แรงซื้อเกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่มาประจวบเหมาะกัน
ประการแรก Microsoft ทำผลงานเหนือความคาดหมายในวงกว้าง บริษัทมีรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน สูงกว่าประมาณการนักวิเคราะห์ที่ราว 87,600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบ GAAP อยู่ที่ 4.81 ดอลลาร์ เทียบกับคาดการณ์ประมาณ 4.24 ดอลลาร์ กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 40,600 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31%
ประการที่สอง ผลประกอบการช่วยตอบคำถามที่นักลงทุนกังวลมาหลายเดือนว่า Microsoft จะใช้เงินสร้างศูนย์ข้อมูล ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินกว่าความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดหรือไม่ ตัวเลขไตรมาสนี้สะท้อนทั้งกระแสเงินสดที่ยังดี แนวโน้ม Azure ที่แข็งแกร่ง และความต้องการใช้บริการ AI ที่มีสัญญารองรับอยู่แล้ว จึงช่วยคลายความกังวลดังกล่าว
ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดในรายงานอาจเป็น Commercial Remaining Performance Obligation (RPO) หรือรายได้จากสัญญาเชิงพาณิชย์ที่ Microsoft เซ็นไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งมอบบริการและยังไม่สามารถรับรู้เป็นรายได้ในงบการเงิน
ยอด RPO เพิ่มขึ้น 84% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 678,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณสองเท่าของรายได้ทั้งปีของ Microsoft ในจำนวนนี้ราว 203,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30% คาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
ประเด็นที่ตลาดจับตาคือ Amy Hood ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Microsoft ระบุว่า หากไม่นับสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI แล้ว Commercial RPO ยังเติบโต 25% นั่นทำให้มีการประเมินว่า OpenAI เกี่ยวข้องกับราว 32% ของยอดค้างรับรู้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ RPO จากไตรมาสก่อนมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์มาจากลูกค้ากลุ่มอื่นนอกเหนือจากบริษัทพัฒนาโมเดล AI รายใหญ่ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว
รายได้ Azure และบริการคลาวด์อื่น ๆ เติบโต 43% ในไตรมาสดังกล่าว โดย Microsoft คาดการณ์ว่าไตรมาสปัจจุบันจะเติบโตประมาณ 45% เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สูงกว่าคาดการณ์ตลาดที่ราว 40.9%
สำหรับทั้งปีงบประมาณ 2026 รายได้ Azure ทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก ขณะที่รายได้รวมของ Microsoft Cloud อยู่ที่ 59,300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน
ผลิตภัณฑ์ AI สำหรับองค์กรก็มีสัญญาณเติบโตเช่นกัน Microsoft 365 Copilot มีที่นั่งแบบชำระเงินมากกว่า 30 ล้านที่นั่ง เพิ่มจากกว่า 20 ล้านที่นั่งในไตรมาสก่อน และ GitHub Copilot มีผู้ใช้แตะ 50 ล้านคน
Microsoft ใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (CapEx) รวมศูนย์ข้อมูลประมาณ 41,000 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 69.4% จากปีก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับคลาวด์และ AI ยังคงมีต้นทุนสูงมาก
บริษัทระบุด้วยว่าจะเปลี่ยนวิธีประเมินอายุการใช้งานของศูนย์ข้อมูลและอาคารสำนักงาน โดยกระจายสัญญาเช่าระยะยาวเป็นเวลา 25 ปี แทน 15 ปี การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สัญญาเช่าในอนาคตจำนวนมากถูกจัดเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และไม่ถูกรวมอยู่ในตัวเลข CapEx ที่รายงาน
ผลคือ Microsoft ปรับคาดการณ์ CapEx ที่รายงานสำหรับปีปฏิทิน 2026 ลงมาอยู่ที่ราว 175,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมประมาณ 190,000 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทเน้นย้ำว่าแผนการลงทุนจริงไม่ได้ลดลง การลดลง 15,000 ล้านดอลลาร์จึงเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชี ไม่ใช่การชะลอการลงทุน AI
สำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 Microsoft คาดว่าจะมี CapEx ที่รายงานประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 56,000 ล้านดอลลาร์ แต่สอดคล้องกับผลจากการจัดประเภทสัญญาเช่าแบบใหม่
ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2026 สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับการทุ่มเงินลงทุน AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องการเห็นรายได้และความต้องการใช้งานที่เติบโตตามมา
Microsoft และ Amazon ได้รับการตอบรับเชิงบวก โดยหุ้น Microsoft เพิ่มขึ้นราว 8% หลังการซื้อขาย และ Amazon เพิ่มขึ้นราว 10% เนื่องจากทั้งสองบริษัทแสดงให้เห็นว่างบลงทุนด้าน AI เชื่อมโยงกับการเติบโตของธุรกิจคลาวด์และความต้องการจากลูกค้าได้อย่างชัดเจน
ในทางตรงกันข้าม หุ้น Meta ลดลง 9.64% และ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ลดลง 15% หลังนักลงทุนมองว่าบริษัททั้งสองยังอธิบายผลตอบแทนจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้ไม่ชัดเจนพอ Alphabet รายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรก ขณะที่ Meta เปิดเผยว่าการสร้างกระแสเงินสดลดลง 91% จากปีก่อน
บทเรียนจากตัวเลขชุดนี้ค่อนข้างชัดเจน: ตลาดพร้อมสนับสนุนการใช้จ่าย AI หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่าการลงทุนกำลังเปลี่ยนเป็นรายได้ที่เติบโตและสัญญาธุรกิจที่มองเห็นได้ Microsoft จึงโดดเด่นในไตรมาสนี้ เพราะไม่ได้เพียงบอกว่าความต้องการ AI มีอยู่จริง แต่ยังแสดงให้เห็นผ่าน Azure ที่เติบโตเร็ว ยอด RPO ที่พุ่งขึ้น และฐานลูกค้าที่ขยายตัวนอกเหนือจากบริษัทพัฒนาโมเดล AI รายใหญ่