต่างๆ จะสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าปี 2025 มาก
อำนาจการโจมตีระยะไกลของยูเครนกำลังเพิ่มขึ้น การรณรงค์ SEAD ได้เปิดช่องโหว่ในระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนแล้ว
หากยูเครนรักษาแรงกดดันนี้ได้ ก็อาจจำกัดความสามารถของรัสเซียในการเติมเชื้อเพลิงให้กับการรุกในฤดูหนาว
ช่องว่างในการส่งขีปนาวุธสกัดกั้นเป็นตัวแปรที่เด็ดขาดที่สุด พันธมิตรส่งมอบขีปนาวุธเพียงหนึ่งในสามของที่ส่งมอบในปี 2025 การที่ช่องว่างนี้จะถูกแก้ไขหรือไม่ ไม่ว่าจะผ่านการโอน Patriot ชุดใหม่, ระบบทางเลือก (NASAMS, IRIS-T, SAMP/T) หรือมาตรการชั่วคราวที่เจรจา จะเป็นตัวกำหนดว่ายูเครนจะสามารถปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในช่วงฤดูหนาวได้หรือไม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัสเซียยิงขีปนาวุธ ballistic 126 ลูกถล่มยูเครนในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงสุดในรอบปี ใช้ประโยชน์จากการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ของยูเครน
รัสเซียยิงขีปนาวุธ ballistic 126 ลูกถล่มยูเครนในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงสุดในรอบปี ใช้ประโยชน์จากการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ของยูเครน ยูเครนโต้กลับอย่างเป็นระบบ ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย 174 ระบบใน 5 เดือนแรกของปี และผลักดันการกลั่นน้ำมันของรัสเซียตกต่ำสุดในรอบ 24 ปี เหลือเพียง 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม
แนวโน้มฤดูหนาว 2026–2027 ขึ้นอยู่กับว่ายูเครนจะได้รับขีปนาวุธสกัดกั้น ballistic เพียงพอก่อนที่รัสเซียจะใช้ช่องว่างนี้โจมตีเต็มกำลังหรือไม่