SpaceX รายงานรายได้ Q2 2026 ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์ (+92% YoY) สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ประมาณ 870 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ขาดทุนสุทธิแคบลงเหลือ 541 ล้านดอลลาร์ แต่ราคาหุ้นร่วงลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดหลัง IPO Starlink ยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้เพียงแห่งเดียว สร้างรายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงาน 1.66 พัน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key takeaways from SpaceX's first quarterly earnings report as a publicly traded company, including its Q2 2025 revenue of $7.. Article summary: Here are the key takeaways from SpaceX's first quarterly earnings report as a publicly traded company, reported on August 4, 2026.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Mak
SpaceX (ティッカー: SPCX) เปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 โดยสามารถทำรายได้และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Adjusted EBITDA) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (Double Beat) ขณะที่ขาดทุนสุทธิแคบลง แต่ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกลับไม่สามารถปลอบประโลมนักลงทุนได้มากนัก เนื่องจากราคาหุ้นร่วงลงไปเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดระยะสั้นหลัง IPO และการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lockup) ครั้งประวัติศาสตร์มูลค่ากว่า 1.16 แสนล้านดอลลาร์即将于วันที่ 6 สิงหาคมนี้ หรืออีกเพียง 2 วันหลังจากรายงานผลประกอบการ
SpaceX มีรายได้ใน Q2 2026 อยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จาก 4.07 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ไว้ที่ 6.93 พันล้านดอลลาร์ อยู่ประมาณ 870 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ (+191% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ที่ประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์มาก
บริษัทยังคงรายงาน ขาดทุนสุทธิ 541 ล้านดอลลาร์ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ -0.09 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุน 0.24 ถึง 0.26 ดอลลาร์
ค่าใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ใน Q1 อยู่ที่ 10.1 พันล้านดอลลาร์ โดยการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส
SpaceX รายงานผลประกอบการแบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน :
Connectivity (Starlink): รายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ (+66% YoY) — เป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ทำกำไรได้ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.66 พันล้านดอลลาร์ Starlink มี ผู้ใช้บริการทั่วโลก 12 ล้านราย เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน และเพิ่มสุทธิ 1.7 ล้านรายใน Q2 เพียงไตรมาสเดียว ซึ่งเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) คงที่ที่ 66 ดอลลาร์ต่อเดือน
AI Infrastructure: รายได้ 2.56 พันล้านดอลลาร์ (+247% YoY) — เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด แต่ยังขาดทุนหนัก โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.26 พันล้านดอลลาร์ กลุ่มธุรกิจนี้เดิมคือ xAI ได้เซ็นสัญญาบริการคลาวด์ที่สำคัญมูลค่ารวม 14.1 พันล้านดอลลาร์เพื่อเช่าพลังประมวลผลให้กับ Google, Anthropic และ Reflection AI
Space (บริการปล่อยจรวด): รายได้ 962 ล้านดอลลาร์ (+29% YoY) — เป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเต็มที่ที่สุด โดยได้รับแรงหนุนจากการทดสอบบิน Starship V3 ที่ประสบความสำเร็จ 2 ครั้งในไตรมาสนี้
ยอดคำสั่งซื้อที่ยังไม่ส่งมอบ (Backlog) รวมอยู่ที่ 47.5 พันล้านดอลลาร์
SpaceX เข้าจดทะเบียนใน Nasdaq เมื่อ วันที่ 12 มิถุนายน 2026 ด้วย IPO มูลค่า 85.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ที่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในระหว่างวันที่ 225 ดอลลาร์ ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์
แต่หลังจากนั้นหุ้นก็ร่วงลงประมาณ 50% มาอยู่ที่ประมาณ 107-113 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคา IPO
การเทขายครั้งนี้ทำให้มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 8 แสนล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุด
ปัจจัยที่ทำให้หุ้นร่วงลง ได้แก่ ความกังขาของนักลงทุนต่อหุ้น AI ในวงกว้าง ความกังวลเกี่ยวกับผลขาดทุนหนักของกลุ่มธุรกิจ AI (ซึ่งใช้ Capex ระดับเลขสองหลักพันล้านดอลลาร์) ความเสี่ยงจากการ Dilution ที่จะเกิดขึ้นเมื่อ Lockup หมดอายุ และฉากหลังทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน ก่อนหน้านี้ Morningstar เคยประเมินมูลค่า SpaceX ไว้เพียง 63 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคา IPO ถึง 53%
เหตุการณ์ระยะสั้นที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้น SPCX คือการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lockup) งวดแรกหลัง IPO จำนวน 911.5 ล้านหุ้น (มูลค่าประมาณ 1.16 แสนล้านดอลลาร์ ณ ราคาก่อนประกาศผลประกอบการ) จะกลายเป็นหุ้นที่สามารถซื้อขายได้ในวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นวันทำการที่สองหลังจากรายงานผลประกอบการ นี่เป็นการสิ้นสุด Lockup ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น
IPO ในวันที่ 12 มิถุนายน วางหุ้นน้อยกว่า 5% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของ SpaceX ซึ่งมีประมาณ 13.2 พันล้านหุ้น ให้แก่สาธารณชน ภายใต้กำหนดการ Lockup แบบแบ่งงวด หุ้นสูงถึง 1.37 พันล้านหุ้น อาจเข้าสู่ตลาดได้ในหลายงวดจนถึงสิ้นปี ทำให้หุ้นที่สามารถซื้อขายได้เพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 5% เป็นประมาณ 40% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน
ราคาหุ้นกำลังซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาลก่อนเหตุการณ์นี้
นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า SpaceX ทั้งสามกลุ่มธุรกิจ — ผู้ให้บริการปล่อยจรวด, โทรคมนาคมดาวเทียม, และธุรกิจคลาวด์ AI — มีความเข้มข้นของเงินทุน อัตรากำไร และลักษณะความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างมาก กลุ่มธุรกิจ AI เติบโตเร็วที่สุดแต่ใช้เงินสดมากที่สุด โดยมีการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับเลขสองหลักพันล้านดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ในขณะที่กลุ่ม Space (ปล่อยจรวด) ค่อนข้างเติบโตเต็มที่ และ Connectivity เป็นเพียงเครื่องยนต์ทำกำไรเพียงอย่างเดียว
นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่าบริษัทกำลังเผชิญกับ "วิกฤตอัตลักษณ์" — นักลงทุนต้องตัดสินใจว่าจะประเมินมูลค่าในฐานะผู้รับเหมาด้านอวกาศ/การป้องกันประเทศ สาธารณูปโภคด้านโทรคมนาคม หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบเก็งกำไร ซึ่งทำให้การประเมินมูลค่าชัดเจนทำได้ยาก บริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปีเป็นครั้งแรก แต่หุ้นก็ยังคงลดลงในช่วงหลังจากชั่วโมงการซื้อขาย เนื่องจากตลาดย่อยข้อมูลที่หลากหลาย
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
SpaceX รายงานรายได้ Q2 2026 ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์ (+92% YoY) สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ประมาณ 870 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ขาดทุนสุทธิแคบลงเหลือ 541 ล้านดอลลาร์ แต่ราคาหุ้นร่วงลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดหลัง IPO
SpaceX รายงานรายได้ Q2 2026 ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์ (+92% YoY) สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ประมาณ 870 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ขาดทุนสุทธิแคบลงเหลือ 541 ล้านดอลลาร์ แต่ราคาหุ้นร่วงลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดหลัง IPO Starlink ยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้เพียงแห่งเดียว สร้างรายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงาน 1.66 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจ AI เติบโต 247% YoY สู่ 2.56 พันล้านดอลลาร์ แต่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.26 พันล้า...
นักวิเคราะห์เตือนถึง 'วิกฤตอัตลักษณ์' เนื่องจาก SpaceX ดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึง 3 ประเภท ได้แก่ บริการส่งจรวด โทรคมนาคมดาวเทียม และคลาวด์ AI ทำให้การประเมินมูลค่าทำได้ยาก