| ตัวย่อ | บริษัท | การปรับขึ้นที่สำคัญ | ช่วงเวลา | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| BABA | Alibaba | +11% วันที่ 8 ก.ค.; +3.4% วันที่ 31 ก.ค. | 8 และ 31 ก.ค. | |
| LI | Li Auto | ราว 6% ในวันที่ 29 ก.ค.; 2–6% ในวันอื่นที่เกิดแรงหมุนเวียนเงินทุน | 29 ก.ค. และหลายช่วงของเดือน | |
| NIO | NIO | ราว 5% ในวันที่ 29 ก.ค.; ปรับขึ้นในเกือบทุกวันที่ ADR จีนรีบาวด์ | 29 ก.ค. และหลายช่วงของเดือน | |
| XPEV | XPeng | +4% ในวันที่ 16 และ 29 ก.ค.; 3–5% ในวันอื่น | 16 และ 29 ก.ค. รวมถึงวันอื่น | |
| BIDU | Baidu | ราว 5% วันที่ 8 ก.ค.; 2–6% ในวันปรับขึ้นอื่น | 8 ก.ค. และหลายช่วงของเดือน | |
| PDD | PDD Holdings | ราว 6% วันที่ 1 ก.ค.; 2–4% ในการปรับขึ้นครั้งต่อมา | 1 ก.ค. และวันอื่น | |
| BILI | Bilibili | 3–5% ในหลายช่วงการซื้อขาย | หลายวันในเดือนกรกฎาคม | |
| HXC | Nasdaq Golden Dragon China Index | +1.7% หลังมติของเฟด ขณะที่ Nasdaq-100 ลดลง 2.1% ในช่วงเดียวกัน | 29–31 ก.ค. |
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หรือ FOMC ลงมติ 9 ต่อ 3 ให้คงกรอบอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลางไว้ที่ 3.5–3.75% เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2569 โดยกรรมการ 3 คนต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย ความเห็นที่แตกต่างกันนี้ทำให้เส้นทางดอกเบี้ยในระยะต่อไปยังคลุมเครือ
นักลงทุนจึงลดการถือครองหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่และพันธบัตร แล้วหันไปหาหุ้นจีนที่มีราคาถูกกว่า โดยมอง ADR หุ้นจีนเป็นเสมือน “ที่พักเงิน” ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายเฟด South China Morning Post รายงานว่า หุ้นจีนที่ซื้อขายในต่างประเทศอาจกลายเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนทั่วโลก เมื่อความสับสนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดผลักให้เงินทุนกระจายออกจากหุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ
ความกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินมหาศาลที่ต้องใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะหลังการเทขายหุ้น NVIDIA และความกลัวว่าบริษัทชิปจีนจะแข่งขันได้มากขึ้น ล้วนกดดันหุ้น AI และชิปสหรัฐฯ
เมื่อหุ้นกลุ่มดังกล่าวอ่อนตัว เงินทุนบางส่วนจึงไหลเข้าสู่หุ้นอินเทอร์เน็ตและรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า หุ้นเทคโนโลยีร่วงจากความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้าน AI และการแข่งขันด้านชิปของจีน ขณะที่ Reuters ระบุว่า ความกลัวการแข่งขันจากจีนกำลังกระทบการลงทุนในหุ้น AI
ก่อนเกิดแรงรีบาวด์ หุ้นเทคโนโลยีจีนปรับตัวลงราว 9% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ทำให้ระดับมูลค่าหุ้นดูน่าสนใจขึ้น
Alibaba ยังมีปัจจัยเฉพาะตัวจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Qwen AI และการขาดทุนที่ลดลงในธุรกิจพาณิชย์ทันที ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อทั้งกลุ่ม เมื่อวันที่ 8 ก.ค. หุ้น Alibaba ในตลาดสหรัฐฯ พุ่ง 11.05% ปิดที่ 108.98 ดอลลาร์ จากความหวังว่า Qwen AI และรายได้จาก Alibaba Cloud จะช่วยยกระดับการประเมินมูลค่าบริษัท
อย่างไรก็ตาม ภาพการฟื้นตัวของ Alibaba ยังไม่สมบูรณ์ เพราะกำไรจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ลดลง 64% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานหดเหลือ 5%
ต้นทุนพลังงานที่ลดลงและรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาไม่แข็งแกร่ง ช่วยลดความคาดหวังว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ และเป็นอีกแรงหนุนให้เงินทุนไหลเข้าสู่หุ้นจีน
Reuters ระบุว่า การลดลงของต้นทุนพลังงานประกอบกับตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนลง ทำให้ตลาดลดความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
แม้หุ้นจีนในตลาดสหรัฐฯ จะปรับขึ้นพร้อมกันหลายตัว แต่นักวิเคราะห์บางรายมองการเคลื่อนไหวในเดือนกรกฎาคมว่าเป็น โมเมนตัมระยะสั้น และเป็นเพียง แรงหนุนจากความรู้สึกของตลาดชั่วคราว มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทต่าง ๆ ฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกัน
แรงหมุนเวียนเงินทุนครั้งนี้อาจย้อนกลับได้รวดเร็ว หากเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หรือผลประกอบการของบริษัท AI ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมายมาเป็นเวลานาน ทำให้บรรยากาศของเฟดยังคงมีความเสี่ยงในเชิงเข้มงวด
ดังนั้น การพุ่งขึ้นของ Alibaba, Baidu, PDD, NIO, XPeng และหุ้นจีนตัวอื่น ๆ จึงสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางของเงินลงทุนในตลาดโลกได้ชัดเจน แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างของหุ้นจีน