ฟีฟ่าวางแผนตั้งบริษัทลูก 'FFE' มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรวมสิทธิ์ทางพาณิชย์ของฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ ไว้ในบริษัทเดียว แผนเสนอขายหุ้นไม่เกิน 20% ให้เอกชน คาดระดมทุนได้ราว 4.2 พันล้านดอลลาร์ โดยมี JPMorgan เป็นที่ปรึกษา สมาคมฟุตบอล 211 ชาติ จะได้เงิน 40 ล้านดอลลาร์ต่อสมาคม หากแผนผ่าน พร้อมกำหนดโหวตภายใน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did former FIFA President Sepp Blatter and other football authorities criticize FIFA's $20 billion plan to sell minority stakes in a new. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of the proposal, the investors, and the fierce backlash.. Topic tags: general web, workflow, regulation, startups, finance. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not
นี่คือรายละเอียดเบื้องลึกของแผนการที่กำลังเป็นประเด็นร้อน พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรง
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ฟีฟ่าประกาศแผนจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อการพาณิชย์ขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า FIFA Forward Enterprise (FFE) โดยบริษัทนี้จะรวบรวมทุกกิจการที่สร้างรายได้ของฟีฟ่าเอาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ ขายตั๋ว และสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ของทั้งฟุตบอลโลกชายและหญิง รวมถึงรายการแข่งขันอื่น ๆ ให้กลายเป็นบริษัทเอกชนที่แสวงหากำไรได้
รายละเอียดทางการเงินที่สำคัญ:
นักลงทุนหลักที่คาดว่าจะเข้ามาลงทุนคือ Thrive Eternal ซึ่งเป็นกองทุนที่นำโดย โจชัว คุชเนอร์ (Joshua Kushner) (น้องชายของจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของโดนัลด์ ทรัมป์) รายงานต่างๆ ระบุว่า Thrive Capital / Thrive Eternal เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของโครงการ FFE
อดีตประธานฟีฟ่า เซ็พพ์ แบล็ตเตอร์ ออกมาประณามแผนดังกล่าวอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026
"ฟุตบอลไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ได้เป็นของสถาบันใด ๆ แต่มันเป็นของประชาชน ฟุตบอลโลกไม่ใช่สินทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่เป็นของผู้บริหารกลุ่มเล็ก ๆ" — เซ็พพ์ แบล็ตเตอร์
แบล็ตเตอร์โต้แย้งว่าทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกีฬาชนิดนี้ ไม่ควรกลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนของนักลงทุนเอกชน และมองว่าแผนดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนฟุตบอลโลกให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงินของคนกลุ่มเล็ก ๆ อย่างไรก็ตาม สื่อบางสำนักก็ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของคำวิจารณ์ของแบล็ตเตอร์ เมื่อเทียบกับประวัติคดีทุจริตของเขา โดยใช้พาดหัวว่า "ดูซิว่าใครพูด" (Look who's talking)
แผนนี้ก่อให้เกิดพายุแห่งการต่อต้านจากทั่ววงการกีฬา
สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า (UEFA) ซึ่งเป็นองค์กรปกครองฟุตบอลที่ทรงพลังที่สุดในยุโรป นำทัพออกแถลงการณ์เสียดแทง:
"นี่คือการข้ามเส้นที่องค์กรปกครองฟุตบอลไม่ควรข้ามเด็ดขาด มันไม่ใช่ทรัพย์สินของฟีฟ่าที่จะขายได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของฟุตบอล"
ยูฟ่ากล่าวหาฟีฟ่าว่ากำลัง "ขายวิญญาณของฟุตบอล" และส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาการประชุมฉุกเฉิน และอาจถึงขั้น คว่ำบาตร (บอยคอต) ฟุตบอลโลก หากแผนนี้เดินหน้าต่อไป
สมาพันธ์ฟุตบอลในภูมิภาคอื่น ๆ ต่างแสดงความไม่พอใจที่ถูกมองข้าม:
เดอะการ์เดียน (The Guardian) สรุปความรู้สึกว่า "ฟีฟ่าถูกกล่าวหาว่า 'ขายวิญญาณฟุตบอล' กับแผนฟุตบอลโลกมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์" ขณะที่ CNBC รายงานว่าแผนดังกล่าว "ก่อให้เกิดกระแสต้านทานไปทั่ววงการกีฬา"
ส่วน ไทม์ (Time) ชี้ว่านักวิจารณ์กล่าวว่าแผนนี้จะ "เปลี่ยนทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลให้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน"
โดยสรุปแล้ว ข้อกล่าวหาหลักคือแผนการของอินฟานติโนครั้งนี้จะ แปรรูปความไว้วางใจสาธารณะระดับโลก นั่นคือฟุตบอลโลก โดยการมอบสิทธิ์ทางการค้าส่วนหนึ่งให้กับนักลงทุนเอกชน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงธรรมาภิบาลและจิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอลไปตลอดกาล
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ฟีฟ่าวางแผนตั้งบริษัทลูก 'FFE' มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรวมสิทธิ์ทางพาณิชย์ของฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ ไว้ในบริษัทเดียว
ฟีฟ่าวางแผนตั้งบริษัทลูก 'FFE' มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรวมสิทธิ์ทางพาณิชย์ของฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ ไว้ในบริษัทเดียว แผนเสนอขายหุ้นไม่เกิน 20% ให้เอกชน คาดระดมทุนได้ราว 4.2 พันล้านดอลลาร์ โดยมี JPMorgan เป็นที่ปรึกษา
สมาคมฟุตบอล 211 ชาติ จะได้เงิน 40 ล้านดอลลาร์ต่อสมาคม หากแผนผ่าน พร้อมกำหนดโหวตภายใน 19 กันยายน 2026