หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรก่อนภาษีไตรมาส 2 อยู่ที่ 9.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้ที่ไม่รวมรายการพิเศษเพิ่มขึ้น 5% แตะ 17.7 พันล้านดอลลาร์
สำหรับครึ่งแรกของปี 2025 HSBC รายงานกำไรก่อนภาษี headline ที่ 15.8 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 5.7 พันล้านดอลลาร์จากปีก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจาก BoCom แต่เมื่อปรับปรุงแล้ว (ไม่รวมรายการพิเศษ) กำไรก่อนภาษีครึ่งปีแรกเติบโต 5% แตะ 18.9 พันล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้จากการบริหารความมั่งคั่งที่สูงขึ้น รายได้ที่ไม่รวมรายการพิเศษเพิ่มขึ้น 6% แตะ 35.4 พันล้านดอลลาร์
HSBC ประกาศกลับมาใช้โครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้งด้วยวงเงิน สูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกนับตั้งแต่ธนาคารหยุดโครงการในเดือนตุลาคม 2025 เพื่อนำเงินไปใช้ในการซื้อหุ้นส่วนน้อยของ Hang Seng Bank มูลค่า 13.6 พันล้านดอลลาร์ (คิดเป็น 36.5% ของหุ้นทั้งหมด) ให้เป็นบริษัทในเครือเต็มรูปแบบ
การหยุดซื้อหุ้นคืนมีแผนว่าจะกินเวลาประมาณ 3 ไตรมาสหลังการทำดีล เพื่อให้อัตราส่วนเงินกองทุนกลับสู่ระดับเป้าหมาย
ซีอีโอ Georges Elhedery ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2024 ได้ผลักดันแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อลดความซับซ้อนขององค์กร HSBC ตั้งเป้าประหยัดต้นทุนรายปี 1.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2026 โดยหลักๆ จากการลดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ซ้ำซ้อน เฉพาะในปี 2025 HSBC ลดต้นทุนได้แล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์ และลดจำนวนตำแหน่ง Managing Director สุทธิลงประมาณ 15%
ขณะนี้ธนาคารคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายประหยัดต้นทุนรายปี 1.5 พันล้านดอลลาร์ได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมถึง 6 เดือน โดยมีค่าใช้จ่ายรวมที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์จนถึงปี 2026
HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) สำหรับปี 2026 โดยขณะนี้คาดว่า NII จะ เกิน 46 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับดังกล่าว
HSBC ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2025 รวมครึ่งปีแรกทั้งสิ้น 0.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น
คุณภาพสินเชื่อเป็นจุดที่น่ากังวล HSBC รายงานการตั้งสำรองหนี้สูญ (Expected Credit Loss: ECL) ในไตรมาส 2 ปี 2025 ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 346 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย:
สำหรับครึ่งแรกของปี 2025 การตั้งสำรอง ECL รวมอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นต้นทุนความเสี่ยงที่ 40 basis points ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ (Hongkong and Shanghai Banking Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักของ HSBC บันทึกค่าใช้จ่าย ECL จำนวน 3.4 พันล้านเหรียญฮ่องกงที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในฮ่องกงในช่วงครึ่งแรกของปี 2025
HSBC มีพอร์ตสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์รวมในฮ่องกงประมาณ 32 พันล้านดอลลาร์ โดยประมาณครึ่งหนึ่งเชื่อมโยงกับ Hang Seng Bank ภายในกลางปี 2025 สินเชื่อ CRE ในฮ่องกงของ HSBC ถึง 73% ถูกจัดชั้นเป็นสินเชื่อที่ด้อยคุณภาพหรือมีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 30% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ฝ่ายบริหารระบุว่าความเสี่ยง downside นั้น "ถูกควบคุมไว้อย่างดี" และได้กันสำรองไว้ 500 ล้านดอลลาร์สำหรับพอร์ตสินเชื่อด้อยคุณภาพมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่มีอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเกิน 70%