2. จีนเริ่มผลิตเครื่องจักรผลิตชิป DUV ได้เอง
ในวันเดียวกันนั้นเอง มีรายงานจาก The Information (และได้รับการยืนยันโดย Reuters และสำนักข่าวอื่นๆ) ว่าบริษัทที่รัฐบาลจีนหนุนหลังในเซี่ยงไฮ้已经开始开始 ทำการผลิตแบบมวล (mass-producing) เครื่องจักร Immersion Deep Ultraviolet (DUV) Lithography ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในการผลิตชิป โดยเป็นครั้งแรกที่จีนผลิตเครื่องจักรประเภทนี้ได้เอง และจะส่งมอบให้กับ SMIC, Hua Hong และ CXMT อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตในตอนแรกยังน้อยมาก โดยตั้งเป้าประมาณ 5 เครื่องในปี 2026 และประมาณ 20 เครื่องในปี 2027 เทียบกับ ASML ที่ส่งมอบเครื่อง Immersion DUV ไปถึง 131 เครื่องในปี 2025 เพียงปีเดียว
แม้ปริมาณการผลิตจะน้อย แต่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์นั้นยิ่งใหญ่ เพราะแสดงให้เห็นว่าจีนกำลังเริ่มเจาะทะลวงกำแพงการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีผลิตชิปของชาติตะวันตก
การเทขายครั้งนี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากการปิดสถานะของนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นกลุ่ม AI จำนวนมาก Morningstar ระบุว่าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์มีความผันผวนอย่างรุนแรง Bank of America เรียกการปรับฐานนี้ว่า "การ Reset ในฤดูร้อน ไม่ใช่การกลับตัวของพื้นฐานธุรกิจ"
นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้แห่เทขาย ทำให้ตลาดยิ่งร่วงเร็วขึ้น
นักวิเคราะห์มีความเห็นแตกต่างกันว่าภัยคุกคามจากการเติบโตของจีนนั้นเกินจริงหรือไม่:
การเทขายครั้งใหญ่ในปลายเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นความตื่นตระหนกทางจิตวิทยาที่เกิดจากปัจจัยเร่งจากจีน ข่าว IPO ที่ร้อนแรงของ CXMT และการผลิตเครื่องจักร DUV ได้เองของจีน เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดเริ่มกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI ผลประกอบการ SK Hynix ที่น่าผิดหวัง และการกระจุกตัวของเม็ดเงินในหุ้นกลุ่ม AI ดัชนี KOSPI ร่วงหนักที่สุดเพราะหุ้นใหญ่ 2 ตัว คือ Samsung และ SK Hynix เป็นบริษัทชิปหน่วยความจำที่ถูกคุกคามโดยตรงจากความสำเร็จของ CXMT และความก้าวหน้าด้านเครื่องจักรของจีน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการร่วง 11% ในวันเดียวนั้นตอบสนองเกินเหตุ (knee-jerk) และเป็นเพียงการพักฐานในฤดูร้อน (summer reset) มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มทางโครงสร้าง แต่ก็ยอมรับว่าภัยคุกคามในระยะยาวต่อบริษัทชิปตะวันตกและเกาหลีนั้นมีจริงและกำลังจะทวีความรุนแรงขึ้น