D’Ambrosio มีประสบการณ์กับทั้งงานปฏิบัติการและกลยุทธ์ AI ภายใน Goldman Sachs เขาเป็นผู้ก่อตั้งและเคยเป็นผู้นำ Value Accelerator ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2018 อีกทั้งยังเป็นประธานของ AI Investing Leadership Council ของบริษัท และเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทั้งบริษัทเอกชนและบริษัทมหาชน
บทบาทใหม่นี้ทำให้ D’Ambrosio ต้องขยับจากการดูแลโครงการที่มุ่งสร้างมูลค่าให้บริษัทในพอร์ตโฟลิโอ ไปสู่การผลักดัน AI ให้ฝังอยู่ในกระบวนการลงทุนของ Goldman Sachs Asset Management มากขึ้น
Darius Adamczyk ซึ่งเคยร่วมเป็นผู้นำ Value Accelerator จะขึ้นมารับตำแหน่ง global head of the Value Accelerator and portfolio operations หรือหัวหน้าระดับโลกของ Value Accelerator และฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทในพอร์ตโฟลิโอ
Value Accelerator เป็นหน่วยงานที่ช่วยบริษัทในพอร์ตโฟลิโอเติบโตและสร้างมูลค่า โดยอาศัยเครือข่ายและทรัพยากรด้านการดำเนินงานของ Goldman Sachs
การสลับบทบาทครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ แต่ยังสะท้อนการแบ่งภารกิจให้ชัดเจนขึ้น ระหว่างการใช้ AI เป็นแกนกลางของการลงทุน กับการนำความเชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการไปช่วยยกระดับธุรกิจที่ Goldman Sachs ลงทุนอยู่
การเปิดตัว AlphaAI ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันครั้งใหญ่ในวอลล์สตรีทและอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก เพื่อฝัง AI เข้าไปในกระบวนการลงทุนโดยตรง
ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินจำนวนมากมักเริ่มใช้ AI กับงานสนับสนุน เช่น การสรุปเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเขียนโค้ด แต่ AlphaAI ชี้ให้เห็นทิศทางที่ก้าวไปอีกขั้น นั่นคือการนำ AI มาใช้กับงานหลักที่อาจส่งผลต่อการคัดเลือกสินทรัพย์ การประเมินโอกาส และการสร้างผลตอบแทน
แนวโน้มนี้ทำให้การสร้าง “อัลฟา” หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือกว่าตลาดด้วยโมเดลและข้อมูล กลายเป็นพื้นที่แข่งขันที่สำคัญของบริษัทจัดการสินทรัพย์
Goldman Sachs Research ประเมินว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หรือ hyperscalers จะใช้เงินลงทุนด้านทุนราว 527,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 465,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ประเมินไว้ในช่วงต้นปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของการลงทุนที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทการเงินมองว่า AI อาจเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจและโอกาสการลงทุนในวงกว้าง
Goldman Sachs เริ่มขยายการใช้ AI ไปทั่วทั้งบริษัทแล้ว ในเดือนมิถุนายน 2025 บริษัทเปิดตัวผู้ช่วย AI เชิงสร้างสรรค์ หรือ generative AI assistant ให้พนักงานประมาณ 10,000 คนใช้งาน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสรุปเอกสาร ร่างงาน และวิเคราะห์ข้อมูล
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2026 John Waldron ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Goldman Sachs กล่าวถึงแผนติดตั้ง “หุ่นยนต์” GenAI หรือเอเจนต์ดิจิทัลทั่วทั้งบริษัท เพื่อทำงานอัตโนมัติในสิ่งที่เขาเรียกว่า “สายพานการทำงานของมนุษย์” แม้เขาระบุว่าแผนดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดการเลิกจ้างครั้งใหญ่
บริษัทยังเสริมทีมและยุทธศาสตร์ AI ด้วยการแต่งตั้ง Daniel Marcu เป็น Global Head of AI Engineering and Science ขณะที่ Marco Argenti ซึ่งเป็น CIO มีบทบาทนำด้านยุทธศาสตร์ AI และการทดลองใช้เครื่องมืออย่าง Devin เอเจนต์ช่วยเขียนโค้ดจาก Cognition Labs
นอกจากนี้ โครงการปรับโครงสร้างระยะหลายปีอย่าง OneGS 3.0 ยังมีเป้าหมายผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานของธนาคาร และทบทวนวิธีการทำงานของบริษัทในระดับพื้นฐาน
โดยสรุป AlphaAI สะท้อนการเปลี่ยนสถานะของ AI ใน Goldman Sachs จากเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพภายใน เช่น ผู้ช่วยพนักงานและเอเจนต์เขียนโค้ด ไปสู่การเป็น เครื่องยนต์หลักของกระบวนการลงทุน
สำหรับอุตสาหกรรมการเงิน การแข่งขันต่อจากนี้จึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าองค์กรใด “มี AI” หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าองค์กรใดสามารถผสานข้อมูล บุคลากร และโมเดล AI เข้ากับการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอมากที่สุด