วันที่ 22 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยกระดับคำเตือนเป็น Worldwide Caution หรือคำเตือนให้ชาวอเมริกันทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวัง จากนั้นในวันที่ 1 สิงหาคม สถานทูตหลายแห่งเริ่มใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น โดยแนะนำให้ชาวอเมริกันในภูมิภาค “พิจารณาเดินทางออก หรือเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางหากเกิดการยกระดับความรุนแรง”
ปัจจัยโดยตรงคือการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านต่อกองกำลังสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศพันธมิตร ประกอบกับความพยายามหยุดยิงที่ไม่ประสบผล และการขยายการสู้รบไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ จนสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยไม่อาจคาดการณ์ได้
การสู้รบกำลังยกระดับขึ้น และยังไม่มีการหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้ เหตุการณ์สำคัญมีดังนี้
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนอย่างชัดเจนว่าอิหร่านอาจโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ นอกตะวันออกกลาง ด้วย คำเตือน Worldwide Caution เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมจึงครอบคลุมชาวอเมริกันทั่วโลก โดยขอให้เพิ่มความระมัดระวัง
ประกาศของสถานทูตระบุว่าอิหร่านเคยโจมตี “โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ” ในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงโรงแรม สนามบิน สถานที่ทางการทูต และพื้นที่พลเรือนอื่น ๆ สถานทูตยังเตือนว่าเที่ยวบินอาจถูกยกเลิกกะทันหัน น่านฟ้าอาจถูกปิดเป็นระยะ และการเดินทางอาจหยุดชะงักในวงกว้าง
ด้วยเหตุนี้ คำแนะนำให้ชาวอเมริกันพิจารณาเดินทางออกจากภูมิภาคจึงเป็นการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายความว่ามีการประกาศอพยพทั้งหมดแล้ว แต่สะท้อนว่าช่องทางทางการทูตยังไม่สามารถหยุดการโจมตีได้ และความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในและนอกตะวันออกกลางยังถูกประเมินว่าเป็นภัยที่มีมูล
สำหรับชาวอเมริกันที่อยู่ในพื้นที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แนะนำให้ติดตามประกาศจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใกล้ที่สุด ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรง และเตรียมพร้อมรับมือกับการปิดน่านฟ้าหรือการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางอย่างฉับพลัน