ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก ทั้ง High Bandwidth Memory (HBM), DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ SSD ระดับองค์กร ความต้องการที่พุ่งขึ้นทำให้ชิป DRAM และ NAND flash ซึ่งใช้ในอุปกรณ์ผู้บริโภคมีจำกัดมากขึ้น
รายงานของ Mark Gurman จาก Bloomberg ระบุว่า MacBook Air M5 รุ่นเริ่มต้นมีวันจัดส่งเลื่อนไปถึงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน 2026 แหล่งข่าวจากร้านค้าปลีกบางรายอธิบายว่าสต็อกของ MacBook Air อยู่ในภาวะตึงตัวกว่าที่เคยพบเห็นมา
Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยืนยันระหว่างการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ว่าข้อจำกัดด้านซัพพลายกำลังกระทบทั้ง iPhone, iPad และ Mac พร้อมระบุว่า Apple มีความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานน้อยลงกว่าที่เคย
แทนที่จะให้ลูกค้ารอ MacBook Air เพียงอย่างเดียว Apple ถูกระบุว่ากำลังผลักดันผู้ซื้อไปยัง MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว ซึ่งมีราคาสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
Mark Gurman รายงานว่า Apple กำลัง “ชี้นำลูกค้าไปยัง MacBook Pro รุ่นเริ่มต้นแทน MacBook Air” ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทแทบไม่เคยใช้มาก่อน สื่อการตลาดบางส่วนยังมีข้อความเตือนว่า “MacBook Air subject to availability” หรือ “ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการจำหน่าย”
เหตุผลที่เป็นไปได้มีสองด้าน ประการแรก Apple อาจจัดสรรชิปหน่วยความจำที่มีจำกัดให้กับผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรต่อเครื่องสูงกว่า โดย MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วอยู่ในกลุ่มนั้น ประการที่สอง บริษัทอาจต้องการเร่งระบายสต็อก MacBook Pro รุ่น M5 ในปัจจุบัน ก่อนการอัปเดตเป็นรุ่น M6 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในช่วงปลายปีนี้
สำหรับผู้ซื้อ สถานการณ์จึงเปลี่ยนจากการเปรียบเทียบสเปกมาเป็นการเลือกระหว่าง “รอให้นานขึ้น” กับ “จ่ายแพงขึ้น” หาก MacBook Air ไม่มีของพร้อมส่ง ขณะที่ MacBook Pro รุ่นเริ่มต้นยังจัดส่งได้
Apple ปรับราคา MacBook Air สองครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่น M5 ในเดือนมีนาคม 2026
หลังการปรับราคาครั้งที่สอง MacBook Air M5 รุ่น 13 นิ้วขยับจาก 1,099 ดอลลาร์เป็น 1,299 ดอลลาร์ ส่วน MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วระดับเริ่มต้นเพิ่มจาก 1,599 ดอลลาร์เป็น 1,999 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 400 ดอลลาร์สำหรับเครื่องรุ่นเดิม รุ่นสเปกสูงกว่าหลายรุ่นก็ปรับขึ้นตั้งแต่ 100 ดอลลาร์ไปจนถึงมากกว่า 400 ดอลลาร์
หุ้น Apple ร่วงลง 6% ในวันที่บริษัทประกาศขึ้นราคา
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำและนักวิเคราะห์หลายรายมองตรงกันว่า ปัญหาครั้งนี้อาจยืดเยื้อกว่าวัฏจักรขาดแคลนในอดีต
แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Apple โดย Dell, Lenovo, HP และ Microsoft ต่างก็ปรับขึ้นราคาสินค้าบางส่วนเพื่อรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น
C.K. Chang ซีอีโอของ Apacer ระบุว่า ซัพพลาย DRAM ที่ส่งให้ผู้ผลิตโมดูลอิสระอาจลดลงเหลือเพียง 30% ของระดับในปี 2026 ภายในปี 2027 ขณะเดียวกัน Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก TF International Securities ประเมินว่า หน่วยความจำราว 15–20% ที่เดิมจัดสรรให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคในปี 2026 อาจถูกโอนไปใช้ในศูนย์ข้อมูลในปี 2027 และสัดส่วนนี้อาจเพิ่มขึ้นได้อีก
ต้นตอสำคัญคือการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ซึ่งกำลังใช้ HBM, DDR5 และ SSD ระดับองค์กรในปริมาณมหาศาล และยังไม่มีสัญญาณว่าความต้องการจะชะลอตัวลง
หากต้องการ MacBook Air โดยเร็ว การสั่งซื้อตอนนี้และเตรียมรอสินค้าช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนอาจเป็นทางเลือกตรงที่สุด
อีกทางคือ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วระดับเริ่มต้น ซึ่งมีโอกาสจัดส่งได้เร็วกว่า แต่มีราคา 1,999 ดอลลาร์ แพงกว่าราคาเริ่มต้นปัจจุบันของ MacBook Air ที่ 1,299 ดอลลาร์ถึง 700 ดอลลาร์
ส่วนการรอให้สถานการณ์คลี่คลายอาจไม่ได้หมายถึงการรอเพียงไม่กี่สัปดาห์ เพราะผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หลายรายเตือนว่าซัพพลายอาจตึงตัวต่อเนื่องตลอดปี 2027 และยังมีการประเมินบางส่วนว่าปัญหาอาจยืดเยื้อถึงปี 2028 หรือไกลกว่านั้น วิกฤตครั้งนี้จึงดูมีลักษณะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างจากการจัดสรรชิปให้ AI มากกว่าจะเป็นภาวะขาดแคลนชั่วคราว