อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจุดชนวนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในทันที จากทั้ง เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธาน FIFA, สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า), ผู้บริหารลีกฟุตบอลใหญ่ และนักการเมือง ซึ่งต่างกล่าวหาว่า FIFA กำลังขาย 'จิตวิญญาณ' ของฟุตบอลให้กับนักลงทุน
FFE คือบริษัทลูกที่ FIFA จะถือหุ้น 100% ทำหน้าที่รวบรวมสิทธิ์เชิงพาณิชย์และการดำเนินการแข่งขันของ FIFA ทั้งหมด เช่น สิทธิ์ถ่ายทอดสด, สปอนเซอร์, การขายตั๋ว และลิขสิทธิ์ต่างๆ บริษัทนี้ถูกประเมินมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย FIFA มีแผนขายหุ้นส่วนน้อย (ไม่เกิน 20%) ให้กับนักลงทุนภายนอก เพื่อระดมเงินประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์
วัตถุประสงค์หลักที่ FIFA ระบุคือต้องการนำเงินดังกล่าวไปแจกจ่ายให้กับสมาคมสมาชิกต่างๆ เพื่อ 'ขับเคลื่อน' การพัฒนาฟุตบอลทั่วโลกให้เร็วขึ้น โดยเพิ่มเงินทุนเป็นสามเท่าของระดับปัจจุบัน FIFA ยังคงมีอำนาจควบคุมและตัดสินใจเหนือบริษัทลูกนี้ และข้อเสนอนี้จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 75% จากสมาคมสมาชิกทั้ง 211 แห่ง ในการลงคะแนนเสียงที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2026
JPMorgan Chase ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้ FIFA ในการจัดโครงสร้างดีลนี้ ส่วนนักลงทุนหลักที่คาดว่าจะนำขบวนคือ Thrive Eternal ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนที่มีความเชื่อมโยงกับ Joshua Kushner (น้องชายของ Jared Kushner อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์)
การเข้ามาของตระกูล Kushner กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที โดยนักการเมืองพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ ออกมากล่าวหา FIFA ว่า 'ทำให้ฟุตบอลเสื่อมเสีย' ผ่านการเล่นพรรคเล่นพวกทางการเมือง ในข่าวประชาสัมพันธ์ของ FIFA เองก็ระบุชื่อ Thrive Eternal อย่างชัดเจนว่าเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่คาดว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มนักลงทุนสำหรับ FFE
เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธาน FIFA ผู้คุมบังเหียน FIFA ตั้งแต่ปี 1998 ถึง 2015 ก่อนจะถูกแบนจากวงการฟุตบอลเนื่องจากคดีคอร์รัปชัน ออกมาวิจารณ์แผนนี้อย่างรุนแรง:
ทั้งนี้ สื่อหลายสำนักชี้ให้เห็นถึงความน่าขันที่แบลตเตอร์ ผู้ซึ่งถูกแบนจากวงการฟุตบอลจากคดีคอร์รัปชัน กลับมาวางตัวเป็นผู้ปกป้องความซื่อสัตย์ของฟุตบอล
ข้อเสนอนี้ถูกประณามจากทั้งวงการฟุตบอลและการเมือง:
จานนี่ อินฟานติโน่ (Gianni Infantino) ประธาน FIFA ปกป้องแผนนี้ผ่านวิดีโอ โดยให้เหตุผลว่าเงินจากมูลค่าเชิงพาณิชย์ของฟุตบอลส่วนน้อยเกินไปที่ไปถึงส่วนต่างๆ ของเกมที่ต้องการมันมากที่สุด และการลงทุนครั้งนี้จะ 'ขับเคลื่อน' การพัฒนาฟุตบอลโลกอย่างก้าวกระโดด เขามองว่าข้อเสนอนี้เป็นกลไกในการเปลี่ยนเส้นทางเงินจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ไปสู่สมาคมสมาชิกขนาดเล็กที่ได้รับเงินทุนเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน
ข้อเสนอนี้ยังคงต้องได้รับการอนุมัติจาก 211 ชาติสมาชิกและสภา FIFA โดย FIFA ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อเมื่อได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกส่วนใหญ่และได้รับการอนุมัติจากสภา FIFA เท่านั้น ความขัดแย้งนี้ได้点燃การหารือเกี่ยวกับการคว่ำบาตรการแข่งขันของ FIFA โดยยูฟ่า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารฟุตบอลระหว่างประเทศครั้งใหญ่